ตู้พระไตรปิฏกบ้านพี่พลอย

รวบรวมเรื่องพุทธประวัติ และนิทานชาดก

  สนใจเลือกรับฟังตอนอื่น  คลิ๊กที่นี้คะ

พระชาติที่10 พระเวสสันดร ตอนที่2

จนกระทั่งถึงนครเจตราฐาจึงไปพักที่ศาลาแห่งหนึ่ง กษัตริย์ในเจตราฐาทราบความก็ออกมาต้อนรับสนทนาปาศรัย จึงได้ทราบว่าพระเวสสันดรถูกเนรเทศ เพราะช้างคู่บ้านคู่เมืองเป็นทานไป จึงได้ขอให้อยู่ครองราชสมบัติในเจตราฐานคร แต่ท้าวเธอกลับค้านว่า
เพราะว่าเราถูกชาวเมืองสีพีเขารังเกียจ ถึงกับให้ขับไล่ เมื่อพวกท่านมารับเราไว้ ชาวเมืองก็จะเดือดร้อน อาจเกิดเป็นสงครามขึ้นก็อาจเป็นได้ เหตุเพราะชาวชาวสีพีก็พลอยจะโกรธเคืองมายังพวกท่านทั้งหลายด้วย และอนึ่ง เราก็อยากจะบำเพ็ญเพียร สงบจิตใจสักพักหนึ่งก่อน เมื่อตรัสเช่นนี้แล้ว กษัตริย์เจตราฐาก็ต้องยินยอมจึงบอกหนทาง และได้ตั้งเจตยุตรให้เป็นนายด่านคอยตรวจคนที่ผ่านเข้าไปยังวงกต เพื่อป้องกันมิให้คนเหล่าอื่นเข้าไปรบกวนท้าวเธอได้

รุ่งขึ้นทั้ง 4 องค์ ก็ได้เสด็จด้วยพระบาทต่อไปตามที่เขาชี้บอก ก็บรรลุถึงเขาวงกต เเละได้บวชเป็นฤาษีอยู่ที่นั้นหมดด้วยกัน

ในเวลานั้นในแคว้นกาลิงคราช มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อชูชกประกอบด้วยโทษของบุรุษ ๑๘ ประการ ดำเนินชีวิตในทางขอทานอยู่เป็นประจำ แกขอทานมาก็รวบรวมไว้ได้ถึง ๑๐๐ กสาปณ์ ถ้าจะคิดเป็นตัวเงินก็ ๔๐๐ บาทนั้นเอง
เอ๊ะ นี้เราก้มีเงินเยอะแยะ จะเอาไว้กับตัวน่ากลัวจะถูกโปล้นบีบคอเราตายเข้าสักวันเป็นแน่แท้ สมัยนี้การฉกชิงวิ่งราวและจี้โปล้นก็มีกันออกดาดดื่นเกลื่อนเมืองไปหมด

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ตาชูชกก็ออกเดินทางไปยังบ้านของสหายผู้หนึ่ง ครั้นถึงแล้วก็อวดมั่งอวดมี พร้อมกับหยิบเงินร้อยกสาปณ์ออกมา
นี่เป็นเงินของเราจริง ๆ นะ ไม่ใช่เงินของใครอื่น ตั้งร้อยแน่ะเกลอ ครั้นจะเก็บไว้กับตัวหรือก็กลัวไอ้คนที่รู้เค้าเข้ามันจะมาดักจี้ตีชิงวิ่งราวเอาเราแย่แน่ไปด้วย เพราะเราไม่มีใช่หนุ่มเหมือนแต่ก่อนถ้าเหมือนเมื่อก่อนล่ะก็สหายเอ๋ย นี้ไม่ใช่คุยนะ เราก็หนึ่งในกลิงค์เหมือนกัน เรื่องตีฟันแทงแล้วต้องยกให้เรา พอเอ่ยชื่อชูชกใคร ๆ ก็สั่นหน้าเพราะเขาไม่รู้จัก จริง ๆ นะ พูดไปก็หัวเราะไป สหายทั้งผัวเมียก็พลอยไปด้วย ผู้ผัวจึงถามว่า
แล้วเกลอเอาเงินออกมาน่ะ จะทำอย่างไร?
อ้าว แล้วกัน ก็ฉันบอกแล้วว่าเงินมันเป็นจำนวนมากมายก่ายกองอย่างนี้ จะเอาไว้กับตัวก็กลัวจะเกิดภัย จึงคิดจะเอามาฝากสหายไว้
ได้ จะเป็นไรมี ว่าแต่สหายจะมาเอากลับคืนเมื่อไหร่ล่ะ
ยังก่อน เราต้องเดินทางไปอีกร้อยเอ็ดเจ็ดพระนครรวบรวมเงินได้พอเมื่อไหร่ ก็จะกลับมาขอคืน ว่าแต่สหายอย่าแล่นสกปรก ยักย้ายถ่ายเทเอาเอาเงินของเราไปใช้เสียหมดล่ะ คงได้เล่นงานกันทีเดียว
"เออน่ะ ไม่เชื่อกันหรือไง จะมาเมื่อไหร่ก็มาเอาเถอะ เราน่ะอยู่เสมอ การยักย้ายถ่ายเทของสหาย ก็รู้อยู่แล้วว่าเราเป็นคนอย่างไร ขอบใจนะที่ยังเชื่อเราอยู่ ตาชูชกเมื่อตะแกฝากเงินเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางขอทานมันเรื่อยไป ไปจนไกลเกิดคิดถึงบ้าน
กลับเสียทีเห็นจะดีเป็นแน่ เมื่อตาแกคิดเช่นนั้นแล้วก็เดินทางกลับ

ในขณะที่ชูชกกำลังเดินทางขอทานอยู่นั้น ครอบครัวที่รับฝากเงินของตาชูชกไว้ก็เกิดหยิบเงินไปใช้ทีละเล็กละน้อยจนในที่สุดเงิน ๑๐๐ กสาปณ์ก็หมด โดยที่เห็นว่าตาเฒ่าาชูชกแกไปนาน คงจะไปล้มหายตายจากไปเป็นแน่ แต่ความคิดเหล่านี้ใช้ไม่ได้ เพราะชูชกแกกลับมา ไม่กลับเปล่าเสียด้วย แถมไปทวงเงินที่ฝากไว้เสียด้วย พอเดินทางมาถึงเมือง ตาชูชกใจจดจ่ออยู่กับเงินที่ฝากไว้จึงรีบเร่งรีบไปยังบ้านที่รับฝากไว้เพื่อจะขอเงินคืน เห็นบ้านปิดสนิท จึงตะโกนเรียก พอสองผัวเมียรู้ว่าชูชกมาทวงเงินของมันแล้ว
ตายละหว่า ไอ้ชูชกมันมาเอาเงินคืนแล้ว ยายเมียก็เสริมขึ้นมาว่า
แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะตา จะเอาที่ไหนให้ล่ะก็เราได้ใช้ไปกันหมดแล้ว
ทำใจดี ๆ ไว้ก็แล้วกัน พี่จะจัดการเอง ผู้ผัวว่า
ถ้ายังงั้นตาก็รับหน้าไปก็แล้วกัน ยายเมียว่าแล้วก็หลบหน้าไปเสีย เมื่อรู้ว่าเป็นชูชกแน่แล้ว จึงออกมาเปิดประตูแล้วเชื้อเชิญให้ขึ้นไปบนเรือน
เงินของตูรีบเอามาไว ๆ
อย่าเพิ่งยุ่งอะไรเลยน่ะ กำลังเหนื่อย นั่งพักผ่อนเสียก่อนเถิด ยังนั่งไม่ลงหรอกเพื่อน เงิน ของเรารีบเอามาเสียก่อนแล้วค่อยนั่ง
มาถึงบ้านแล้วกลัวอะไรนะ เงินทองมันก็อยู่ แต่ดูเพื่อนออกจะรีบร้อนเกินไปสักหน่อยนะ
ไม่รีบร้อนได้ยังไงล่ะ เรื่องเงินเรื่องทองเป็นของสำคัญ ใครทำมือห่างเท้าห่างเป็นได้ลำบากกันน่ะสิ
แต่ว่าเพื่อนจะไม่นั่งลงก่อนรึ
ถ้าไม่มีเงินยังนั่งไม่ได้
เงิน อ้า..อ้า..
ทำไม เงินอ้า..ทำไม?
ไม่ทำไมหรอก แต่มันหมดแล้วน่ะสิ
หมด ?" ตาชูชกร้องออกมาอย่างหมดหวัง
ตายแล้ว ตายจริง ๆ
ไม่ตายน่ะ ยังพอพูดกันได้
พูดอะไร เงิน ๆ ของตูรีบเอามาเสียเถอะ อย่าให้ต้องผิดใจกันเลยนะ
ค่อยพูด ๆ พูดค่อย ๆ จากันก็ได้นี่นะ เราเป็นคนอื่นที่ไหนคนรักชอบพอกันทั้งนั้น เรื่องเงินของท่านไม่สูญแน่ เรามีหนทางที่จะใช้ให้ได้ ชูชกค่อยหย่อนกายลงนั่งพลางกล่าวว่า
ว่ากันให้ดีหน่อยนะเกลอ ม่ายงั้นเป็นเรื่องใหญ่ไปถึงเจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องนะเกลอ เสียหายกันไปหมดเลย
ใจเย็น หน่อย เอาล่ะ เราเองก็รับว่าได้เอาเงินของท่านไปใช้จ่ายคิดว่าจะหามาใช้ให้ทัน แต่มันผิดคาดหมายไปเสีย เงินก็เลยขัดข้องไปหน่อย
ไม่เพียงแต่พูดเท่านั้น เขาหันไปเรียกลูกสาว
อมิตดาเอ๊ย เอาน้ำท่าออกมาให้อาหน่อยซิ เสียงขาน จ๋า ดัง เล่นเอาชูชกสะดุ้ง แล้วเจ้าของ
เสียงก็โผล่ออกมา ในมือมีภาชนะใส่น้ำมาด้วย
อุแม่เอ๋ย ชูชกคิด
ลูกสาวเกลอเราคนนี้มันสวยจริง ๆ

เออ เกลอกินน้ำกินท่าเสียก่อนสิแล้วค่อย ๆ มาพูดมาจากัน พอถึงตอนนี้ ชูชกชักเสียงไม่ค่อยแข็งนัก และเมื่อได้ยินเพื่อนเกลอปรับทุกข์ปรับร้อน และแถมท้ายว่า
หากไม่รังเกียจแล้ว เราอยากจะยกลูกสาวคนนี้ให้ท่านไปใช้สอยเป็นการขัดดอกไปก่อน เกลอจะว่าอย่างไร
หาเกลอว่าไงนะ ? ชูชกรีบถามช้ำ
หา เกลอว่ายังไง ถ้าไม่รังเกียจแล้ว เราจะยกแม่อมิตดาให้แก่ท่านเป็นการขัดดอกไปก่อน
เฮอะ ?เฮอะ? เหอ ตาชูชกส่งเสียงหัวเรอะลั่น
เออ พูดยังงี้ค่อยน่าฟังหน่อย

เอ สหายนี้ยุติธรรมพอใช้เงินทองน่ะมันของหายาก เมื่อเอาของเขาไปใช้แล้วก็หาทางทดแทนเขาเสียมันก็สิ้นเรื่อง อย่าพูดเรื่องรังเกียจเลย แม่หนูนี่ก็ไม่ใช่ลูกคนอื่น เป็นลูกของเพื่อนแท้ ๆ
ก็เป็นอันว่าเกลอตกลงนะ

เรื่องนี้เป็นอันตกลงกันได้อย่างดีเสียด้วย พ่อแม่ที่คิดเอาแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของคนอื่น ก็ตกยกลูกสาวให้ตาเฒ่าขอทานไป

ส่วนอมิตดาสาวเจ้านั้น เพราะอยู่ในโอวาทของบิดามารดา เมื่อทั้งสองยินยอมยกให้แก่ตาเฒ่าชูชกสาวเจ้าก็ไปแต่โดยดี เพราะคิดเสียว่าเป็นการทดแทนพระคุณท่านทั้งสอง ตาชูชกก็พาอมิตดาสาวน้อยไปเป็นคู่เรียงเคียงหมอนยังบ้านเดิมของแก

เรื่องมันก็น่าจะจบลงด้วยดี ถ้าไม่มีบรรดานารีที่เห็นคนอื่นดีกว่าตนไม่ได้เข้ามาพัวพัน เรื่องมันมีอยู่ว่า

อมิตดาเจ้าคิดเสียว่าเป็นทาสของตาเฒ่า มิได้คิดอย่างอื่น จะใช้สอยอย่างไรก็ปฎิบัติตามทุกประการ การใช้คำพูดคำจาก็ไพเราะน่าฟัง ค่ะ ขา จ๊ะ จ๋า ไม่มึงวาพาโวยเช่นกับเมียบางคน การงานทั้งหลายสาวเจ้าก็เฝ้าปฎิบัติทำโดยไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย

การกระทำของสาวเจ้ากับตาชูชกอยู่ในสายตาของคนในระแวกนั้น
แหม เมียตาเฒ่าชูชกนี้สวยจริง ๆ
ไม่ใช่แต่สวยอย่างเดียว กิริยามารยาทก็นิ่มนวนแช่มช้อย จะลุกจะนั่งจะเดินเหินแล้วมันดูดีไปหมด

อีกคนสนับสนุน
ระวังอย่าพูดให้ตาเฒ่าชูชกแกได้ยินเชียวนา เดี๋ยวแกเอาไม่เท้ามาแพ่นกบาลเอาให้หรอก
พูดจริง ๆ นี่นา
ก็ใครว่าไม่จริงล่ะ
ก็ถึงว่าสิ เดี๋ยวก็จะหาว่าไปเกี้ยวพาราสีเมียแกนะสิ
เกี้ยวหรือไม่เกี้ยวไมรู้ล่ะ
แต่เมียของพวกเราสิเต็มที พูดจาก็มีแต่มึงอย่างนั้น กูอย่างนี้ จะหาไพเราะสักคำก็ไม่มี ถ้าจะพูดด่าล่ะก็แม่ถนัดนักแล
เมียกันก็ด่าเป็นไฟใส่คะแนนไม่ทันเลยล่ะ
ยังสู้ของกันไม่ได้ เวลาแม่ด่าแล้วล่ะก็เกลอเอ๋ย โครตเง่าเหล่ากอมีแค่ไหนแม่ขุดมาด่าหมด วาจาก็สำรากอย่างกับสุนัขหวงก้าง
ของกันสิวิเศษกว่า เห็นกันเป็นลูกชายของหล่อนไปเสียสิบ ทั้งโขกทั้งสับ เห็นแม่อมิตดาแล้ว แหม มันตรงกันข้ามยังกับฟ้ากับดิน หรือนรกกับสวรรค์นั้นเชียวล่ะเกลอเอ๋ย

อีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาบ้างว่า
บรรดาเมียใครทั้งหมดเห็นว่าจะสู้ของกันไม่ได้ หล่อนเก่งทุกอย่าง นินทาเอย มารยาทก็ไม่เรียบร้อย แนะนะโครมคราม พูดจาก็ไม่น่าฟัง พูดคำด่าคำจนติดปากไปเลย ไพ่ก็เล่นเก่ง ถั่วโปแม่เอาทุกอย่าง การบ้านการเรือนเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้าปล่อยให้กันคนเดียว แม่คุณเอ๋ย ของกันเก่งจริง ๆ"

สหายหลายคนต่างร้องอือไปตาม ๆ กัน แต่อีกคนเอ่ยขึ้นว่า
ของพวกเราน่ะมันพอ ๆ กันทั้งนั้น กานบ้านการเรือนก็ไม่เอาอะไรเสียเลย ดีแต่นินทาคนนั้นคนนี้แล้วก็เข้าบ่อน ลงได้เข้าบ่อนแล้วล่ะก็เป็นอันว่าใจเย็นเสียเถอะว่าผัวต้องเข้าครัวเอง แม้แต่มุ้งและที่หลับที่นอนก็ต้องปูให้แม่นอน ดูเมียตาเฒ่าชูชกสิ สาวสวยสิบห้าหยก ๆ สิบหกหย่อน ๆ แต่ หล่อนปฎิบัติพัดวีตาเฒ่าอย่างดี การบ้านการเรือนหล่อนก็ไม่ต้องให้ตักเตือน
แกดูนั้นสิ หล่อนเอาหม้อน้ำไปตักน้ำอีกแล้ว ทุกคนลงความเห็นต้องจัดการสังคนาทางบ้านเสียทีให้เป็นดีแน่ ๆ

เมื่อตกลงกันแล้วต่างคนก็กลับไปบ้าน บ้านหนึ่งพอโผล่ขึ้นบ้าน แม่เมียกำลังนั่งเล่นไพ่อยู่กัยเพื่อน ก็แหวขึ้นมา
แกหายหัวไปไหนมา เมื่อกี้เรียกหาจะใช้ซื้ออะไรมากินสักหน่อย ดีแต่หลบมุม

พอพูดได้เท่านั้นพ่อผัวซึ่งฮึดมาจากที่ประชุมอยู่แล้วก็ตรงรี่เข้ามา พร้อมกับกล่าวว่า
ไม่หายหัวไปไหนหรอก แต่อยากจะดัดนิสัยคนสักหน่อย
อ๋อ ดัดหรือ เดี๋ยวแม่... ยังไม่ทันขาดคำตาผัวก็เตะพลั่กเข้าให้ เล่นเอาแม่เมียรักลงไปเค้เก้ วงไพ่แตกกระจาย เสียงร้องวี้ดว้ายอย่างไม่เป็นส่ำ ยายเมียพยายามลุกขึ้นจะสู้ แต่เจ้าผัวไม่ยอมให้ลุก ทั้งเตะ ทั้งเข่า ทนไม่ไหวแม่เมียต้องอย่าศึก
พอแล้วพ่อคุณ ฉันกลัวแล้ว
กลัวแล้วหรือ เอาอีก แล้วก็ใส่เข่าพลั่ก ๆ เข้าให้อีก
จ้ะ ฉันเจ็บแลัว กลัวแล้วจริง ๆ
กิจการบ้านเรือนไม่เอาเรื่อง ดีแต่เข้าบ่อนแล้วก็นินทาชาวบ้าน
เลิกแล้วจ้ะ ฉันเลิกแล้วจริง ๆ จ้า โอ้ย... พ่อผัวก็รำมะนาต่อไป พร้อมกับสั่งสอน
ตัวอย่างดี ๆ อย่างแม่อมิตดาเมียตาชูชก ทำไมแกไม่เอาเยี่ยงอย่าง
จ้า..จ้า .. ฉันจะเอาเยี่ยงอย่างจ้า ตาผัวก็หยด เมียก็ได้แต่ร้องให้ฮือ ๆ

อีกบ้านหนึ่ง บ่อนแตกจากบ้านนี้แล้วก็วิ่งกลับมาบ้านตน พอมาถึง ฝ่ายตาผัวไม่ฟังเสียงพอได้เห็นหน้า หน้าแข้งลอยมาที่สีข้างเอียงเป็นนกปีกหัก
ต๊าย...ไอ้บ้าเตะกู มึงต้องตาย
เออ เตะสิวะ วันนี้ข้าจะเอาเองให้ตาย
มึงเป็นบ้าอะไรขึ้นมาวะ?
บ้าเรอะ แล้วเสียงพลั่ก ๆ ติด ๆ กัน
อุ๊ย จะตายแล้ว ไอ้บ้า ไอ้บ้ามันตีฉันจะตายแล้ว เพื่อนบ้านช่วยฉันที
เรียกใครให้ช่