บทสวดมนต์ ทำวัตรเช้า

posted on 21 Jul 2007 00:56 by bannpeeploy in buddhism

   

 ห้องพระบ้านพี่พลอย ; สวดมนต์ออนไลน์

  สนใจเลือกฟังเสียงบทสวดมนต์อื่น  คลิ๊กที่นี้ค่ะ

บทสวดมนต์ ทำวัตรเช้าแปล

คำบูชาพระรัตนตรัย


 

  •  
      อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,
      พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ;
      พุทธัง ภควันตัง อะภิวาเทมิ.
      ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

(กราบ)

  •  
      สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
      พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว ;
      ธัมมัง นะนัสสามิ.
      ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม.

(กราบ)

  •  
      สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
      พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ;
      สังฆัง นะมามิ.
      ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์.

(กราบ)

 

 

คำทำวัตรเช้า (ปุพพภาคนมการ)
(หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส. )

 


  •  
      นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ;
      อะระหะโต
      ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ;
      สัมมาสัมพุทธัสสะ.
      ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

( ๓ ครั้ง )


(๑. พุทธาภิถุติ)
(หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส.)
 


 

  •  
      โย โส ตะถาคะโต,
      พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด ;
      อะระหัง
      เป็นผู้ไกลจากกิเลส ;
      สัมมาสัมพุทโธ ,
      เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ;
      วิชชาจะระณะสัมปันโน,
      เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ;
      สุคะโต,
      เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี ;
      โลกะวิทู,
      เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง ;
      อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ,
      เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า ;
      สัตถา เทวะมะนุสสานัง,
      เป็นครูผู้สอน ของเทวคาและมนุษย์ทั้งหลาย ;
      พุทโธ,
      เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ;
      ภะคะวา,
      เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ;
      โย อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพรหมะกัง, สัสสะมะณะพราหมะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง อะภิญญา สัจฉิกัตวา ปะเวเทสิ,
      พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด, ได้ทรงทำความดับทุกข์ใหเ้เจ้งด้วยพระปัญญาอันยิ่งเองแล้ว, ทรงสอนโลกนี้ พร้อมทั้งเทวดา, มาร พรหม, และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์, พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม ;
      โย ธัมมัง เทเสสิ,
      พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด, ทรงแสดงธรรมแล้ว ;
      อาทิกัลยาณัง,
      ไพเราะในเบื้องต้น,
      มัชเฌกัลยาณัง,
      ไพเราะในท่ามกลาง,
      ปะริโยสานะกัลยาณัง,
      ไพเราะในที่สุด,
      สาตถัง สะพยัญชะนัง เกวะละปริปุณณัง ปะริสุทธัง พรหมะจะริยัง ปะกาเสสิ,
      ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบแห่งการปฏิบัติอันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สิ้นเชิง, พร้อมทั้งอรรถะ (คำอธิบาย) พร้อมทั้งพยัญชนะ (หัวข้อ) ;
      ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ
      ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ;
      มะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ.
      ข้าพเจ้านอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า

(กราบรำลึกพระพุทธคุณ)


(๒. ธัมมาภิถุติ)
(หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เส.)
 


 

  •  
      โย โส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
      พระธรรมนั้นใด, เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ดีแล้ว ;
      สันทิฏฐิโก,
      เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง ;
      อะกาลิโก,
      เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล ;
      เอหิปัสสิโก,
      เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด ;
      โอปะนะยิโก,
      เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว ;
      ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ,
      เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ;
      ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ,
      ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น ;
      ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ,
      ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า ;

(กราบรำลึกพระธรรมคุณ)


(๓. สังฆาภิถุติ)
(หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส.)
 


 

  •  
      โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
      สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด, ปฏิบัติดีแล้ว ;
      อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
      สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด, ปฏิบัติตรงแล้ว ;
      ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
      สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด, ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว ;
      สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
      สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด, ปฏิบัติสมควรแล้ว ;
      ยะทิทัง,
      ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ :
      จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา,
      คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่, นับเรียงตัวบุรุษ ได้ ๘ บุรุษ ;
      เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
      นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ;
      อาหุเนยโย,
      เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา ;
      ปาหุเนยโย,
      เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ;
      ทักขิเณยโย,
      เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน ;
      อัญชะลิกะระณีโย,
      เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี ;
      อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ,
      เป็นเนื้อนาบุญของโลก, ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ;
      ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,
      ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น ;
      ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ,
      ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเศียรเกล้า ;

(กราบรำลึกพระสังฆคุณ)


(๔. รตนัตตยัปปณามคาถา)
(หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะสังเวคะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส.)


 

  •  
      พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว
      พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณพ ;
      โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน,
      พระองค์ใด มีตาคือญาณอันประเสริฐหมดจดถึงที่สุด ;
      โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก,
      เป็นผู้ฆ่าเสียซึ่งบาป และอุปกิเลสของโลก ;
      วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,
      ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ.
      ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน,
      พระธรรมของพระศาสดา สว่างรุ่งเรืองเปรียบดวงประทีป ;
      โย มัคคะปากามะเภทะภินนะโก,
      จำแนกประเภท คือ มรรค ผล นิพพาน, ส่วนใด
      โลกุตตระ โย จะ ตะทัตถะทีปะโน,
      ซึ่งเป็นตัวโลกุตตระ, และส่วนใดที่ชี้แนวแห่งโลกุตตระนั้น ;
      วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,
      ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ.
      สังโฆ สุเขตตาภยะติเขตตะสัญญิโต,
      พระสงฆ์เป็นนาบุญอันยิ่งใหญ่กว่านาบุญอันดีทั้งหลาย ;
      โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก,
      เป็นผู้เห็นพระนิพพาน, ตรัสรู้ตามพระสุคต, หมู่ใด ;
      โลลัปปะหีโน อะริโย สุเมธะโส,
      เป็นผู้ละกิเลสเครื่องโลเล เป็นพระอริยเจ้า มีปัญญาดี ;
      วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,
      ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ.
      อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง, วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะตัง, ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปัททะวา, มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา.
      บุญใด ที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งวัตถุสาม, คือพระรัตนตรัย อันควรบูชายิ่งโดยส่วนเดียว, ได้กระทำแล้วเป็นอย่างยิ่งเช่นนี้นี้, ขออุปัททวะ (ความชั่ว) ทั้งหลาย, จงอย่ามีแก่ข้าพเจ้าเลย, ด้วยอำนาจความสำเร็จ อันเกิดจากบุญนั้น.

(๕. สังเวคปริกิตตนปาฐะ)


 

  •  
      อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน
      พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้ว ในโลกนี้ ;
      อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
      เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ;
      ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก,
      และพระธรรมที่ทรงแสดง เป็นธรรมเครื่องออกจากทุกข์ ;
      อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก,
      เป็นเครื่องสงบกิเลส, เป็นไปเพื่อปรินิพพาน ;
      สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต ;
      เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม, เป็น ธรรมที่พระสุคตประกาศ ;
      มะยันตัง ธัมมัง สุตวา เอวัง ชานามะ : -
      พวกเราเมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้ว, จึงได้รู้อย่างนี้ว่า : -
      ชาติปิ ทุกขา,
      แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์ ;
      ชะราปิ ทุกขา,
      แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์ ;
      มะระณัมปิ ทุกขัง
      แม้ความตายก็เป็นทุกข์ ;
      โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา,
      แม้ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์ ;
      อัปปิเยหิ สัมปะโยโ