คุยเรื่องประจำเดือน

posted on 03 Jul 2007 19:18 by bannpeeploy  in articles

สนใจอ่านข้อมูลในโรคอื่นๆ คลิ๊ก "บทความทางการแพทย์"

หรือ คลิ๊ก articles ก็ได้นะค่ะ

เรื่องของผู้หญิง...เค้าคุยกัน เรื่องประจำเดือน

 

" เลือดประจำเดือนของยายหมดไปเกือบยี่สิบปีแล้วหมอ ตอนนี้มันมาใหม่ ต้องทำอะไรดี หรือว่ายายจะเป็นสาวใหม่ " คุณยายอายุหกสิบ มาปรึกษาหมอ ที่ห้องตรวจภายในเบอร์ 13

" อย่างนี้ไม่เรียกว่าเลือดประจำเดือนละค่ะคุณยาย ประจำเดือนต้องมาทุกเดือน อย่างนี้เรียกว่า เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด คุณยายคงต้องตรวจภายในดู ว่ามีอะไรผิดปกติ "

" ยายยังไม่ตรวจหรอก ยายอาย ที่ยายมาหาหมอเพราะยายกลัวตัวเองจะท้อง " ท่าทางคุณยายอายจริงๆ กระมิดกระเมี้ยนเวลาพูด

" คุณยายไม่ท้องแล้วล่ะค่ะ อายุ 60 กว่าแล้ว อายุเกินห้าสิบปีก็ไม่ค่อยท้องละค่ะ" แม้จะมีรายงานจากต่างประเทศว่าคนอายุเกิน 60 ตั้งครรภ์ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ท้องจากวิทยาการสมัยใหม่เข้าช่วย

" ใช่ยายก็ว่าอย่างนั้น นมต้มก็เหี่ยว ถ้าท้องนมมันเคยเต่งเคยตึง หมอพูดยายก็สบายใจ งั้นยายขอถามเฉยๆ ว่าเลือดออกอย่างนี้ จะต้องทำอะไรหรือเปล่า แล้วยานจะมาตรวจวันหลัง "

" อาการของคุณยายก็คือเลือดออกผิดปกติ หมอก็คงต้องตรวจว่าเป็นเลือดออกจากตรงไหน จากทวารหนัก จากรูปัสสาวะ จากปากมดลูก หรือจากโพรงมดลูก และคงต้องหาสาเหตุต่อไป ว่าเป็นความผิดปกติจากการอักเสบติดเชื้อ จากเนื้องอก จากมะเร็ง อะไรทำนองนี้นะคะ สรุปสิ่งที่คุณยายต้องทำอันดับแรกคือ การตรวจภายในค่ะ"

" งั้นยายกลับบ้านไปบอกลูกหลานมาเป็นเพื่อนก่อนนะ ต้องกลับไปทำใจด้วย แก่ปูนนี้ แล้วต้องเอาอะไรๆ มาให้หมอดู เออหมอว่ายายต้องตรวจภายในจริงๆ หรือ " คุณยายยังถามย้ำ

" ค่ะคุณยายสตรีทั่วไปในวัย 45-55 ปี เมื่อหมดประจำเดือนตามธรรมชาติเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปีแล้ว เมื่อไหร่ที่มีเลือดออกจากช่องคลอด ให้ถือว่าเป็นอาการผิดปกติไว้ก่อน อย่าคิดว่าเป็นประจำเดือนกลับมาอีก และควรต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจภายในนะคะ "

เสียงรถเข็นห้องฉุกเฉินวิ่งกึงๆ พาสตรีสาววัย 20 ปี มาห้องตรวจภายใน ด้วยอาการปวดท้องมากจนหน้าซีดและมีประจำเดือนออกมาก มีญาติมาส่งถึงห้าคน

" น้องแก้ว ปวดประจำเดือนเป็นประจำละค่ะหมอ " แม่บอก น้าสาวสองคน พ่อและยาย พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

" เดือนนี้เขาปวดประจำเดือนมากเลยกินยาขับประจำเดือนไปหลายขวด เลือดเลยพังอกมา " ท่าทางแม่ แม้เป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้วิตก
" ก่อนมีเลือดออกมาคราวนี้ ประจำเดือนเขาขาดหรือเปล่าคะ " หมอถาม
" เออย่างไรไม่รู้ น้องแก้ว ประจำเดือนน้องแก้วขาดหรือเปล่า " คนไข้มือกุมท้อง บิดตัว ไม่ตอบ เห็นเลือดซึมผ่านกระโปรงออกมาเป็นวงใหญ่

" สงสัยแท้งลูก " หมอว่า หลังจากคลำเจอมดลูกโตจากหน้าท้อง
" เป็นไปไม่ได้ " ญาติทั้งห้าโวยวาย "น้องแก้วยังเรียนหนังสืออยู่ เช้าไปเย็นกลับจากมหาวิทยาลัย ไม่เคยหายไปไหน หมอพูดมั่วหรือเปล่า "
" ค่ะ ค่ะ งั้นหมอขอตรวจภายในน้องแก้วนะคะ" หมอรีบบอก

ในห้องตรวจภายในที่อยู่สองต่อสองกับน้องแก้ว หมอใส่เครื่องมือตรวจภายในคนไข้พบว่า มีการตกเลือดอย่างมาก ปากมดลูกของเธอเปิด และมีเศษรกมาจุกอยู่ มดลูกโตขนาดอายุครรภ์ได้สามเดือน " คุณตั้งครรภ์นี่ กำลังจะแท้ง " หมอบอก คนไข้พยักหน้ารับอย่างเพลียๆ

" ประจำเดือนขาดไปกี่เดือน จึงตกเลือดอย่างนี้คะ " หมอถาม
" ขาดไปสามเดือนหมอ"
" คงต้องขูดมดลูก ไม่งั้นจะเสียเลือดมาก เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ จะให้หมอบอกญาติๆ คุณไหมว่าคุณท้อง "
" หมอบอกเลย " คนไข้ตัดสินใจ
ญาติทั้งห้าคนกำลังรอฟังคำตอบเมื่อหมอบอกว่า " หมอตรวจแล้วค่ะ น้องแก้ว กำลังจะแท้งลูก ตกเลือดมาก ต้องขูดมดลูก "

ฟังแล้ว ทุกคนทรุดนั่งลงกับเก้าอี้ คุณยายเรอเอิ๊ก บอกว่า " กูจะเป็นลม" พ่อแม่บ่นว่า " อะไรวะ ไปรับไปส่งที่วิทยาลัยเช้าเย็น เป็นไปได้อย่างไร" น้าสาวสองคนบอกว่า " ฉันว่าแล้ว เด็กสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน "
" ต้องเซ็นยินยอมให้ขูดมดลูกอะไรหรือเปล่าหมอ " พ่อแม่ถาม หลังจากทำใจได้บ้าง
" อ๋อไม่ต้องค่ะ น้องแก้วอายุ 20 บรรลุนิติภาวะแล้ว " คุณพยาบาลตอบ

คนไข้รายนี้เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ น้าสาวสองคนที่มาส่งก็เป็นโสด โชคดีที่พ่อแม่รักมากและเข้าใจ เมื่อขูดมดลูกเสร็จ และนอนโรงพยาบาลหนึ่งคืน ญาติๆ ก็พาเธอกลับบ้าน โดยไม่มีปัญหาอะไรตามมา นอกจากมาปรึกษาดิฉันว่า ควรจะให้น้องแก้วคุมกำเนิดอย่างไร เพราะอยากให้เธอเรียนจบก่อนแต่งงาน

เรื่องราวน่าแปลกอย่างหนึ่ง คือยิ่งเป็นเพศสัมพันธ์ที่ซุกซ่อนแอบซ่อนเป็นความลับเพียงใด ก็มักจะถูกเปิดเผยออกมา เพราะการตั้งครรภ์นี่เอง ทำให้ญาติพี่น้องหน้าแตกอย่างแรง

เรื่องที่ประสบเองในสมัยก่อนหลายครั้ง ก็คือคนไข้วัยรุ่น ลูกหลานของแพทย์พยาบาลเอง มาโรงพยาบาลด้วยมีก้อนที่ท้องบ้าง ปวดท้องอย่างรุนแรงบ้าง จนต้องรักษาโดยการผ่าตัด สมัยสิบปีก่อน ไม่มีเครื่องอัลตราซาวนด์ เอกซเรย์ก็ไม่ค่อยเห็นว่าผิดปกติอะไร นอกจากมีก้อนในท้องเท่านั้นเอง และคนไข้วัยรุ่นเหล่านี้ พ่อแม่ก็มักถนอมราวไข่ในหิน ไปรับไปส่งโรงเรียนด้วยตัวเอง จะออกนอกบ้านไปไหนก็ไม่เคยให้ไป ปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์โดยเด็ดขาด ผลการผ่าตัด ท่านผู้อ่านก็คงเดาได้นะคะ ก้อนในท้องนั้นกลายเป็นมดลูกที่โตและมีทารกนอนขดอยู่ภายใน เมื่อแพทย์ผ่าเห็นมดลูกโต ดูก็รู้ว่าตั้งครรภ์ ก็มักจะปิดท้อง ไม่ทำอะไร ปล่อยให้ท้องต่อ สำหรับรายที่ปวดท้องรุนแรงมา ส่วนหนึ่งกลายเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก ผ่าตัดแล้ว นอกจากทำให้ญาติๆ ไม่กล้าสบตาคนในโรงพยาบาล ซึ่งรู้จักกันดีไปหลายวัน หมอที่ผ่าตัดเองก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย

หมอขอเรียนว่า อาการเลือดประจำเดือนออกผิดปกติ เช่น ขาดหายไป มามาก มากระปิดกระปรอย สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วและอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ส่วนใหญ่เกิดจาก การตั้งครรภ์และ/หรือมีภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ เช่น กำลังจะแท้งหรือตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้น เมื่อมีอาการผิดปกติของประจำเดือน ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา

อย่าว่าแต่คนไข้ที่แต่งงานแล้ว สำหรับคนไข้โสดจริงๆ ก็มีปัญหาเรื่องประจำเดือนหลายราย มาด้วยเรื่องปวดประจำเดือนมาก ปวดมากทุกเดือน จนทำงานไม่ได้ แต่ละคนก็จะกังวล ว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า บางรายก็ยินยอมให้ตรวจภายใน บางรายก็ไม่ยินยอม

หมอขอเรียนว่า สำหรับการปวดประจำเดือนนั้น การปวดมากหรือน้อย ไม่ได้บอกว่าจะปกติหรือไม่ การปวดประจำเดือนที่เป็นธรรมดา ไม่ใช่อาการของโรคร้ายต่างๆ นั้น การปวดจะมีอาการปวดบิดๆ เป็นได้ตั้งแต่ปวดน้อยจนถึงปวดรุนแรง มักปวดก่อนเป็นประจำเดือนวันสองวัน หรือขณะเป็นประจำเดือน อาจมีอาการเหงื่อออก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ใจสั่น ก็ได้มักมีประวัติยาวนาน คือปวดตั้งแต่เริ่มเป็นประจำเดือนจนถึงปัจจุบัน อาการปวดคงที่ไม่มากขึ้น และไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น น้ำหนักลด ผอมลง เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องโต คลำก้อนในท้องได้ ตกเลือด เลือดประจำเดือนมานาน ฯลฯ ถ้ามีอาการผิดปกติร่วมด้วยกับอาการปวดประจำเดือนควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมค่ะ

ประจำเดือนมามากก็เป็นปัญหา สำหรับคนที่ประจำเดือนมาน้อยก็เป็นปัญหา คุณทิวาอายุ 35 ปี มาโรงพยาบาลด้วยเรื่องประจำเดือนมาน้อย คุณทิวาเล่าว่า ประจำเดือนมาแค่ละเดือนละหนึ่งวันแค่สองสามหยด แทบไม่ต้องใช้ผ้าอนามัยเลย ที่มาหาหมอ คุณทิวาบอกตรงๆ ว่า เพราะกลัวว่าจะหมดประจำเดือน ซึ่งคุณทิวาก็เชื่อว่า จะทำให้แก่เร็ว ตอนนี้คุณทิวามีลูกสองคน คนเล็กอายุขวบเดียว คุมกำเนิดด้วยการกินยาคุมกำเนิด จากการตรวจภายในของคุณทิวาพบว่า ทุกอย่างปกติดี จึงเรียนไปว่า

สำหรับเรื่องประจำเดือนมาน้อยนั้นมักเกิดจาก

1. มีการอุดตันของระบบสืบพันธุ์ เช่น อุดตันในมดลูก ปากมดลูกหรือช่องคลอด

2. ใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมน เช่น ยาฉีด ยากิน หรือยาฝัง

 

สำหรับกรณีของคุณทิวา จากประวัติและการตรวจภายใน ประจำเดือนที่มาน้อยคงเกิดจากการรับประทานยาคุม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใดทั้งสิ้น คุณทิวายังไม่หมดประจำเดือน และไม่เกี่ยวกับเรื่องความแก่เลยค่ะ

[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 25 ฉบับที่ 6 มิถุนายน 2544 ]
.
.
วิธีลดปวดประจำเดือน
.
โดย ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุภระฤกษ์
การมีประจำเดือน เป็นเครื่องหมายของสตรีที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ คือ ตั้งแต่อายุได้ ประมาณ 12 ปี จนถึงอายุเฉลี่ยประมาณ 55 ปี โดยการทำงานของฮอร์โมนเพศ เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ที่มีหน้าที่ในการควบคุมกระบวนการสร้างไข่ ตกไข่ ตลอดจนการนำไปสู่ การปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิของฝ่ายชาย และการฟักตัวเป็นมนุษย์ในที่สุด

ประจำเดือนที่มาตามปกตินั้น จะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายดำเนินไปตามปกติ เพราะไข่ที่ไม่ได้รับการผสม จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ฝังตัว ของไข่ ถูกขับออกมา เป็นการถ่ายเทของเก่าเพื่อสร้างของใหม่ ทำให้ไม่มีของเสียคั่งค้าง ภายใน จึงนับว่าเป็นผลดีของการมีประจำเดือน

อย่างไรก็ตาม คุณผู้หญิงจำนวนมาก ก็ยังรู้สึกเบื่อหน่าย และไม่อยากให้ช่วงเวลานั้ ของเดือน มาถึงเร็วนัก เพราะกิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันต้องเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น ต้องงดการว่ายน้ำหรือการกระโดดโลดเต้น อีกทั้งยังต้องคอยระมัดระวัง และกังวล กับรอยซึมเปื้อน ทำให้ความั่นใจลดลง รวมไปถึงความไม่สบายกายอีกมากมาย เช่น อาการวิงเวียน คลื่นไว้ ท้องอืด เบื่ออาหาร หงุดหงิด มีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ อันเนื่องมาจากระดับฮอร์โมนเพศลดลงจากระดับปกติ ที่สำคัญคุณผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ยังต้องประสบกับปัญหาปวดท้องในขณะมีประจำเดือน ซึ่งสร้างความทรมาน ทั้งทางร่างกาย และอารมณ์ จนบางครั้งอาจส่งผลต่อการทำงานปกติ หรือการดำเนินชีวิตประจำวันได้

ความจริงแล้ว อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการมีประจำเดือนแล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ใด ๆ เพียงแต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงบางคน ที่มดลูกมีการบีบรัดตัว อย่างรุนแรง เท่านั้น จึงไม่มีอะไรที่น่าวิตกกังวล เว้นเสียแต่ว่าจะมีการปวดถ่วงอย่างรุนแรง บริเวณท้องน้อย ซึ่งหากปวดมาก ๆ จนไม่เป็นอันกินอันนอนควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เพราะการปล่อยให้อาการปวดประจำเดือนรุมเร้า ทุกครั้งที่มีประจำเดือน โดยไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธีนั้น อาจส่งผลเสียต่อ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตอย่างมากได้

การับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น เป็นหนึ่งวิธีที่พบได้บ่อย ๆ ซึ่งก็ใช้ได้ผล แต่การสะสมของยาแก้ปวดในร่างกาย อาจส่งผลต่อกระบวนการ การทำงานของตับ และยังอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อม จึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า การออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมอ และเหมาะสม ไม่หักโหมจนเกิดอาการเจ็บป่วย เช่น การวิ่งอยู่กับที่ การออกกายบริหาร แบบเต้นแอโรบิก การเดินวันละ 10-20 นาที นอกจากจะช่วยให้ระบบการทำงาน ของร่างกายโดยรวม เป็นไปด้วยดีแล้ว ที่สำคัญช่วยให้ร่างกายสามารถทนกับ ความเจ็บปวดได้มากขึ้น

การบำรุงร่างกายด้วยอาหาร และสมุนไพรจีนอย่าง "ตังกุย" ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของผู้หญิงยุคนี้ เนื่องจากเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์แผนปัจจุบันแล้วว่า สารสกัดที่อยู่ในตังกุยมีคุณสมบัติในการต้านการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก จึงทำให้สามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวได้ รวมทั้งสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และสม่ำเสมอ นอกจากนี้วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 กรดโฟลิก และไบโอติน ที่มีอยู่ในตังกุยยังเป็นสารที่มีความสำคัญต่อการสร้างเลือด บำรุงเลือด และฟอกเลือด สำหรับสตรีอีกด้วย ดังนั้น การรับประทานตังกุยเป็นอาหารบำรุงในช่วงนี้ จึงนับว่า มีความเหมาะสมยิ่ง นอกจากนั้นแล้ว การเลือกรับประทานอาหาร ที่ให้พลังงานสูง จำพวกแป้ง ไขมัน น้ำตาล และอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ๆ เช่น ตับ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา หอย ถั่วเมล็ดแห้ง ก็จะช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง จากการที่ร่างกายต้องสูญเสียเลือดไป ในขณะมีประจำเดือนด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากการปฏิบัติตัวที่กล่าวมาแล้ว ยังควรคำนึงถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ บางประการ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้นในระหว่างที่มีรอบเดือน นั่นคือ ควรพิถีพิถัน กับการทำความสะอาดร่างกายให้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณ "จุดซ่อนเร้น" ขณะเดียวกันก็ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายในขณะที่มีประจำเดือน คือ ไม่ใส่เสื้อผ้าที่หลวมหรือคับจนเกินไป เลือกรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ งดดื่มน้ำเย็นจัด ๆ ไม่ปล่อยความคิดให้ฟุ้งซ่าน หรือหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องเลวร้าย รวมไปถึงไม่ควรทุ่มตัวหักโหมกับงานจนเกินไป พยายามทำใจให้สบาย ทำอารมณ์ให้สดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา

เพียงคุณปฏิบัติตัวให้พร้อมอยู่เสมอดังที่กล่าวมา ปัญหาการปวดรอบเดือน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้คุณหงุดหงิด ว้าวุ่นใจอีกต่อไป

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
.
เพลงประกอบ ชื่อ "หนักใจ"
ศิลปิน ออโต้บาห์

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แล้วตังกุยนี้ให้กินยังไงคะ ต้มกับน้ำเหรอ หรือยังไง...แต่จะไปลองถามร้านขายยาจีนแระกันค่ะ

#1 By june-ko (124.120.153.100) on 2007-09-26 14:18

1เดือนมา2ครั้งมาแล้วหยุดแล้วมาอีกหนูเป็นอะไรคะผิดปกติไช่ไมคะหนูต้องทำยังไงคะ บ้านพี่พลอย

#3 By น้องรัน (124.121.102.55) on 2008-03-21 15:56

^
^
^
ตอบน้องรันค่ะ พี่พลอยขอแนะนำให้น้องรันลองไปตรวจภายในดูนะคะ เพื่อจะได้คำตอบที่แน่นอน ไม่ต้องกลัวนะคะเดี๋ยวนี้มีหมอสูตินารีเป็นผู้หญิงด้วย น้องรันสามารถระบุกับยาบาลได้ค่ะว่าขอหมอผู้หญิงตรวจ เรื่องประจำเดือนเรื่องใหญ่นะคะ ปล่อยไว้นานๆ ไม่ดีค่ะ พี่เอาใจช่วยนะคะ

surprised smile surprised smile surprised smile

#4 By พี่พลอยจ๋า on 2008-03-21 18:51

Recommend