สนใจอ่านข้อมูลในโรคอื่นๆ คลิ๊ก "บทความทางการแพทย์"

หรือ คลิ๊ก articles ก็ได้นะค่ะ

 

 

โดย ศ.นพ.ภิภพ จิรภิญโญ

.
เมื่อลูกมีอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ ลูกอาจจะร้องกวนมาก โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งมักจะเป็นช่วงเวลาเย็นๆ ถึงดึกๆ โดยจะร้องกวนอย่างต่อเนื่อง ทำอย่างไรก็ไม่ยอมหยุด เมื่อจับที่หน้าท้องของลูกขณะที่ลูกร้องจะพบว่าแข็งและเกร็งมาก แต่พอราวๆ เที่ยงคืนหรือตี 1 ลูกจะหยุดร้องเอง เมื่อพาลูกไปปรึกษาเรื่องนี้กับหมอ หมดจะตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ ในตัวลูกเลยแล้วจะให้การวินิจฉัยว่าลูกเป็น "โคลิค" (colic)

โคลิค เป็นอาการของเด็กวัยทารกแรกเกิดที่มีอาการคล้ายปวดท้อง ลำไส้บีบรัดตัวเป็นพักๆ ยิ่งร้องไห้มากเท่าไหร่อากาศจะเข้าไปใส่ลำไส้ท้องจะยิ่งแข็งและผายลมออกมามาก มักจะเป็นวันละครั้ง โดยมากมักเป็นช่วงเวลาเย็นๆ จนถึงค่ำต่อเนื่องไปจนถึงดึกและเด็กจะหยุดร้องเองเมื่อเวลาผ่านไป 3-4 ชั่วโมง

ทำอย่างไรดี
  • ลองเปลี่ยนท่าอุ้ม ถ้าคุณเคยอุ้มลูกให้หงายในอ้อมแขนลองเปลี่ยนท่าอุ้มโดยอุ้มขึ้นพาดไหล่แล้วลูบหลังเบาๆ เดินไปเดินมาหรือให้อุ้มท่าคว่ำลงบนท่อนแขน ท่าอุ้มนี้ควรฝึกให้ชำนาญก่อนนะครับ ท่าอุ้มนี้จะทำให้เด็กหลายคนรู้สึกดีขึ้นและมักดีกว่าท่าอุ้มอื่นๆ เช่น
    ท่าที่ 1 อุ้มลูกให้มองเข้าหาคุณแล้วเอาลูกเข้าในอ้อมกอดให้ความอบอุ่น
    ท่าที่ 2 อุ้มพาดไหล่ แล้วเดินไปมาในขณะเดียวกันเอาฝ่ามือลูบหลังลูกไปมา
    ท่าที่ 3 วางพาดบนแขนคุณ ให้แขนและขาของลูกห้อยลงแล้วพาลูกเดินไปมาโดยที่ฝ่ามือของคุณลูบหลังลูก หรือจะเลือกอุ้มแต่ละท่าสลับกันไปก็ได้นะครับ

  • ให้ทานยา ยาที่หมอให้ลูกทานมีหลายชนิดได้แก่ ยาขับลมในท้องเด็กมีตัวยา คือ Simethicone, ยาแก้กวน มีตัวยาคือ Phenobarb, ยาแก้ปวดท้อง มีตัวยาคือ Dicyclomine

    ยาเหล่านี้บางครั้งใช้ได้ผลและบางครั้งอาจจะไม่ได้ผล โดยเฉพาะยาแก้กวนไม่ควรให้ลูกทานติดต่อกันนานๆ เพราะอาจจะทำให้ลูกกวนมากยิ่งขึ้น ยาขับลมในเด็กให้ผลที่ไม่แน่นอนต่อการรักษาโรคนี้ ลมที่อยู่ในลำไส้ส่วนใหญ่เกิดจากการร้องของลูกแล้วกลืนลมลงไปในกระเพาะ ลำไส้ลูกจะค่อยๆ ขับลมโดยการผายลมหรือโดยการเรอออกมา สำหรับยาแก้ปวดท้องนี้จะลดการบีบตัวของลำไส้อาจจะช่วยลดการร้องได้ แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะถ้าทานมากไปอาจจะเป็นอันตรายต่อลูกได้

เปลี่ยนนมช่วยได้ไหม

ในขณะนี้เชื่อว่าที่ลูกปวดท้องนั้นอาจจะเกิดจากการแพ้นมวัว การเปลี่ยนเป็นนมถั่ว เช่น โพรโซบี (Prosobee) ไอโซมิล (Isomil) หรืออัลซอย (Alsoy) หรือ นมสำหรับภูมิแพ้ คือ นูตราไมเจน (Nutramigen) หรือ พรีเจสติมิล (Pregestimil) อาจจะช่วยลดอาการปวดท้องนี้ได้ ในกรณีที่ลูกได้รับแต่นมแม่อย่างเดียวโดยไม่ได้รับนมวัว แล้วเกิดอาการโคลิค คุณแม่ควรงดดื่มนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิด เช่น ไอศครีม เนย หรือนมเปรี้ยว แล้วให้ลูกทานแต่นมแม่อย่างเดียว โดยส่วนใหญ่แล้วอาการปวดท้องของลูกจะดีขึ้น ในกรณีที่อาการของลูกยังไม่ดีขึ้น คุณควรงดอาหารทะเลและไข่ด้วย เมื่อทำเช่นนี้แล้วลูกยังไม่ดีขึ้น เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ลูกยังคงมีอาการโคลิคเช่นเดิมควรนำปัญหานี้มาปรึกษากับหมอนะครับ

ในกรณีที่คุณเปลี่ยนนมที่ให้ลูกทานจากนมวัวเป็นนมถั่ว หรือนมสำหรับภูมิแพ้แล้วอาการของลูกดีขึ้น ควรให้ลูกทานนมกลุ่มนี้ต่อไปประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยๆ เปลี่ยนกลับมาทานนมวัวเช่นเดิม ถ้าอาการของลูกกลับมากำเริบอีก ก็ควรจะให้นมถั่วหรือนมสำหรับภูมิแพ้อีกครั้งเมื่อลูกอายุได้ประมาณ 2 เดือน อาการเหล่านี้มักจะหายไปโดยสิ้นเชิง
.
.
.
.
โดย ท.พ.ญ.วิริยา ออประยูร
.
เมื่อแรกที่หมอได้ยินชื่อ อาการ "ปวดท้องร้องสามเดือน" นี้
ความที่ยังไม่มีลูกฟังชื่อแล้วดูตลกจริงๆ มีด้วยเหรอเด็กปวดท้องร้องตั้ง 3 เดือน เป็นได้ยังไง ครั้นเมื่อมาเจอเข้ากับตัวเอง คราวที่มีเจ้าลูกชายคนแรกนั่นเอง ที่ทำให้ถึงกับตลกไม่ออก อาการนี้มีจริง ต้องขอยืนยัน เมื่อมีประสบการณ์ตรงขนาดนี้ ไม่เล่าไม่กล่าวถึงเรื่องนี้ดูจะน่าเสียดายไปสักหน่อย

"ปวดท้องร้องสามเดือน" นี้มีหลายชื่อนะค่ะ ชื่อเท่ๆ คือ "โคลิก" ส่วนอีกชื่อคือ "ร้อง 100 วัน" เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับเด็กเพียงบางคนเท่านั้น (เขาเรียกว่าแจ็กพ็อตไงคะ) มักเกิดกับลูกคนโต และยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

การร้องแบบนี้จะเกิดขึ้นในเด็กอายุ 2 ถึง 4 สัปดาห์ แล้วไปหายเอาเมื่อเด็กอายุ 3 เดือน เด็กจะร้องแบบ "เอาเป็นเอาตาย" เวลาร้องหน้าจะแดง ขาทั้งสองข้างจะงอขึ้นและหดเกร็ง ร้องดังมาก เสียงอหลม ไม่ยอมหยุดง่ายๆ อย่างที่เกริ่นว่า หมอมีประสบการณ์ที่เกิดกับลูกชาย และอาการของเขาจะตรงตามตำราเป๊ะ จึงขอเล่าถึงอาการและวิธีการแก้ไขจากประการณ์นั้น เพื่อการอ่านสบาย ๆ และไม่เบื่อค่ะ

เจ้าลูกชายนี้ตอนกลางวันจะยังดูดีๆ อยู่เลยร่าเริงสดใสยิ้มเก่ง แต่เมื่อนาฬิกาเดินมาถึงตรง 6 โมงเย็นปั๊บ เอาแล้วค่ะ เขาจะเริ่มร้องไห้ สตาร์ทจากร้องไม่มากก่อน ใหม่ๆ หมอยังไม่ทราบก็พยายามทำทุกวิธีทางให้ลูกหยุดสันนิษฐานไปเรื่อย หิวรึเปล่า ให้ดูดนมซิ...ไม่ยอมดูด ร้องท่าเดียว เอ! หรือว่าฉี่เปียก ก็ไม่ใช่นี่หรือว่าง่วงนอน ลองอุ้มแกว่งๆ ดูซิ ไม่ยอมอีก ร้องจ๊ากอย่างเดียวเลย ไม่ใช่ร้องธรรมดาค่ะ ขอใช้คำว่า ร้องจนหน้าเขียวหน้าเหลือง มือเท้างี้หงิกไปหมด จะจับอุ้มท่าไหนก็ไม่เงียบ ขนาดอาม่าที่ว่าเซียนเลี้ยงเด็กมาช่วยอุ้ม ท่าไหนก็ไม่เอา แกจะร้อง ๆๆ ไปเรื่อยๆ จนถึงสี่ทุ่ม (บางวันมี โอ.ที. ถึงเที่ยงคืน) ก็จะหยุดร้อง แล้วงีบหลับ แล้วถึงจะต่อด้วยการยอมดูดนมแล้วหลับไป

ในที่สุดทุกคนในบ้านลงความเห็นว่าไม่ไหวแล้ว ร้องอย่างนี้ทุกวัน ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมากกว่าการเป็นโคลิกหรือเปล่า จึงพาไปหาหมอเด็ก ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เคยอ่านเจอเรื่อง การร้องโคลิกว่าเกิดจากเด็กบางคนมีอาการปวดลำไส้อย่างมากจนเกร็งไปทั้งตัว เนื่องจากเด็กเพิ่งเกิดใหม่การปรับตัวของท้องไส้ยังไม่ดี นอกจากนี้ยังรวมถึงระบบประสาทของเด็กยังทำงานไม่ดีด้วย ทำให้เด็กอ่อนล้ามาปั่นป่วนเอาตอนเย็น

รู้ทั้งรู้ก็ยังห่วงลูกอดพาไปหาผู้เชี่ยวชาญดูไม่ได้ เพราะในภาวะนั้นพ่อแม่ทุกคนจะทรมานใจมาก กลัวว่าลูกร้องเพราะเป็นอย่างอื่นหรือเปล่า เพราะลูกร้องแบบเอาเป็นเอาตายจริงๆ แล้วเราก็พบว่าไม่ได้เป็นอะไร แกร้องแบบโคลิกและจะหายได้เองเมื่ออายุ 3 เดือนไปแล้ว คุณหมอเด็กบอกว่า ปกติจะไม่จำเป็นต้องให้ยาใดๆ นอกจากว่าคุณพ่อคุณแม่ทนไม่ไหวจริงๆ อาจจะจัดยาชนิดหลอด คลายการหดเกร็งของลำไส้และยาให้นอนพักโดยให้ก่อนเวลาที่จะเกิดอาการ 15 นาที สรุปแล้วเราไม่ได้รับยามาเลยค่ะ และก้มหน้าก้มตาอุ้มกันต่อไปในช่วง 6 โมงเย็นถึงสี่ทุ่มทุกวันกล้ามขึ้นกันถ้วยหน้า

แล้วอยู่ดีๆ วันหนึ่งหมอก็พบว่า มี 2 วิธีที่จะทำให้เจ้าลูกชายหยุดร้องในช่วงวิกฤตนั้นได้ (อาจจะไปใช้ก็ไม่ผิดกติกา)

อย่างแรกคือ เอาอุ้มไปขึ้นรถขับออกมาสักพัก พอรถโขยกเขย่าไปมาเขาจะเงียบลง ยอมดูดนมแม่แล้วหลับพักแป๊บหนึ่ง แล้วจึงค่อยเริ่มใหม่ (ซึ่งก็ยังดีกว่าร้องตลอดเวลาไม่มีช่วงหยุด ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจะทรมานใจคุณพ่อคุณแม่มาก กลัวลูกขาดใจตายไปซะก่อน (ไม่ได้พูดเวอร์นะคะ)

อีกวิธีที่พบโดยบังเอิญและได้ผลดีเกินคาด คือ วันหนึ่งลูกร้องหนักมาก หมอกับสามีลองเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ๆ กางออก แล้วเอาลูกวางนอนไว้กลางผ้า เสร็จแล้วหมอจับผ้าเช็ดตัวด้านขาของลูก สามีจับผ้าด้านหัว เราหิ้วลูกขึ้น(ลักษณะจึงคล้ายเปลผ้าขาวม้าสมัยก่อน) แกว่งไปแกว่งมา...แน่ะ! เงียบเลยค่ะ แต่ก็หยุดได้พักๆ เท่านั้น ยังไงก็ดีกว่าอุ้มเพราะนอกจากจะเมื่อยแล้วยังไม่ยอมหยุดร้องด้วย เอาละซี ทีนี้ก็วิ่งหาเปลผ้าแบบคล้ายผ้าขาวม้าผูกกันเป็นการใหญ่ ต้องไม่ใช่เผลแบบเบาๆ ที่แสนสวยงามด้วยนะคะ เพราะถ้าเป็นแบบแบๆ แบบนี้เอาลูกลงไปก็ร้องจ๊ากเหมือนเดิม แกว่งยังไงก็ไม่หยุดร้อง และเพราะการร้องโคลิกของลูกที่ทำให้ต้องวุ่นหาวิธีให้หยุดร้องในที่สุดก็พบว่า ลูกติดเปลเข้าแล้ว สมแล้วที่สมัยยังไม่มีลูกเคยคิดค่อนขอด เวลาเห็นคนเลี้ยงลูกด้วยเปลที่ต้องแกว่งตลอดหาว่าเขา "หาเรื่องใส่ตัว" ไปหัดให้เด็กชินกับการแกว่งทำไม เจอด้วยตัวเองจึงรู้ว่าไม่มีใครอยาก "หาเรื่องใส่ตัว" หรอก แต่ต้องถือว่าเป็นความจำเป็นของเด็กแต่ละคน

เด็กมีทั้งเลี้ยงยาก, ง่ายต่างกันไปได้มากมาย มีตั้งแต่ระดับง่ายสุด (ดูดนมแล้วหลับ สลับไปเรื่อย ๆ) จนถึงยากสุด (ร้องทั้งวัน) และสำหรับเจ้าลูกชายนั้นเขาชอบเปลจริงๆ การแกว่งเปลทำให้อาการร้องเอาเป็นเอาตายในช่วง 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่มลดลง ยอมสงบลงบ้าง คนเป็นพ่อเป็นแม่จึงจำใจต้องยอมให้ลูกติดเปล ก็รักนี่คะ ทำไงได้

ครั้งนี้เขียนถึงเรื่องส่วนตัวค่อนข้างมาก เพราะเห็นว่ามีคุณพ่อคุณแม่มากมายที่ประสบปัญหาเรื่องลูกร้องโคลิกและเขาจะทุกข์ใจมาก บางคนคุณแม่ไม่รู้จะทำยังไงก็ร้องไห้ตามลูกไปด้วยเลย ทุกข์กันไปทั้งบ้าน หมอจึงอยากเล่าให้ได้ทราบว่าเป็นเรื่องธรรมดา มีพ่อแม่คนอื่นๆ ที่เจอแบบเดียวกันแล้วมันก็ผ่านไปด้วยดี เพียงแต่ต้องอดทนเป็นอย่างมาก เมื่อพ้น 3 เดือนไปลูกจะดีขึ้นเรื่อยๆ และหายร้องตอนเย็นในที่สุด กรณีของหมอก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าลูกไม่ได้มีความผิดปกติพิเศษอื่นใด เด็กที่ร้องโคลิกจะเติบโตมีพัฒนาการปกติตามวัย (เจ้าลูกชายตอนนี้ย่าง 8 ขวบแล้ว และเป็นเด็กปกติ พัฒนาการดีทุกอย่าง) ดังนั้นคุณแม่คนใหม่ที่มีลูกร้องโคลิกอย่าเป็นกังวลไปเลยนะคะ

ไหนๆ พูดถึงการร้องของทารกแล้ว ขอกล่าวถึงการร้องทั่วไปที่ไม่ใช่โคลิกบ้าง หากพบว่าลูกร้อง คุณแม่ควรหาสาเหตุดูด้วยว่าเกิดจากสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
  • ผ้าอ้อมเปียก บางครั้งเด็กบางคนจะไม่ยอมทนเลยถ้าแกฉี่หรืออึ แล้วผ้าอ้อมเปียกๆ แฉะๆ แกจะร้องทันทีซึ่งจริงๆ ก็เป็นผลดีค่ะ ถ้าเด็กไม่ร้องซีคะ อาจหมักหมมทำให้เกิดผดผื่นได้

  • หิว คุณแม่จะรู้ดีที่สุดในเรื่องนี้ เพราะจะทราบได้ดีเมื่อเลี้ยงลูกมาสักระยะหนึ่ง การทานนมของลูกจะค่อนข้างเป็นเวลา ถ้าถึงเวลานมแล้วยังไม่ได้ทานแกอาจร้องเพราะหิว

  • ท้องอืด หลังให้ทานนมทุกครั้งต้องจับลูกเรอ โดยอุ้มลูกนั่งตรงตบหลังเบาๆ ให้ลมออก ลูกจะเรอออกมาและโล่งขึ้น

  • ไม่สบาย ในเด็กเล็กเมื่อเป็นหวัดหรือท้องไส้ไม่ปกติ เขาจะแสดงออกด้วยการร้องโยเยได้ แต่ถ้าลูกร้องและมีอาการผิดปกติควรพาไปพบแพทย์

  • เข็มกลัดตำพุง อาจเป็นไปได้ ลองเช็กดูด้วย
หมอคงจะจบเรื่องของการร้องไห้ของเด็กไว้เพียงเท่านี้ โดยขอให้ข้อคิดไว้ว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามอดทนกับเรื่องนี้ เด็กกับการร้องไห้เป็นของคู่กัน แล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีค่ะ
.
ที่มา...นิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 323 มกราคม 2542
.

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
.
เพลงประกอบ ชื่อ "อยู่ดีๆก็อยากร้องไห้"
ศิลปิน ตอง ภัครมัย

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

*-*

ยังไม่มีลูกกั๊บ

แต่อ่านไว้ไปบอกเพื่อนได้ ส่วนใหญ่แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว เหลือ ผมกับเพื่อนอีก ไม่กี่คนนี่ล่ะ โสดยาววsad smile

^

ยังไม่มีลูกก็อ่านได้ค่ะลุงเด็ท เตรียมตัวไว้ก่อน พลอยจ๋าก็อ่านเตรียมตัวไว้ก่อนเหมือนกัน เอะ..เราคุยอะไรกันค่ะเนี่ย กิกิ

surprised smile surprised smile surprised smile

#2 By พี่พลอยจ๋า on 2008-01-04 20:24

Recommend