ทำยังไงให้เก่งภาษาอังกฤษ
posted on 19 Jul 2007 11:58 by bannpeeploy in education
เดี๊ยน..กำลังหัดทำตามที่พี่พลอยจ๋าบอกน่ะฮ้า...
สวัสดีคะ วันนี้พลอยจ๋ามีสาระประโยชน์ดีๆ มาแนะนำ สำหรับผู้ที่อยู่ว่างๆ หรือสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษของตนเองนะคะ สืบเนื่องจากมีเมลล์ และมีคน add MSN มาถามพลอยจ๋าเรื่อง "นักเรียนทุนรัฐบาล" มาก โดยสาระสำคัญที่สุดที่เราจะไปเรียน หรือเที่ยวต่างประเทศได้ คือ คุณต้องสามารถพูด อ่าน เข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควรน่ะคะ ที่นี้ถ้าภาษาอังกฤษของเราไม่ดีล่ะ จะทำยังไง ไม่ยากเลยคะ เพราะพลอยจ๋าก็ไม่ใช่เด็กนานาชาติ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของพลอยจ๋าเหมือนกัน เนื่องจากไม่ใช่ภาษาแม่ของพวกเรา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหัด ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะจริงจังและทุ่มเทกับภาษาที่สองนี้อย่างไร ซึ่งผลลัพท์ก็จะออกมาเป็นคุณภาพในการใช้ภาษาอังกฤษของเรานั้นเองคะ
สมัยที่พลอยจ๋าเริ่มหัดภาษาอังกฤษใหม่ๆ พลอยจ๋ามีเคล็ดลับ ดังนี้คะ
เสริมทักษะ ฟัง /พูด /อ่าน /เขียน ภาษาอังกฤษ ฉบับนางมาร สไตล์พลอยจ๋า
1. ฟังภาษาอังกฤษยังไงให้รู้เรื่องและไม่เบื่อ ต้องกระแดะ ดูแต่หนังซาวด์แทรค คะพี่น้อง กิกิ ละครหลังข่าวนี้เลิกพูดถึง ปิดไปเลย เปิดวีซีดี ดูหนังซาวด์แทรค พยายามซื้อ มา 2 ชุด ชุดแรกแบบที่พูดอังกฤษ ไม่มีคำบรรยายไทย(อันนี้ ดูแล้วจะ "อิส อะ มึน" มากๆในระยะแรก กิกิ) ชุดที่ 2 ซื้อแบบมีบรรยายไทยวิ่งเป็นตัวหนังสือด้านล่าง เทคนิค เราต้องไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อนนะคะ พลอยจ๋าใช้เวลาดูหนังเรื่องหนึ่งในวิชามารนี้ประมาณ 5 ครั้งคะ(กิกิ นานมากเลยกว่าจะเข้าใจ โง่ไหมคะ)
ครั้งที่ 1 เปิดดูชุดแรก ไม่มีบรรยายไทย พูดอังกฤษล้วนๆ มึนมากๆ พยายามดูแต่ภาพและเรื่องราวว่าดำเนินไปอย่างไร ฟังเสียประกอบ จะพอจับได้บ้าง เป็นบางคำง่ายๆ จบเรื่องไม่รู้อะไรเลย หนังอะไรว่ะ พูดภาษาต่างดาวกันทั้งเรื่อง กิกิ
ครั้งที่ 2 ยังคงดูแบบไม่มีบรรยายไทยอยู่ ที่นี้ดูเนื้อเรื่องแล้วฟังเสียง เน้นฟังเสียงพูดให้มาก พยายามจับประโยคที่เค้าพูด ว่าประโยคนี้มันพูดว่าอะไรน้า.. เราจะจำประโยคได้มากกว่า และยาวกว่าในการดูครั้งแรกคะ
ครั้งทึ่ 3 ให้เปลี่ยนกลับมาดูแบบที่มีบรรยายไทย ตอนนี้ให้ฟังเสียงอังกฤษและอ่านคำบรรยายไปเลย จะเริ่มดูรู้เรื่อง และจะดูสนุก กว่า ว่า อ้อ..ที่แท้มันพูดแบบนี้ กิกิ ไม่ใช้แบบที่เราคิดซะหน่อย จบการดูครั้งที่สาม เราเริ่มรู้เนื้อเรื่องแล้วล่ะคะพี่น้อง เย้...
ครั้งที่ 4 ให้ดูแบบมีบรรยายไทยอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ไม่อ่านคำบรรยายแล้วนะ ให้พยายามฟังเสียงภาษาอังกฤษ พยายามจับสำนวนของเค้า จำให้ได้ว่าประโยคแบบนี้แปลเป็นไทยได้ประมาณนี้นะ คือสนใจแต่สำเนียง และเอาความจำจากการดูครั้งที่สาม เข้ามาช่วยประติดประต่อเรื่องน่ะคะ จบการดูครั้งที่สี่ มาถึงการดูครั้งสุดท้ายกันบ้างนะคะ
ครั้งที่ 5 ให้ย้อนกลับไปดูภาษาอังกฤษล้วนๆ ไม่มีบรรยายไทยนะคะ ที่นี้ดูไปเลย แต่ต้องตั้งใจในการดูให้มากเป็นพิเศษ แล้วคุณจะรู้ว่าสามารถดูหนัง และเข้าใจเนื้อเรื่อง โดยไม่มีคำบรรยายไทย แถมยังจำประโยคเด็ดๆในหนังมาพูดได้อีกด้วย ทำแบบนี้บ่อยๆ ไม่ถึง 10 เรื่องก็เก่งภาษาอังกฤษแล้วล่ะคะ แล้วก็จะจำประโยคไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และไม่ลืมไปง่ายๆอีกด้วยนะคะพี่น้อง
2. พูดภาษาอังกฤษยังไงให้สนุก และอยากพูด
2.1 ใช้เพลงเป็นสื่อคะ หัดแปลเพลงภาษาอังกฤษ ที่เราชอบเป็นภาษาไทย เลือกเพลงที่ดังๆ เลยนะ ประมาณว่าแปลได้แล้ว ก็จะได้เอาไปร้องข่มเพื่อนได้ด้วยน่ะคะ กิกิ ได้ทั้งภาษา ได้ทั้งความรู้ และยังได้เทห์ด้วยนะคะ รับรองว่างานนี้ คุณจะกลายเป็น ดาวเด่นเก่งภาษาในกลุ่มเพื่อนๆ เพียงพริบตาเลยล่ะคะ กิกิ วิธีการก็ง่ายๆ ลองทำตามพลอยจ๋าดังนี้นะคะ
ขั้นแรก หลังจากเลือกเพลงฮิตได้แล้ว ก็หาเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษก่อนเลยคะ เขียนเนื้อเพลงเป็นประโยคๆ ลงในกระดาษ หรือจะพิมพ์เอาก็ได้นะคะ แต่ต้องเว้นบรรทัดไว้ 2 บรรทัดในแต่ละประโยค เพื่อจะเติมคำอ่านภาษาอังกฤาลงไปหนึ่งบรรทัด และคำแปลลงไปอีกหนึ่งบรรทัดน่ะคะ
ขั้นที่สอง เปิดดิชชั่นนารี หาคำอ่านออกเสียง และความหมายของแต่ละคำในเนื้อเพลงคะ พลอยจ๋าใช้ ทอคกิ้งดิช อ่ะนะคะ เพราะตอนแรกๆ ที่เราเรียนภาษาอังกฤษ เราจะไม่แม่นเรื่องสำนวน หรืออีเดี้ยมของเค้าเท่าไร ถ้าคำไหนเราเปิดดิช แล้วไม่มีความหมาย ก็ให้ กดคำ ลงในทอคกิ้งดิช ให้มันพูดให้เราฟังว่าอ่านออกเสียงยังไง แล้วจดคำอ่านนั้นลงไปในบรรทัดที่ 2 รองลงมาจากบรรทัดเนื้อเพลงน่ะคะ ทำแบบนี้จนจบเพลงนะคะ
ขั้นที่สาม หลังจากหาคำอ่าน และความหมายจนหมดแล้ว เราก็มาเริ่มแปลคะ พยายามอย่าแปลตรงตัวนะคะ เพราะเนื้อเพลงที่ออกมาเป็นไทยนั้น จะเสี่ยวแดกมากๆ คะพี่น้อง มันจะน้ำเน่าและก็ชวนแหวะมากกว่าที่จะมีความหมายดี ฉะนั้นพยายามแปลแบบความน่าจะเป็น คือพยายามนึกถึงเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นคนไทยจะใช้สำนวนว่าอะไรน้า แต่อย่าใช้จินตนาการโอเวอร์นะคะ พยายามอิงๆความหมายของศัพท์เค้าด้วย ถ้าทำแบบนี้เราก็จะแปลเพลงออกมาได้สวย และมีความหมายดีน่ะคะ
ขั้นสุดท้าย หลังจาก เขียนคำอ่านเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ได้คำแปลแล้ว เราก็รู้ความหมายทั้งเพลงแล้วว่ากำลังพูดถึงอะไร จะมั่วรอช้าอยู่ที่ไมล่ะคะ เปิดเพลงเลย ดนตรีมา.. ยืนถือโพย เลยคะ ร้องตาม คำอ่านที่เราเขียนมา พยายามร้องให้ทันนะ กิกิ หัดร้องไปสักระยะคุณก็จะร้องเพลงโปรดได้อย่างเนียนสุดๆ คล้ายมืออาชีพเลยล่ะคะ แถมถ้าเพื่อนมันดักคอว่า ร้องได้แล้วเข้าใจความหมายหรือเปล่าว่ะ ก็อัดกลับไปเป็นประโยคๆ เลยว่า ท่อนนี้ว่ายังงี้นะจ๊ะ ส่วนท่อนนี้น่ะ..เหมาะกับเธอที่สุด เพราะเค้าพูดว่าอย่างนี้จ๊ะ กิกิ
2.2 พยายามหาเพื่อนเป็นชาวต่างชาติคะ สมัยพลอยจ๋าตอนนั้น สไกด์(โทรศัพท์ออนไลน์) ยังไม่มี ต้องพยายามหาเพื่อนเป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนในเมืองไทยคะ พยายามที่จะไปพูด คุย ช่วยเหลือเค้า ไม่รู้ล่ะว่าฟังออก พูดถูกหรือเปล่า แต่พยายามเข้าไปใกล้ชิด สนิทสนมไว้ก่อน พาไปเที่ยว พาไปกินข้าว เดี๋ยวเราก็ได้ภาษาจากเค้าเอง และเรายังได้หัดภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ ของเรากับเค้าด้วย ซึ่งคนพวกนี้จะดีใจ ไม่ถือสาในความโง่เง่าด้านภาษาของเรานะคะ เพราะเค้าซึ้งในน้ำใจที่เราอุตส่าห์มาเป็นเพื่อนเค้า พาเค้าเที่ยวและพูดคุยกับเค้าน่ะคะ เค้าก็จะพยายามสอนเราแบบสุดฤทธิ์เหมือนกัน
แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ง่าย ใช้สไกด์เลยคะ ออนไลน์คุยเลย หัดภาษาไปในตัว แต่อย่าพยายามไปใจอ่อนกับหนุ่มต่างชาตินะคะ กิกิ เดี๋ยวประเทศไทยเราจะขาดดุลได้ เอิ๊กๆ อ๊ากๆ ท่องไว้ในใจเสมอว่า เรามาหัดภาษา ไม่ได้มาหาแฟนนะ กิกิ แต่สุดท้ายถ้ามันจะได้แฟนมาด้วย ก็..เอาก็เอาว่ะ กิกิ ถือว่าเป็นโบนัสล่ะกันคะ
3. อ่านภาษาอังกฤษยังไงให้รู้เรื่อง และพัฒนาคำศัพท์
ตอนแรก ก็อ่านการ์ตูนซิคะ อ่านการ์ตูนภาษาอังกฤษก่อน เลือกแบบที่มีภาพสวยๆ จะได้ช่วยสร้างความจำเราด้วย พวกการ์ตูนของเด็กอนุบาลนี้ก็ดีนะคะ ศัพท์ง่ายเราค่อยๆ เริ่มจากศูนย์ถึงร้อยนะคะ กิกิ แต่ปัจจุบันพลอยจ๋าก็ยังชอบที่จะไปอ่านระดับศูนย์อยู่ดีนะคะ ไปไม่ถึงร้อยซะที กิกิ เวลาอ่านจะให้มันส์ ก็ต้องออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษ เลียนแบบตัวการ์ตูนนั้นๆ ไปด้วยนะคะ อาจจะเรียกเด็กๆ แถวบ้านมานั่งฟังด้วย สนุกดีอ่ะคะ ออกแนวบ้าๆดี เด็กๆจะชอบมาก ได้สนุกและยังได้เพิ่มทักษะไปด้วยในตัวเลย
ตอนกลาง หันมาอ่านพวก เนชั่นจูเนียร์ โดยมีเคล็ดลับคือ ให้ซื้อหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับในวันนั้น ซื้อหนังสือพิมพ์ไทย 1 ฉบับ แนะนำให้ซื้อเดลินิวส์ และให้ซื้อเนชั่นจูเนียร์ อ่านเดลินิวส์ไปก่อนหนึ่งรอบ แล้วไปอ่านเนชั่นจูเนียร์ แล้วมาจับใจความสำคัญว่ามีข่าวไหนบ้างนะ ที่หนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับนี้ลงเหมือนกัน หลังจากนั้นก็ขีดเส้นใต้คำศัพท์ที่เราไม่เข้าใจน่ะคะ แล้วไปเปิดดิช ทำแบบนี้ทุกอาทิตย์ๆ ละ 1 วัน รับรองภายใน 3 เดือน ได้คำศัพท์เป็นร้อย แถมยังอ่านได้เข้าใจมากกว่าเดิม เปิดศัพท์น้อยลงกว่าเดิมทุกทีๆ นะคะ
ตอนปลาย อ่านบางกอกโพสท์ ไปเลยคะพี่น้อง ประมาณว่ากูกระแดะแล้ว อ่านไทยรัฐ เดลินิวส์นี้ไม่เข้าหู ซื้อแต่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤาอย่างเดียว อยากรู้ข่าวสารบ้านเมืองเหรอ อ่านไปซิอ่านไป อ่านไม่ออกเหรอ แปลไปซิแปลไป หัดแบบนี้บ่อยๆ จากเดิมที่ บางกอกโพสท์ 1 ฉบับอ่านไปได้ 1 เดือน ก็จะลดลงมาเป็น 1 ฉบับ อ่านได้ 3 อาทิตย์อ่ะคะ กิกิ พอระดับอยู่ที่ 1 ฉบับต่อ 1 วันได้เมื่อไหร่ ตอนนั้นแหละเก๋ กูด แล้วล่ะคะพี่น้อง
4. เขียนยังไงให้รู้เรื่อง และถูกหลักไวยกรณ์
ก็ตายตัวนะคะ อยากเขียนให้เก่ง ก็ต้องเขียนบ่อยๆ แต่เขียนบ่อยๆ ก็ไม่มีทางรู้อยู่ดีว่าถูกต้องไหม ต้องใช้ตัวช่วยคะ สมัคร เพ็นเฟรด ไปเลย หาเพื่อนต่างชาติ แต่เลือกแบบที่เค้าเป็นเจ้าของภาษาหน่อยนะคะ เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทสสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อะไรแบบนี้น่ะคะ แล้วก็เขียนโต้ตอบจดหมายกัน ซึ่งควรเลือกคนที่อายุมากๆ หน่อย แก่กว่าเราซะ 15 -20 ปีน่ะคะ เค้าจะได้มีความสามารถและเข้าใจในปัญหาของเราว่า เราต้องการคนช่วยแก้สำนวนภาษาอังกฤา หรือไวยกรณ์ให้เรา ซึ่งข้อนี้ต้องแจ้งไปในการขอทำความรู้จักเลยนะคะ หรืออาจจะเลือกจากอาชีพของเค้าก็ได้คะ เช่น ครู หรือ แพทย์ อะไรแบบนี้จะใจดีและช่วยเหลือเราได้มากๆ คะ
พลอยจ๋าขอแนะนำเวปที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษคะ
ลงทะเบียนหาเพื่อน เพ็นเฟรด ออนไลน์ ฟรี ได้ทั่วโลกนะคะ ลองคลิ๊กไปดูตามนี้คะ
เวปพัฒนาด้านการฟังภาษาอังกฤษคะ อันนี้ดีมากๆ
http://www.elllo.org/index.htm
เวปพัฒนาด้านการอ่าน อ่านเสร็จมีการทำแบบฝึกหัดด้วยนะคะ ดีมากๆเหมือนกันคะ
เป็นไงคะวิชามารของพลอยจ๋า ฟังดูดีไหมล่ะคะพี่น้อง
ลองเอาไปทำกันดูนะคะ พลอยจ๋าขอเป็นกำลังใจให้คะ
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
เพลงประกอบ ชื่อ "รักไม่มีพรมแดน"
ศิลปิน ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง
โค้ดเพลง http://www.wherearepop.com/members/nannee/mp3ss3015s.swf
สารบัญบล็อก





อย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย โห ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ยว่าคุยกับนักกลอนอยู่ตั้งนานสองนาน








ขอบคุณมากนะคะ
#1 By ManaWKhaW O ๐ . * on 2007-07-19 12:47