อานิสงค์ของการสวดพุทธคุณ
posted on 28 May 2007 08:43 by bannpeeploy in buddhism
|
พี่พลอยจ๋าได้คัดลอกบทความกฎแห่งกรรม เรื่องอานิสงค์ของการสวดพุทธคุณ ของพันเอกอัมพร เอี่ยมละออ มาให้อ่านกันนะคะ..ขอให้บุญรักษาคะ
|
||||||
กระผมมีความสนใจ และนับถือพระพุทธศาสนาอย่างจริงใจ และมีความสนใจในพระพุทธคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสงฆ์เจ้า (พระอริยสงฆ์) อย่างเชื่อมั่น และมีความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ว่าผู้ใดทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จะต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น เมื่อกระผมจบการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ด้วยความรักในเครื่องแบบทหาร จึงได้สมัครเข้าเป็นนักเรียนนายสิบเหล่าทหารช่าง พ.ศ. ๒๔๙๗ หลักสูตรประจำ ๑ ปี เมื่อจบการศึกษาได้รับยศเป็นสิบโท และได้เข้ารับราชการในเหล่าทหารช่าง อ.เมือง จ.ราชบุรี จากนั้นกระผมได้ใช้เวลาว่างศึกษาเพิ่มเติมเสมอมา จนสอบได้ประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) เทียบเท่าอนุปริญญาวิชาชีพจากกรมการฝึกหัดครูกระทรวงศึกษาธิการ และได้ศึกษาต่อจนได้รับปริญญาตรี "ศึกษาศาสตร์บัณฑิต" วิชาเอกบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และได้รับราชการทหารตลอดมา ได้ประสบกับปัญหาอุปสรรคบางประการอันเป็นธรรมดาของชีวิต จนได้รับยศเป็นพันโทเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ นับว่าโชคดีที่มีคุณแม่เป็นผู้ถือศีล ๘ ตั้งแต่กระผมจำความได้ คุณแม่จะไปถือศีล ๘ ที่วัดในวันพระเป็นประจำ จนกระทั่งวาระสุดท้ายแห่งชีวิตมาถึงเมื่ออายุได้ ๗๙ ปี กระผมไม่ดื่มสุรา และไม่สูบบุหรี่ ไม่รับประทานเนื้อโคมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณพ่อของกระผมเป็นตัวอย่าง ท่านไม่ชอบเรื่องเหล่านี้จนเป็นนิสัยที่ติดตัวกระผมมาจนถึงปัจจุบันนี้ ชีวิตในการรับราชการของกระผม เริ่มมีปัญหาและอุปสรรคดังนี้ คือ กระผมจะต้องปรับย้ายเป็นตำแหน่งประจำ เพื่อพักรอเกษียณอายุราชการ ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของหน่วย จะพิจารณาให้ได้ยศสูงขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติ กระผมได้เสนอเรื่องขอปรับย้าย ให้ขึ้นครองอัตราพันเอก ตามระเบียบการปรับย้ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๙ แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจากผู้บังคับบัญชาชั้นสูงระดับกรม และมีปัญหาขัดข้อง เนื่องจากมีกำลังพลเป็นจำนวนมาก จึงดูเหมือนว่ากระผมจะหมดโอกาสที่จะได้รับยศเป็นพันเอก ก่อนเกษียณอายุราชการ
กระผมได้ไหว้พระสวดมนต์ ทำสมาธิ แผ่เมตตาให้สัตว์โลก และเจ้ากรรมนายเวรอยู่เสมอ และได้อ่านหน้งสือ กฎแห่งกรรม - ธรรมปฏิบัติ ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ตั้งแต่เล่ม ๑ ถึงเล่ม ๙ โดยบุตรสาวคนที่ ๒ ได้เคยมาปฏิบัติที่วัดอัมพวันนำมาให้อ่าน กระผมจึงได้สวดพุทธคุณ พาหุงมหาการุณิโก ตามแนวทางของหลวงพ่อจรัญ อย่างเชื่อมั่นและศรัทธา ก่อนอื่นผมเคยได้รู้จักหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เมื่อหลวงพ่อได้ไปบรรยายธรรมเรื่องกฎแห่งกรรม ที่สโมสรนายทหารกรมการทหารช่าง จังหวัดราชบุรี หลังจากบรรยายธรรมแล้ว หลวงพ่อได้แจกรูปเหมือนของหลวงพ่อเป็นเหรียญให้แก่ข้าราชการทหารในกรมการทหารช่าง ในวันนั้นกระผมได้รับแจกด้วยเช่นกัน ขณะนั้นกระผมมียศเป็นร้อยโท และได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี หลวงพ่อบอกว่าเป็นเหรียญที่ระลึกที่หลวงพ่อได้ชดใช้กรรมในสมัยที่เป็นเด็ก หักคอนก ซึ่งในเวลาต่อมาหลวงพ่อก็ได้ประสบอุบัติเหตุจากรถยนต์ชนกันจนได้รับบาดเจ็บถึงขั้นคอหักในวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ดังที่ได้ทราบกันทั่วไปแล้ว จึงได้สร้างเหรียญดังกล่าวขึ้น เรียกว่าเหรียญหลวงพ่อคอหัก และกระผมได้มอบเหรียญนี้ให้แก่บุตรสาวคนที่ ๒ ซึ่งนับถือหลวงพ่อมาก เหรียญที่ระลึกนี้กระผมได้สอบถามเพื่อนข้าราชการทหารที่ได้รับแจกในวันฟังธรรมจากหลวงพ่อในวันนั้น ซึ่งยืนยันว่าได้รับแจกคนละ ๑ เหรียญ แต่หาไม่พบ แต่ของกระผมยังอยู่ จึงมีความภูมิใจมาก ต่อมากระผมได้อ่านหนังสือพระเครื่อง "ลานโพธิ์" ฉบับที่ ๖๑๕ - ๖๔๐ เขียนโดยประเจียด คงศาสตรา ได้เขียนประวัติหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว จังหวัดนครสวรรค์ โดยอ้างว่าเขียนจากคำบอกเล่าของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ว่าหลวงพ่อเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเดิม ในหนังสือนั้นได้เขียนประวัติของหลวงพ่อเดิมตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเขียนจากคำบอกเล่าของหลวงพ่อจรัญ กระผมได้ซื้อหนังสือพระเครื่อง "ลานโพธิ์" ตั้งแต่เล่ม ๖๑๕ - ๖๔๐ และอ่านจนจบ เพราะกระผมนับถือหลวงพ่อเดิมมาก ท่านเป็นอริยสงฆ์ ด้วยเหตุนี้แระผมจึงเพิ่มความเคารพนับถือหลวงพ่อจรัญมาก และเชื่อว่าหลวงพ่อเป็นอริยสงฆ์ในพระพุทธศาสนารูปหนึ่ง
หลวงพ่อได้กล่าวสรุปให้ญาติโยมที่ไปนมัสการในวันนั้น ว่าบางคนบารมียังขาดอยู่ ๕ - ๑๐% การสวดพระพุทธ คุณจะช่วยได้ แต่ถ้าขาดมากก็ช่วยไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นต้นมา กระผมได้ตั้งใจสวดพระพุทธคุณ พาหุงมหาการุณิโก ตามที่พิมพ์ในหนังสือคู่มือสวดมนต์หลวงพ่อ สวดทั้งกลางวันและกลางคืนเมื่อมีเวลาว่าง วันละหลายครั้ง และสวดแผ่เมตตา กรวดน้ำ อุทิศบุญกุศล ตามหนังสือสวดมนต์ของหลวงพ่อทุกประการ สวดอยู่นานประมาณ ๓ - ๔ เดือน กระผมก็ได้รับคำสั่งของกองทัพบกให้ปรับย้ายไปรับราชการหน่วยใหม่ คือหน่วยจังหวัดทหารบกราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี ในตำแหน่งประจำ เพื่อพักรอเกษียณอายุราชการ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ตามหลักเกณฑ์ เมื่อกระผมได้รับการปรับย้ายดังกล่าว จะทำให้หมดโอกาสและสิทธิที่จะได้รับการปรับยศเป็นพันเอก แต่กระผมมีเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายสิบเหล่าทหารช่างมียศเป็นพันเอก (พิเศษ) ได้คอยให้กำลังใจ แนะนำให้เสนอเรื่องไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ผู้บังคับบัญชาหน่วยใหม่คือ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกราชบุรี ท่านได้ลงนามในหนังสือการขอปรับย้ายข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรในอัตราพันเอกให้วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๓๙ และกระผมได้ส่งเรื่องไปที่กองบัญชาการกองทัพบกกรุงเทพฯ ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๓๙ เจ้าหน้าที่บอกว่าส่งเรื่องมาช้าไปหมดระยะเวลาแล้ว และการพิจารณาก็เสร็จไปแล้วมีจำนวน ๑๐๐ กว่าราย กระผมจึงขอให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ก่อนและให้ช่วยส่งให้อดีตผู้บังคับบัญชาของกระผมด้วย ในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๓๙ กระผมได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่กองบัญชาการกองทัพบกว่า เรื่องของกระผมได้รับอนุมัติแล้ว ให้รอคำสั่งต่อไปอีก และในวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๙ ก็ได้รับคำสั่งให้ครองอัตราพันเอกเป็นที่เรียบร้อย เมื่อรับทราบแล้วกระผมจึงคิดว่าอุปสรรคต่าง ๆ มากมายได้ผ่านพ้นไปอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ ก็ด้วยอานิสงส์ของการตั้งมั่นอยู่ในความดี รักษาศีล และการสวดพาหุงมหาการุณิโก อนึ่ง กระผมขอขอบคุณพลเอกชาญ ประเสริฐสุข เสนาธิการทหารบก ที่ท่านได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน กระผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย จงช่วยดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวมีความสุขความเจริญตลอดกาลนาน กระผมมีความมั่นใจและศรัทธาในการสวดพระพุทธคุณ พาหุงมหาการุณิโก และชินบัญชรคาถา ย่อมได้รับอานิสงส์ ดังที่หลวงพ่อจรัญได้ให้คติธรรมไว้ว่า "สวดมนต์เป็นยา วิปัสสนาเป็นยากิน"
ขอนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างสูง พันเอก อัมพร เอี่ยมละออ |
||||||
สารบัญบล็อก














พอได้อ่านเรื่องนี้ปุ๊กก็เชื่อเหมือนกันคะ พยายามทำอยู่เหมือนกันคะ พยายามสวดมนต์ก่อนนอนให้ได้ทุกคืนคะ แต่ว่าบางวันก็ยังทำไม่ได้ความง่วงครอบงำมากกว่า
#1 By Nindë Faelivrin on 2007-08-19 12:12