เสียงแห่งธรรมพุทธประวัติ (8)
posted on 22 Jul 2007 21:40 by bannpeeploy in buddhism
ตู้พระไตรปิฏกบ้านพี่พลอย
รวบรวมเรื่องพุทธประวัติ และนิทานชาดก
สนใจเลือกรับฟังตอนอื่น คลิ๊กที่นี้คะ
พระอานนท์ได้นำข่าวดีมาบอกแก่พระนางปชาบดีโคตมีว่าสามารถบวชเป็นภิกษุณีได้
เสียงแห่งธรรม พุทธประวัติ ตอนที่ 9
พระนางปชาบดีโคตมีบวชเป็นภิกษุณีคนแรกของพระพุทธศาสนา
พระพุทธองค์ได้ตรัสตอบพระอานนท์อีกว่า สตรีเพศเป็นเพศที่อ่อนแอ สั่นคลอนได้ง่าย ถ้าจะบวชต้อง มีกฏระเบียบที่เคร่งครัดมาก เรียกว่า ครุธรรม ซึ่งมี ๘ ประการด้วยกัน และปฏิบัติเป็นกฏที่เข้มงวดมาก คือ
- ภิกษุณีที่บวชแล้ว จะนานเท่าใดก็ต้องให้ความเคารพแก่พระภิกษุผู้บวชแล้ว แม้เพียงวันเดียว
- ต้องไม่อยู่อาศัยเพียงลำพังในสถานที่ที่ไม่มีภิกษุอยู่
- ต้องรับฟังคำสั่งสอนของผู้ที่สงฆ์ได้มอบหมายหน้าที่ให้สั่งสอนทุกๆ ครึ่งเดือน
- ต้องปาวารณาเปิดโอกาสให้สงฆ์ทั้งฝ่ายภิกษุและภิกษุณีว่ากล่าวตักเตือนชี้โทษได้ในวันปาวารณา ถ้ามี อาบัติโทษอันชั่ว จักต้องได้รับการพิจารณาโทษและออกจากอาบัติวินัยสงฆ์
- ถ้ามีอาบัติโทษอันชั่วหยาบ จักต้องได้รับการพิจารณาโทษ และออกจากอาบัติในสงฆ์ทั้งสองฝ่ายคือ พระภิกษุและพระภิกษุณี
- ก่อนจะบวชเป็นภิกษุณี ต้องอยู่ประพฤติปฏิบัติเป็นสิกขมานา เพื่อการทดลองเป็นเวลานานไม่น้อย กว่า 2 ปีแล้วจึงได้บวชในสำนักสงฆ์
- ต้องไม่พูดคำหยาบคายอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ภิกษุสงฆ์
- ต้องไม่ทำตนเป็นผู้ว่ากล่าวตักเตือนภิกษุสงฆ์ แต่จะต้องเป็นผู้รับฟังคำว่ากล่าวตักเตือนจากภิกษุสงฆ์ และปฏิบัติศีลของภิกษุณี ตั้งแต่ศีลปาณาขึ้นไปจนถึงศีล ๘ และต่อไปจนถึงศีล ๓๒๐ ในสิกขาบทของศีล ภิกษุณี
ศีล ๘ ประการ
- ปาณาติปาตา เวระมนีสิกขาปะทังสมาทิยามิ
- อทินนาทานา เวระมนี สิกขาปะทังสมาทิยามิ
- กาเมสุมิจฉาจารา เวระมนี สิกขาปะทังสมาทิยามิ
- มุสาวาทา เวระมนี สิกขาปะทังสมาทิยามิ
- สุราเมระยะ มัชชะปมาทัตถานา เวระมนี สิกขาปะทังสมาทิยามิ
- วิกาละโภชนา เวระมนี สิกขาปะทังสมาทิยามิ
- นัจจะคีตวา ทิตวิสูกทสสน มาคาคนธวิเลป นธารณ มณฑวิภูสนฏฐานา เวระมนี สิกขาปะทัง สมาทิ ยามิ
- อุจจาสยนมหาสยนา เวระมนี สิกขาปะทังสมาทิยามิ
ถ้านางมหาปชาบดีโคตมีหากมีความเต็มพระทัยจะถือกฏอันเข้มงวด ๘ และศีล ๓๒๐ ประการอย่าง เคร่งครัดตลอดชีวิตแล้ว ก็ให้ถือว่านั้นละเป็นการบรรพชาอุปสมบทของพระนาง และก็ถือว่าเป็น ภิกษุณีโดยสมบูรณ์ถูกต้อง จะต้องมีศีล ๓๒๐ นี้ดังในพุทธกาลที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบันภิกษุณีไม่ได้ มีอีกแล้ว ยังเหลือแต่พระสงฆ์เท่านั้น
พระอานนท์ได้รับเอาพระพุทธานุญาตนั้น แล้วกลับออกมาแจ้งต่อพระนางปชาบดีโคตมี ตามที่พระ ศาสดาได้ตรัสทุกประการ พระนางปชาบดีโคตมีและเจ้าหญิงศากิยาต่างก็มีความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงได้กล่าวคำขอบใจพระอานนท์พร้อมทั้งกล่าวว่า พระอานนท์เปรียบเหมือนคนหนุ่มสาว รักการ แต่งกาย อาบน้ำชำระสระผมให้สะอาด แล้วยกพวงมาลัยอันประกอบด้วยดอกไม้มีสีสวยสด มีกลิ่นหอม ขึ้นด้วยพระหัตถ์ทั้งสอง แล้ววางลงบนหัวของตนด้วยความระมัดระวังฉันใด ก็เหมือนข้าน้อยเองก็จะ เทิดทูน กฎระเบียบ ๘ ประการนั้นไว้เหนือหัว ไม่ประพฤติล่วงละเมิดจนตลอดชีวิตของข้าน้อยด้วย ความระมัดระวังฉันนั้น ดังนั้น จึงเกิดมีภิกษุณีในครั้งพุทธกาลต่อมา ศีลของภิกษุณีมี ๓๒๐ ข้อ
หลังจากได้รับการรับปากอย่างมั่นเหมาะจากพระนางมหาปชาบดีโคตมี และเหล่าเจ้าหญิงศากิยานีแล้ว พระอานนท์ได้กลับเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายความเคารพแล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระ ภาคเจ้า พระนางมหาปชาบดีโคตมีแห่งราชวงศ์โคตมะ และเหล่าเจ้าหญิงศากิยานีทรงยินดียอมรับเอา ครุธรรม ๘ ประการนั้น ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติให้แก่พระนางทั้งหลายอย่างเคร่งครัด พระมารดาเลี้ยงหรือน้าสาวของพระศาสดาได้เป็นภิกษุณีตามความประสงค์แล้ว พระผู้มีพระภาค เจ้าได้ตรัสว่า อานนท์! พระธรรมวินัยซึ่งสตรีเพศรับเอาไปประพฤติปฏิบัติร่วมอยู่ด้วย จักไม่ตั้งมั่น อยู่ยืนนาน เปรียบเหมือนตระกูลที่มีแต่ผู้หญิงเป็นจำนวนมาก มีผู้ชายน้อย จะไม่สามารถต้านทาน ผจญต่อโจรผู้ร้ายเบียดเบียนนี้ฉันใด พระธรรมวินัยที่สตรีรับเอาไปประพฤติปฏิบัติ ย่อมไม่ตั้งอยู่ นานฉันนั้น
พระนางมหาปชาบดีโคตมีได้อุปสมบทด้วยการยอมรับครุธรรม นับว่าพระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็น พระภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เมื่อพระนางมหาปชาบดี โคตมีผนวชแล้ว ประชาราษฎรและเสมาอำมาตย์ได้พร้อมใจกับไปอัญเชิญ พระเจ้ามหานามะ โอรสของพระเจ้าอมิโตทะนะ ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ สืบต่อมาจากพระเจ้าศรีสุทโทธนะ ส่วนพระนางยโสธรา(พิมพา) ได้เสด็จออกผนวชเป็นภิกษุณีในระยะต่อมา ( ในพรรษาที่ ๕ หลังจาก พระพุทธเจ้าตรัสรู้ )
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋าคะ
สารบัญบล็อก














มีประโยชน์มากเรยเวบนี้
#1 By jack (203.153.170.146) on 2007-09-05 18:34