posted on 04 Jul 2007 16:22 by bannpeeploy in articles
สนใจอ่านข้อมูลในโรคอื่นๆ คลิ๊ก "บทความทางการแพทย์"
หรือ คลิ๊ก articles ก็ได้นะค่ะ
" คุณแม่พาน้องอ้น วัย 4 ขวบ มาหาหมอด้วยเรื่องโรคหวัดเป็นๆ หายๆ แต่หลังจากหยุดยาไม่นานก็เป็นใหม่อีก รอบนี้น้องอ้นคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ ไม่มีไข้มาประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว เมื่อตรวจร่างกายดูแล้ว พบว่าน้องอ้นเป็น 'ไซนัสอักเสบ' ค่ะ"
| |
|
รู้จัก ไซนัส...
ส่วนหนึ่งของตัวเรา
ไซนัส คือโพรงอากาศที่อยู่ด้านข้างของจมูก มีทั้งหมด 4 คู่ด้วยกันคือ ไซนัสข้างลูกตา ไซนัสข้างแก้ม ไซนัสที่หน้าผาก และไซนัสที่กลางศีรษะ ทุกๆ ไซนัสจะมีรูเปิดที่จมูก เพื่อขับเอาน้ำมูก สิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่เข้าไปในโพรงไซนัสทิ้งที่จมูก จากจมูก |
| |
|
จะมีขนเล็กๆ พัดเอาสิ่งสกปรกเหล่านี้ลงคอไป ถ้ามีการบวมหรืออุดตันบริเวณรูเปิดของไซนัสด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จะทำให้มีการอักเสบของไซนัสได้ค่ะ
กลุ่มเป้าหมาย ไซนัสอักเสบ
ไซนัสอักเสบเป็นโรคแทรกซ้อนของหวัด เด็กวัยนี้ (2-5 ขวบ) เริ่มเข้าโรงเรียนจึงมีโอกาสเป็นหวัดและไซนัสอักเสบได้บ่อย นอกจากนี้ยังมีเด็กบางกลุ่มที่จะเป็นไซนัสได้ง่าย เช่น |
- เด็กที่มีพี่น้องมาก หรืออยู่รวมกันมากๆ
- เด็กมีริดสีดวงจมูก หรือต่อมอดีนอยด์โต (ต่อมอดีนอยด์ เป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของโพรงจมูก มีหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค เวลาที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจะถูกเก็บกักไว้ที่ต่อมนี้ ถ้าต่อมนี้มีการอักเสบบ่อยๆ อาจเป็นแหล่งเก็บเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดไซนัสอักเสบ)
- มีการระคายเคืองที่จมูกมาก เช่น มีคุณพ่อหรือคุณแม่สูบบุหรี่หรืออาศัยอยู่บริเวณที่มีมลพิษมาก เช่น ริมถนนใหญ่
- การว่ายน้ำ กระโดดน้ำ ดำน้ำ เนื่องจากเชื้อโรคในจมูกจะถูกดันเข้าไปในไซนัสขณะที่กระโดดน้ำ และคลอรีนในน้ำจะระคายเคืองเยื่อบุจมูกทำให้รูเปิดไซนัสบวมตัน เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น (ในเด็กว่ายน้ำเป็นแล้ว จะมีโอกาสเป็นไซนัสน้อยกว่าเด็กที่กำลังหัดว่ายน้ำ เพราะจะสำลักและมีน้ำเข้าจมูกน้อยกว่า)
สัญญาณเตือน ไซนัสอักเสบมาเยือน
อาการแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
- แบบเฉียบพลัน จะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอคล้ายอาการจมูกอักเสบแต่หนักกว่า และถ้ามีน้ำมูกเขียวนานกว่าสิบวันแล้วยังไม่หาย มีคัดจมูกมาก ปวดศีรษะ (ซึ่งในเด็กเล็กๆ จะบอกยาก) ปวดหน้าผาก ปวดแก้ม อาจเป็นอาการของโรค ส่วนอาการไข้จะมีหรือไม่มีก็ได้ค่ะ
- แบบเรื้อรัง มีการอักเสบของไซนัสต่อเนื่องมากกว่า 12 สัปดาห์ นานจนทำให้รูเปิดไซนัสบวมและตัน ส่วนอาการจะยิ่งมีน้อยลงอาจเหลือเพียงคัดจมูกตอนกลางคืน และไอตอนเช้าไม่หายสักที มีน้ำมูกเป็นๆ หายๆ คล้ายเด็กที่เป็นภูมิแพ้ กินยาแก้อักเสบอาการจะดีขึ้น แต่พอหยุดยา เชื้อซึ่งอยู่ในไซนัสที่ขับออกไม่หมดจะเพิ่มจำนวนขึ้น และทำให้กลับมาเป็นใหม่ ต้องกลับมากินยาแก้อักเสบเป็นระยะๆ
อย่าดูดายเพราะมีผลแทรกซ้อน
การอักเสบติดเชื้อในไซนัสนั้น ถ้ารุนแรงจะกระจายไปสู่อวัยวะข้างเคียง ที่พบบ่อยที่สุดคือ หูชั้นกลางอักเสบ ฝีในลูกตา เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง และน้ำมูกที่ไหลจากไซนัสจะลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบและปอดอักเสบหรือปอดบวมได้ และสามารถกระจายเข้าเส้นเลือด เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
ยาปฏิชีวนะ ช่วยได้
ยาหลักในการรักษาคือ ยาปฏิชีวนะ ในไซนัสอักเสบเฉียบพลันใช้ยาประมาณ 10-14 วัน และในรายที่เป็นไซนัสแบบเรื้อรังต้องกินยาประมาณ 3-6 อาทิตย์
แต่โดยทั่วไปจะต้องนัดเด็กมาตรวจเป็นระยะๆ ก่อน ส่วนในรายที่เป็นภูมิแพ้จะต้องรักษาจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ด้วยยารับประทานหรือยาพ่นด้วย เพื่อเปิดรูของไซนัส
ส่วนรายที่เป็นเรื้อรังอาจต้องใช้การผ่าตัดเปิดรูไซนัสด้วยกล้อง ซึ่งมักจะทำเฉพาะในเด็กโตและในเด็กที่ได้รับยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยาปฏิชีวนะได้ค่ะ
วิธีในการรักษาอีกอย่างคือ การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ จะช่วยทำให้หายเร็วขึ้น เพราะน้ำเกลือจะช่วยล้างน้ำมูกในจมูกออกไป ไซนัสจะขับน้ำมูกที่คั่งค้างในโพรงออกมาได้ดีขึ้น ที่สำคัญระหว่างป่วยหรือเพิ่งหายใหม่ๆ ต้องงดว่ายน้ำด้วย
เป็นแล้ว ก็เป็นอีก
ไซนัสอักเสบไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เด็กที่มีน้ำมูกไหลจากไซนัสแล้วไอหรือจาม จะแพร่เชื้อให้เด็กคนอื่น ทำให้เด็กคนอื่นเป็นจมูกอักเสบ คออักเสบได้ และโรคนี้เป็นแล้วก็เป็นอีกได้ ดังนั้นการป้องกันจึงมีความสำคัญ เช่น ลดการพาเด็กไปรับเชื้อในที่ชุมชน แยกเด็กที่เป็นหวัดจากเด็กอื่น และเรียนในชั้นที่มีเด็กไม่มากนัก ถ้าเป็นหวัดหรือจมูกอักเสบแล้วก็ต้องรักษาให้หายก่อนที่เชื้อจะเข้าไซนัส แต่ถ้าเป็นไซนัสแล้วต้องรีบรักษาขณะที่เป็นระยะเฉียบพลัน อย่าให้กลายเป็นระยะเรื้อรังจะรักษายากกว่า ถ้าเป็นจมูกอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จะต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเร็วกว่าเด็กปกติเล็กน้อย เนื่องจากจะมีโอกาสกลับมาเป็นไซนัสใหม่ง่ายกว่า แต่คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าเพิ่งกลุ้มใจไปค่ะ ถ้าไม่ได้เป็นเรื้อรัง เพราะแม้เด็กจะกลับมาเป็นไซนัสใหม่ได้หลายๆ ครั้ง แต่การรักษาที่หายทุกครั้งจะค่อยๆ ทำให้เป็นห่างขึ้น และดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโตขึ้น
ไซนัสอักเสบต้องการการดูแล
- ดื่มน้ำและพักผ่อนมากๆ
- ถ้ามีไข้ควรหยุดโรงเรียน
- ถ้าไอ ควรงดน้ำเย็น อาหารเย็นๆ
- ใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น เลี่ยงการเปลี่ยนอุณหภูมิร่างกายเร็วๆ
- งดว่ายน้ำ
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (โดยเฉพาะหลังว่ายน้ำควรล้างจมูกด้วยน้ำเกลือทันที)
- น้ำเกลือทำเองได้ไม่ยาก
- ใช้น้ำต้มสุก 1 ลิตร ผสมเกลือสะอาดประมาณ 3 ช้อนกาแฟ คนให้ละลายหรือใช้วิธีชิมเทียบกับน้ำเกลือล้างแผลหรือล้างคอนแทคเลนส์ 0.9% โดยให้น้ำเกลือที่ใช้เค็มเท่ากับหรือมากกว่าน้ำเกลือล้างแผล เพราะการใช้น้ำเกลือเข้มข้นสูงล้างจมูกจะช่วยทำให้จมูกโล่งขึ้น
- รับประทานยาสม่ำเสมอ
- ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงๆ เพราะจะทำให้มีแรงอัดเข้าไปในโพรงไซนัส ทำให้ไซนัสอักเสบเพิ่มขึ้นได้
- ไปตรวจตามแพทย์นัด แม้จะรู้สึกว่าลูกหายแล้ว เนื่องจากอาการจะหายก่อนเชื้อโรคจะหมดไปจากร่างกายประมาณ 7 วัน
ปัจจุบันนี้เด็กเป็นภูมิแพ้มากขึ้น ทำให้มีโอกาสเป็นจมูกอักเสบหรือไซนัสอักเสบเพิ่มขึ้น รวมถึงสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษมาก ทำให้โรคติดเชื้อทางเดินหายใจทุกชนิดเพิ่มและหายยากขึ้น ดังนั้นการดูแลป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญกว่าปล่อยให้เจ็บป่วยแล้วค่อยรักษาค่ะ
([ ที่มา..นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 244 พฤษภาคม 2546 ].
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
.
เพลงประกอบ ชื่อ "ลมหนาว"
ศิลปิน ทีฟอร์ทรี