สวัสดีค่ะทุกๆ คน วันนี้เจอกันอีกครั้งนะค่ะ เจอกันบ่อยๆ เบื่อกันมั้งไหมเอ่ย พลอยจ๋ามีบทความดีๆ เกี่ยวกับทัศนะคติการมีเพศสัมพันธ์ก่อนหรือหลังสมรสดีมาฝากค่ะ (^_^) จ่าหัวแบบนี้มีพวกหัวไวคิดไปไกลอีกแล้วนะค่ะ ความจริงเรื่องนี้มันก็นะ สมัยนี้แล้วทำอะไรก็ทำไปเถอะคะ จะอยู่ก่อนแต่งหลัง หรือแต่งหลังอยู่ก่อน เฮ้ย..มันเหมือนกันนี่น้า 2 อันนี้ กิกิ ก็เลือกกันตามสถานภาพและความสะดวกโยธินนะค่ะ ที่สำคัญที่สุดก่อนการตัดสินใจใดๆ ลงไปต้องรู้สภาพตัวเองนะค่ะว่าพร้อม และสามารถรับผิดชอบชีวิตตัวเองและคนอื่นได้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น และที่สำคัญที่สุดต้องรู้ภาวะทางบ้าน และญาติผู้ใหญ่ของตัวเองและอีกฝ่ายด้วยนะค่ะ ว่าจะรับได้ไหม อย่าคิดถึงตัวเราฝ่ายเดียวนะค่ะ คิดให้ไกลอีกนิด รอบคอบอีกหน่อย หรือถ้าแย่หน่อยก็ต้องคิดสองชั้นว่า "เอะ..เราจะปิดเรื่องนี้ได้ไหมนะ" เอ้ย..ชี้นำทางความคิดชี้โพรงให้ไดโนเสาร์อีกแล้วเรา กิกิ ไม่เอาดีกว่า ไปค่ะ ไปอ่านบทความสนุกๆ ของอาจารย์หมอ นพ. พันธ์ศักดิ์ ศุกระกฤษ์ กันดีกว่านะค่ะ พลอยจ๋าคัดลอกมาฝากค่ะ ส่วนที่มาของบทความอยู่ในตอนท้ายของเรื่องนะค่ะ วันนี้ขอบคุณมากๆ สวัสดีค่ะ
พลอยจ๋า..ข้อฝากพุทธสุภาษิตไว้สักบทนะค่ะ เพื่อเตือนสติพวกเราทุกๆ คนค่ะ กิกิ
อภริตา ปรมา ลาภา ความไม่มีภรรยา(สามี) เป็นลาภอันประเสริฐ
ภริตา ปรมา ทุกฺขา ความมีภรรยา(สามี) เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสไปสอนเพศศาสตร์ศึกษาแก่นักศึกษาปริญญาโทของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในหัวข้อเรื่อง... เพศสัมพันธ์ก่อนสมรส
นักศึกษาทั้งหลายก็เกิดความสงสัยว่า โดยแท้จริงแล้ว มันมีความหมายมากน้อยขนาดไหน ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย เพราะได้มีการอภิปรายถึงผลกระทบในแง่มุมของสัมพันธภาพ ครอบครัว สังคม และสุขภาพในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อดังกล่าว
หลายคนอาจจะมองว่าเชยกันไปแล้ว ที่จะพูดกันถึงเพศสัมพันธ์ก่อนสมรส เพราะแทบจะเป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดาของคนในสังคมยุคใหม่นี้ ที่มีอิสระเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้
แต่ช้าก่อน... เคยคิดกันให้ลึกๆ ไหมว่า เพศสัมพันธ์ก่อนสมรสนั้น มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายเลย และต้องขอบอกก่อนว่า เวลาที่พูดถึงเพศสัมพันธ์ก่อนสมรสนั้น หมายถึงกิจกรรมทางเพศต่างๆ ที่คนสองคนมีร่วมกัน ก่อนที่จะแต่งงานกันอย่างเป็นทางการนะ
ถึงจะอยู่กันเฉยๆ โดยไม่จดทะเบียนสมรส แม้ว่าคนทั่วไปอาจจะรู้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสมรสแล้ว เพราะความหมายของคำว่าสมรสนั้น ก็คือ จะต้องกระทำการให้ปรากฏและเป็นที่ยอมรับของสังคมว่าจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน รวมทั้งต้องไปจดทะเบียนที่สถานที่ราชการที่มีสิทธิจดทะเบียนสมรสให้ จึงจะถือได้ว่า สมรสแล้วสมบูรณ์แบบ
จะสมรส... แล้วสมรักหรือไม่ เป็นเรื่องราวของวันหน้า แต่ก่อนจะสมรสกันนั้น กิจกรรมทางเพศทั้งหลาย ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ครบถ้วนกระบวนความตามต้องการไหม ถือว่าเป็นเพศสัมพันธ์ก่อนสมรสที่คนทั่วไปเรียกว่า...อยู่ก่อนแต่ง นั่นแหละ
จะไม่เขียนให้อ่านดีกว่า ว่าอยู่ก่อนแต่ง กับแต่งก่อนอยู่ อย่างไหนจะดีกว่ากัน เพราะเป็นปัญหาโลกแตก และหลายต่อหลายคนก็มักจะมีมุมมองต่างกันตามทัศนคติ รวมทั้งการได้รับการสั่งสอนเล่าเรียนมา เถียงกันไปก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือทำให้มีภูมิปัญญาขึ้นแต่อย่างใด
และสำหรับใครที่คัดค้านจนหัวชนฝานั้น... เคยคิดบ้างไหมว่าได้ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่นเขา ตามที่มีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ !!
ทุกคนมีสิทธิที่จะเสนอสิ่งที่ดีงามให้สังคมได้รับรู้และถือปฏิบัติ แต่ถ้าสิทธิของตน เอาไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นเขาแล้ว ก็ควรจะระงับไว้บ้าง
มาเข้าเรื่องของอยู่ก่อนแต่งกันจะดีกว่า...
ที่จริงแล้วปรัชญาของการอยู่ก่อนแต่งนั้น เป็นปรัชญาของสังคมตะวันตกที่ไม่ได้ถือสาหาความในเรื่องของการรักษาพรหมจารีย์ของผู้หญิงมากมายนัก เหมือนในสังคมตะวันออก และก็บอกยากว่า วัฒนธรรมแบบไหนจะดีกว่ากัน เพราะวัฒนธรรมของแต่ละสังคมย่อมเหมาะกับสังคมนั้นๆ มากกว่าสังคมอื่น
แต่ปัจจุบัน... โลกของเราใบนี้เล็กลง
การเดินทางติดต่อไปมาหาสู่กันทำได้สะดวกขึ้น การรับรู้ข่าวสารต่างๆทำได้อย่างรวดเร็ว และรู้เท่าเทียมกันเกือบจะทุกหนแห่งในโลก วัฒนธรรมต่างๆได้รับการเผยแพร่และถ่ายทอดถึงกันอย่างไม่มีกำแพงอะไรมากีดกั้น โดยเฉพาะเรื่องราวของสัมพันธภาพของคนสองคน รวมทั้งการประกอบกิจกรรมเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งมากขึ้นนั้น เป็นเรื่องราวที่เป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตของบุคคลอยู่แล้ว ย่อมยากที่จะปิดกั้นไม่ให้รับรู้ได้
และเรื่องราวของการอยู่ก่อนแต่งนั้น ความจริงก็มีอยู่ในสังคมไทยมานานแล้ว แม้กระทั่ง วรรณคดีต่างๆ ก็มีเรื่องราวของการอยู่ก่อนแต่งเป็นประจำสม่ำเสมอ จนราวกับว่า การอยู่ก่อนแต่งนั้นก็เป็นวิถีทางแบบหนึ่งของการมีสัมพันธภาพของคนสองคนมาช้านานแล้ว
เพียงแต่ในยุคปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น... ก็คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหลายที่ยกขโยงกันมา ตั้งแต่หนองใน ทั้งหนองในแท้ หนองในเทียม ที่ใครติดไปแล้วรักษาไม่ดีอาจจะกลายเป็นหมันได้ นอกจากนี้ก็ยังมีทั้ง พยาธิ เชื้อรา เหา โลน เห็บ กลากเกลื้อน หูดหงอนไก่ หูดข้าวสุก ซิฟิลิส ฝีมะม่วง และโรคที่ร้ายกว่านั้น เช่น เริมและเอดส์ เป็นต้น
การจะอยู่ก่อนแต่ง แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องผิดบาปหรือผิดธรรมชาติ แต่เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างจะอันตรายและไม่ปลอดภัย
เชื่อไหมว่า การไปใช้บริการทางเพศจากสตรีที่มีอาชีพพิเศษยังปลอดภัยกว่า เพราะชายชาตรีทุกคนไม่ค่อยมีใครคิดว่าแน่ มักจะพกพาถุงยางอนามัยและใช้เป็นส่วนใหญ่
แต่ในความเป็นจริงกลับปรากฏว่า การถ่ายทอดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้นกลับมีโอกาสสูงมากในหมู่ของชายหญิงที่แสวงหาความสุขทางกายที่เรียกว่า อยู่ก่อนแต่ง!!!
เหตุผลก็คือ คิดว่าคบกันมานานบ้าง รู้ใจกันบ้าง ไม่น่าจะเคยมีอะไรกับใครมาก่อนบ้าง หน้าตาสะอาดสะอ้านบ้าง
แต่ถามจริงๆ เถอะ ถ้าคุณเคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนโดยไม่ได้มีการป้องกันตัวนั้น คุณจะบอกแฟนใหม่ของคุณไหม?? ...คำตอบสุดท้าย ก็คือ ไม่
ขืนบอกออกไป มีหวัง...อด!!
เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เพศสัมพันธ์ก่อนแต่งจะปลอดภัยได้อย่างไร ถ้าไม่รู้จักการร่วมรักที่ปลอดภัย คือผู้ชายทุกคนจะต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์ และผู้หญิงทุกคน ถ้าคิดจะอยู่ก่อนแต่งอย่าได้แน่ใจเด็ดขาดว่าแฟนของคุณปลอดภัย มติประจำใจก็คือ ไม่สวมถุงยางอนามัย ไม่มีทางได้แอ้ม
...แบบนี้ก็ยังพอยอมรับได้ว่า เป็นเพศสัมพันธ์ที่มีความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม และประเทศชาติ
ปัจจัยเสี่ยงต่อมาของการอยู่ก่อนแต่งก็คือ... การตั้งครรภ์ นั่นเอง และผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็มักจะเป็นผู้หญิงที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
อยากจะบอกจริงๆ เลยว่า ผู้ชายที่น่ารัก เป็นสุภาพบุรุษและรับผิดชอบ ยังมีอยู่มากมายในสังคมของเรา และรอคอยที่จะเป็นคู่ชีวิตของผู้หญิงอยู่ เพราะฉะนั้นอย่าได้ไปหลงคารมของผู้ชายประเภทร้อยเล่ห์หว่านเสน่ห์ เพื่อที่จะได้ลิ้มลองความเป็นสาว ก่อนที่จะทิ้งไปเชยชมหญิงอื่นเลย จะได้ไม่ต้องมาโทษว่ากันว่า ผู้ชายเดี๋ยวนี้ไม่รับผิดชอบ
...ก็พลาดไป เพราะไปหลงความผู้ชายร้อยเล่ห์เสียก่อนนี่!!
และเรื่องของการอยู่ก่อนแต่งนี้ เมื่อความรักความพึงพอใจหมดไปแล้ว เส้นทางชีวิตก็จะต้องแยกจากกันไป เหลือแต่รอยปวดร้าวในใจอย่างมิอาจที่จะเยียวยา นอกจากจะปล่อยให้กาลเวลาช่วยชะล้างแผลใจดังกล่าวให้หายไป... เหลือไว้แต่แผลเป็น
ใครว่าเรื่องนี้ผู้ชายไม่รับผิดชอบ... แต่ฝ่ายเดียว
" คุณหมอครับ อยากจะเขียนจดหมายมาระบายความทุกข์ใจให้อ่านหน่อย และอยากถามว่า ทำไมผู้หญิงเดี๋ยวนี้เขาไม่รับผิดชอบเรื่องราวที่ตนเองร่วมกันก่อบ้าง อยากถามจริงๆ ว่ามาบอกรักผม มีสัมพันธ์ทางเพศกับผมแล้ว ทำไมถึงบอกเลิกคบกับผมไปดื้อๆ ทั้งๆ ที่ผมก็พร้อมที่จะรับผิดชอบสิ่งที่ผมได้ทำลงไปกับเธอ แต่เธอกลับไม่รับผิดชอบที่จะสานสัมพันธภาพกับผมต่อไป เพื่อที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในอนาคต ทำไมผู้หญิงเดี๋ยวนี้จึงหมดความรับผิดชอบ ไม่รักนวลสงวนตัวแล้ว"
...นั่นคงจะเป็นจดหมายของหนุ่มน้อย ที่สาวฟันแล้วทิ้ง เป็นการแสดงให้เห็นว่า เดี๋ยวนี้ไม่ว่าชายหรือหญิง ก็มีสิทธิที่จะโดนทิ้งหลังจากการอยู่ก่อนแต่งเท่าเทียมกัน
และคงจะไม่เกินเลยไปนัก หากจะกล่าวว่า เดี๋ยวนี้ผู้หญิงบอกเลิกผู้ชายก่อนมากกว่า ผู้ชายบอกเลิกผู้หญิงนะ ...เชื่อหรือไม่ ก็ตามใจคุณ!!
[ ที่มา...เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 588 วันที่ 8 -14 ก.ย. 2546]
พลอยจ๋า ; เอิ๊ก.. มาขำตรงจดหมายของหนุ่มน้อย เนี้ย...แหละค่ะ เหมือนชีวิตจริงของใครน๊า.. ที่ถูกสาวฟันแล้วทิ้ง และต้องมานั่งเขียนจดหมายบรรยายความเศร้า กิกิ ไปดีก่าเรา แซวมากเดี๋ยวโดนม้าเตะ กิกิ
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
ชื่อเพลงประกอบ "ให้รักมาบังเกิด"
ศิลปิน ปราโมทย์ วิเลปะนะ
โค้ดเพลงhttp://www.wherearepop.com/members/nannee/mp3ss2967s.swf
ตั้งใจให้ความรู้ต่อน่ะค่ะ แต่น้องว่าตัวหนังสือเล็กง่ะ
#1 By *-* saylom *-* on 2007-09-27 21:56