โรคอารมณ์สองขั้ว

posted on 09 Oct 2007 01:09 by bannpeeploy  in articles

 

สนใจอ่านข้อมูลในโรคอื่นๆ คลิ๊ก "บทความทางการแพทย์"

หรือ คลิ๊ก articles ก็ได้นะค่ะ

สวัสดีค่ะหายนานหายตาไปหลายวันนะค่ะ วันนี้กลับมารับใช้ทุกคนเหมือนเดิมแล้วนะค่ะ ได้ยินเสียงบ่นหนาหูเรื่อง "ขวัญดาว" ดีใจจังค่ะที่มีคนยังจำได้ว่ายังมีขวัญดาวอยู่ 5555 ตกลงค่ะ วีคเอนนี้พลอยจ๋าจะพิมพ์ขวัญดาวตอนที่ 3 ให้ทุกคนได้อ่านกันนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ติดตามและคอยสอบถามข่าวคราวอยู่เสมอ ^_^
ตอบคำถามเรื่องเอนทรี่ "คิดถึงจัง" นะค่ะ ร้านอาหาร เดอะริเวอร์ ไซด์ เรสเตอรอง แอนด์ ผับ นั้นอยู่บริเวณสะพานนวรัฐ จังหวัดเชียงใหม่ ค่ะ อาหารอร่อย ดนตรีเพราะ บรรยากาศดี ใครไปเชียงใหม่เชิญแวะได้นะค่ะ บอกว่าพลอยจ๋าแนะนำจะได้โต๊ะพิเศษค่ะ 5555 (นั่งเสื่อ กิกิ)
วันนี้พลอยจ๋านำบทความของ นายแพทย์มาโนช หล่อตละกูล เรื่อง "โรคอารมณ์สองขั้ว" มาฝากทุกคนกันค่ะ ตอนนี้พลอยจ๋าจะพยายามรวบรวมบทความเกี่ยวกับอาการทางจิต และอารมณ์แปรปรวนเอาไว้ให้มากที่สุดนะค่ะ เพื่อเป็นฐานข้อมูลก่อนการนำไปพัฒนาจิตใจในขั้นต่อไปค่ะ อ่านเพลินๆ เก็บไว้เป็นพื้นฐานข้อมูลล่ะกันนะค่ะ
ตาแดงๆ ไปโดนสาวใดแกล้งมา.. ?
.
โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)
.
เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ผู้ที่เป็นจะมีอารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ๒ แบบ แบบแรกมีลักษณะอารมณ์และพฤติกรรมออกเป็นแบบซึมเศร้า แบบที่สองมีลักษณะคึกคักพลุ่งพล่าน ซึ่งเรียกว่าเมเนีย (mania)

การเปลี่ยนแปลงของโรคอารมณ์สองขั้ว ผู้ที่เป็นจะอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปจากปกติเป็นช่วงๆ โดยเป็นแบบซึมเศร้าตามด้วยช่วงเวลาที่เป็นปกติดี จากนั้นอีกเป็นปีอาจเกิดอาการ แบบเมเนียขึ้นมา บางคนอาจเริ่มต้นด้วยอาการแบบเมเนียก่อนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องตามด้วยอาการด้านตรงข้ามเสมอไป เช่น อาจมีอาการ แบบซึมเศร้า - ปกติ - ซึมเศร้า - เมเนีย
.
เขามีอาการอย่างไร

ผู้ที่เป็นจะมีอาการแสดงออกมาทั้งในด้านอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม โดยในแต่ละระยะจะมีอาการนานหลายสัปดาห์ จนอาจถึงหลายเดือนหากไม่ได้รับการรักษา

ในระยะซึมเศร้า ผู้ที่เป็นจะรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดจากเดิมชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ติดละคร หรือดูข่าว ก็ไม่สนใจติดตาม อะไรๆ ก็ไม่เพลินใจไปหมด คุณยายบางคนหลานๆ มาเยี่ยมจากต่างจังหวัดแทนที่จะดีใจกลับรู้สึกเฉยๆ บางคนจะมีอาการซึมเศร้า อารมณ์อ่อนไหวง่าย ร้องไห้เป็นว่าเล่น บางคนจะหงุดหงิด ขวางหูขวางตาไปหมด ทนเสียงดังไม่ได้ ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย อาการเบื่อเป็นมาก แม้แต่อาหารการกินก็ไม่สนใจ บางคนน้ำนักลดฮวบฮาบ สัปดาห์ละ ๒-๓ กิโลกรัมก็มี เขาจะนั่งอยู่เฉยๆ ได้เป็นชั่วโมงๆ ความจำก็แย่ลงมักหลงๆ ลืมๆ เพราะใจลอย ตัดสินใจอะไรก็ไม่ได้ เพราะไม่มั่นใจไปเสียหมดเขาจะมองสิ่งต่างๆ ในแง่ลบไปหมด คิดว่าตัวเองเป็นภาระของคนอื่น ไม่มีใครสนใจตนเอง ถ้าตายไปคงจะดีจะพ้นทุกข์เสียที หากญาติหรือคนใกล้ชิดเห็นเขามีท่าทีบ่นไม่รู้จะอยู่ไปทำไม หรือพูดทำนองฝากฝังสั่งเสีย อย่ามองข้ามหรือต่อว่าเขาว่าอย่าคิดมาก แต่ให้สนใจพยายามพูดคุยกับเขา รับฟังสิ่งที่เขาเล่าให้มากๆ ถ้ารู้สึกไม่เข้าใจหรือมองแล้วไม่ค่อยดี ขอแนะนำให้รีบพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาโดยเร็ว

ในทางตรงกันข้าม ในระยะเมเนีย เขาจะมีอาการเปลี่ยนไปอีกขั้วหนึ่งเลย เขาจะมั่นใจตัวเองมาก รู้สึกว่าตัวเองเก่ง ความคิดไอเดียต่างๆ แล่นกระฉูด เวลาคิดอะไรจะมองข้ามไป ๒-๓ ช็อตจนคนตามไม่ทัน การพูดจาจะลื่นไหลพูดเก่ง คล่องแคล่ว มนุษยสัมพันธ์ดี เรียกว่าเจอใครก็เข้าไปทักไปคุย เห็นใครก็อยากจะช่วย ช่วงนี้เขาจะหน้าใหญ่ใจโต ใช้จ่ายเกินตัว ถ้าเป็นคุณตาคุณยายก็บริจาคเงินเข้าวัดจนลูกหลานระอา ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทก็จัดงานเลี้ยง แจกโบนัส มีโครงการต่างๆ มากมายพลังของเขาจะมีเหลือเฟือ นอนดึกเพราะมีเรื่องให้ทำมากมายตี ๔ ก็ตื่นแล้ว ตื่นมาก็ทำโน่นทำนี่เลย ด้วยความที่เขาสนใจสิ่งต่างๆ มากมาย จึงทำให้เขาวอกแวกมาก ไม่สามารถอดทนทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นานๆ เขาทำงานเยอะ แต่ก็ไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ความยับยั้งชั่งใจตนเองมีน้อยมากเรียกว่าพอนึกอยาก จะทำอะไรต้องทำทันที หากมีใครมาห้ามจะโกรธรุนแรง อาการในระยะนี้หากเป็นมากๆ จะพูดไม่หยุด เสียงดัง เอาแต่ใจตัวเอง โกรธรุนแรงถึงขั้นอาละวาด ถ้ามีคนขัดขวาง

อาการระยะซึมเศร้าจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป มักเป็นหลังมีเรื่องกระทบกระเทือนใจ เช่น สอบตก เปลี่ยนงาน มีปัญหาครอบครัว แต่จะต่างจากปกติคือ เขาจะเสร้าไม่เลิก งานการทำไม่ได้ ขาดงานบ่อยๆ มักเป็นนานเป็นเดือนๆ

อาการระยะเมเนียมักเกิดขึ้นเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ จนภายใน ๒-๓ สัปดาห์อาการจะเต็มที่อารมณ์รุนแรง ก้าวร้าวจนญาติรับไม่ไหวต้องนำส่งโรงยาบาลอาการในครั้งแรกๆ จะเกิดหลังมีเรื่องกดดัน แต่หากเป็นหลายๆ ครั้งก็มักเป็นขึ้นมาเองดดยที่ไม่มีปัญหาอะไรมากระตุ้นเลย

ข้อสังเกตประการหนึ่งคือคนที่อยู่ในระยะเมเนียจะไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ มองว่าช่วงนี้ตัวเองอารมณ์ดีหรือใครๆ ก็ขยันกันได้ ในขณะที่หากเป้นระยะซึมเศร้าคนที่เป็ฌนจะพอบอกได้ว่าตนเองเปลี่ยนไปจากเดิม

ในระยะซึมเศร้าหากคนใกล้ชิดสนใจมักสังเกตไม่ยากเขาจะซึมลงดูอมทุกข์ แต่อาการแบบเมเนียจะบอกยากโดยเฉพาะในระยะแรกๆ ที่อาการยังไม่มากเพราะดูเหมือนว่าเขาจะเป็นแค่คนขยันอารมณ์ดีเท่านั้นเอง แต่ถ้าสังเกตจริงๆ ก็จะเห็นว่าลักษณะแบบนี้ไม่ใช่ตัวตนของเขา เขาจะดูเว่อร์กว่าปกติไปมาก


อาการของโรคอารมณ์สองขั้ว

อาการในระยะซึมเศร้าอาการในระยะเมเนีย
- มีอาการซึมเศร้า หรือเบื่อหน่าย ความสนใจ หรือความเพลินใจในสิ่งต่างๆ ลดลงอย่างมาก

- รู้สึกตนเองไร้ค่า เป็นภาระ หรือรู้สึกผิด

- นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ

- เชื่องช้า หรือกระวนกระวาย

- อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง

- สมาธิลดลง ลังเลใจ

- คิดอยากตาย

- เบื่ออาหาร ผอมลง
- มีอารมณ์ครึกคริ้น แสดงออกอย่างเต็มที่ หรือ อารมณ์หงุดหงิดมากเกินปกติ

- รู้สึกว่าตนเองเก่ง หรือมีความสำคัญมาก

- ต้องการนอนลดลง

- ความคิดพรั่งพรู แล่นเร็ว

- มีพลัง มีกิจกรรม โครงการต่างๆ มากมาย

- วอกแวก สนใจไปทุกสิ่งทุกอย่าง

- หุนหันพลันแล่น ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

- พูดมาก หรือพูดไม่หยุด

- ไม่ตระหนักว่าตนเองผิดปกติไปจากเดิม



การวินิจฉัย

ไม่มีการตรวจพิเศษเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคนี้ข้อมูลหลักในการวินิจฉัยคือ การวักประวัติอาการ ความเป็นไปของโรค ความเจ็บป่วยทางจิตในญาติ การใช้ยาและสารต่างๆ หรือโรคประจำตัว เพราะยาบางขนานหรือโรคทางร่างกายบางโรคอาจมีอาการทางจิตเหมือนกับโรคอารมณ์สองขั้วได้ แพทย์จะนำข้อมูลได้จากผู้ที่เป็นและญาติ ร่วมไปกับการตรวจร่างกายและตรวจสภาพจิตมาประมวลกันเพื่อการวินิจฉัย

โรคนี้เป็นกันบ่อย

พบว่าคนเรามีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ประมาณร้อยละ ๑ หญิงและชายพบได้พอๆ กัน มักพบมีอาการครั้งแรกระหว่างอายุ ๑๕-๒๕ ปี

แล้วโรคอารมณ์สองขั้วเกิดจากอะไรล่ะ

โรคอารมณ์สองขั้วไม่ได้เป็นจากเขามีจิตใจอ่อนแอหรือคิดมากอย่างที่คนอื่นมักมองกัน แต่เป็นจากความผิดปกติทางสมอง พบว่าผู้เป็นโรคนี้มีการทำงานของสมองและสารเคมีในสมองซึ่งทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทแปรปรวนไป

ผู้ที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้วมักมีประวัติญาติป่วยเป็นโรคทางอารมณ์ ลูกของเขามีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าคนทั่วไปประมาณ ๘ เท่า สิ่งที่ถ่ายทอดเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เมื่อผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นเหล่านี้พบเหตุกดดันทางจิตใจ เช่น ตกงาน ยาติเสียชีวิต หรือมีการเสพยาใช้สารต่างๆ ก็จะไปกระตุ้นให้แนวโน้มการเกิดโรคที่แฝงเร้นอยู่นี้สำแดงอาการออกมา

แนวทางการรักษา

การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาหลักในโรคนี้แพทย์จ่ายยาร่วมกับการช่วยเหลือให้คำปรึกษาทางจิตใจเพื่อช่วยผู้ที่เป็นในการปรับตัวกับสังคม และจัดการกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต

๑. การรักษาในระยะอาการกำเริบ

ระยะเมเนีย ยาที่นิยมใช้ได้แก่
  • ลิเทียม(lithium) เป็นยาช่วยควบคุมอาการทางอารมณ์ การออกฤทธิ์ในการรักษาของลิเทียมต้องใช้เวลา ๑-๒ สัปดาห์ขึ้นไป ในระยะแรกจึงอาจต้องให้ยาขนานอื่นร่วมไปด้วย

  • วาลโพรเอต (valproate) และ คาร์บามาซีพีน (carbamazepine) เป็นยากันชักแต่ในทางจิตเวชใช้เป็นยาทำให้อารมณ์คงที่เหมือนลิเทียม

  • ยารักษาโรคจิตใช้เพื่อลดอาการพลุ่งพล่านหรืออาการโรคจิตเช่นประสาทหลอน หลงผิดที่อาจเกิดในช่วงอาการที่มาก


ระยะซึมเศร้า


  • ยาแก้ซึมเศร้า ใช้เพื่อลดอาการซึมเศร้า ท้อแท้ ใช้เวลา ๑-๒ สัปดาห์จึงออกฤทธิ์ในการรักษา


แล้วจะต้องกินยาไปนานเท่าไร? โดยทั่วไปหากเป็นการป่วยครั้งแรกหลังจากที่แพทย์รักาาจนผู้ป่วยอาการกลับสู่ปกติแล้ว จะให้ยากินต่อไปอีกจนครบ ๖ เดือน แล้วค่อยๆ ลดยาลงจนหยุดไป โดยทั่วไปก็ใช้เวลาเกือบปี

ที่พบบ่อยคือพบอาการดีขึ้นหลังกินยาไปได้ ๑-๒ เดือนผู้ป่วยก็ไม่มาพบแพทย์ ไม่ยอมกินยาต่อ เพราะคิดว่าหายแล้ว หรือกลัวติดยา กลัวว่ายาจะสะสม ในความเป็นจริงแล้วยาทางจิตเวชที่จะมีติดก็คือยานอนหลับเท่านั้น (ซึ่งจิตแพทย์เองก็ไม่นิยมใช้) ยาอื่นไม่พบติดยาแน่ๆ ที่สำคัญคือหากหยุดยาเร็วจะมีโอกาสกลับมามีอาการกำเริบอีกเกือบสูงมากเพราะตัวโรคยังไม่ทุเลาเต้มที่เหมือนกับเป็นโรคปอดบวม แต่กินยาแก้อักเสบแค่ ๒ วันพอหยุดยาปอดก็แย่ลงแน่ๆ

๒. การป้องกัน

ผู้ที่มีอาการกำเริบ ๒ ครั้งขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นโรคเมเนียหรือซึมเศร้า ควรกินยาป้องกันระยะยาว โดยทั่วไปแพทย์จะให้กินยาอย่างน้อย ๒ ปีขึ้นไป

อยู่อย่างเข้าใจโรคอารมณ์สองขั้ว

การกินยาอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถควบคุมอาการได้ดี รวมทั้งสามารถป้องกันการกำเริบในครั้งต่อไป และควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินการรักษาตลอดจนผลข้างเคียงจากยา แพทย์อาจปรับยาเป็นช่วงๆ ตามแต่อาการของโรค ควรบอกแพทย์อย่างไม่ปิดบังถึงอารมณ์และพฤติกรรมต่างๆ โดยเฉพาะหากไม่แน่ใจว่าเป็นช่วงที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงหรือไม่

การปฏิบัติตัวที่สำคัญในโรคนี้ได้แก่ การรักษาความสม่ำเสมอในการดำเนินกิจวัตรพื้นฐานประจำวันประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการนอนพบว่าการนอนน้อยติดต่อกันหลายวันทำให้อาการแก่วงไกวได้ จึงควรเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการนอนดึก หรือดื่มแอลกอฮอล์

ในช่วงที่เริ่มมีอาการเมเนียให้เลี่ยงสินตัดสินใจ (เช่น ฝากเงินไว้กับภรรยา) หลีกเลี่ยงสถานะการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์มากๆ ให้คนใกล้ชิดและญาติคอยเตือนเมื่อเห็นว่าตนมีพฤติกรรมที่อาจไม่เหมาะสม

ในช่วงซึมเศร้าหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่สำคัญๆ เช่น ลาออกจากงาน การออกกำลังกาย โดยในผู้ที่มีอาการซึมเศร้าไม่มาก จะรู้สึกว่าจิตใจคลายความเศร้าและแจ่มใสขึ้นได้ หากอาการมากอยู่อย่ากดดันตัวเองให้ทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนเดิม ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องการการพักผ่อน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ กระตุ้นตนเองมากไปกลับยิ่งจะทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ที่ทำไม่ได้อย่างที่หวัง

การเข้าใจจากคนใกล้ชิดและญาติมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ที่เป็นมีกำลังใจในการรักษาให้ตนเองกลับสู่ปกติญาติยังมีส่วนสำคัญในการสังเกตว่าผู้ที่มีอาการกลับเป็นซ้ำหรือไม่ โดยในช่วงแรกที่อาการยังไม่มาก ผู้ที่เป็นจะไม่ทราบว่าตนเองเปลี่ยนแปลงไป

โรคอารมณ์สองขั้วเกิดจากความผิดปกติทางสมอง ไม่ได้เกิดจากความคิดมากหรือพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ดี โรครักษาได้ ยาใหม่ๆ มีมาก หากไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นหรือเปล่าก็ไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาก่อนก็ได้ คนที่เป็นแล้วก็ควรติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ มีปัญหาอะไรก็บอกแพทย์ เพื่อที่จะได้ปรับให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด ญาติมีส่วนสำคัญมาก พบว่าผู้ป่วยที่ญาติเข้าใจสนับสนุนให้กำลังใจจะมีอาการโดยรวมแกว่งไกวน้อยกว่าครอบครัวที่ไม่เข้าใจหรือไม่สนใจผู้ป่วย


[ ที่มา..นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๓๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๘ ]

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

เพลงประกอบ ชื่อ "ตาแดงๆ "

ศิลปิน พลพล - พั้นซ์

โค้ดเพลง http://www.wherearepop.com/members/pop/mp3ss1490s.swf


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สงสัยจะเข้าข่ายโรคนี้แฮะ

#1 By Paa orKant on 2007-10-09 02:14

เข้ามาตามอ่านค่า

หากหนูก็สงสัยว่า การที่คนเรามีปัญหาทางด้านจิตใจ หรือ สมอง ใช้ยารักษากได้อย่างเดียวเหรอคะ (เพราะหนูก็รู้จักคนที่มีปัญหาทางนี้บ้าง บางคนทานยาเข้าไปกลับเป็นหนักกว่าเดิมซะอย่างนั้น, แต่บางคนก็ดีขึ้นค่ะ)
การที่เราจะนั่งสมาธิ หรือสำรวจจิตใจตัวเองอย่างนั้นเป็นไปไม่ได้เหรอคะ
หนูเคยคุยกับพี่คนหนึ่ง เพราะหนูก็เป็นโรคกลัวคนน่ะค่ะ(แต่ไม่ได้ขนาดต้องหาหมอ) แต่พี่เขาต้องหาหมอ หนูบอกว่า ทำไมพีไม่ลองนั่งสมาธิดู(หนูก็ไม่ทำเองยังมีหน้าไปแนะเขาอีก)
แต่กลายเป็นว่า เขา ไม่เชื่อศาสนาเท่าไหร่อีกแล้วน่ะค่ะ เขาว่าเขาอยู่เงียบๆไม่ได้ยิ่งฟุ้งซ่าน หมอที่รักษาเขา ก็ไม่ค่อยเชื่อศาสนาน่ะค่ะ
หนูก็เลยพูดไม่ออก

#2 By knights of gemini on 2007-10-09 02:14

เข้ามาแบบงง
จู่ๆ ก็เจอโรคนี้เลย
เป็นอยู่เหมือนกันแฮะเรา

#3 By ~kUrokaWa~ jang ^ ^ on 2007-10-09 02:26

^
^
^
เอะ..ทำไมคนอ่านบทความนี้แล้ว ทำไมต้องลงคอมเม้นท์ นี้กันหมดเลยค่ะ กิกิ

เป็นโรคฮิต ที่เราควรพิชิตให้ได้ด้วยใจเราเองนะค่ะ
อย่าปล่อยไว้นานจะยากกับการรักษานะค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกๆ คน
(จะไม่วุ่นเลย จะไม่ยุ่งเลย ถ้าได้ 200 กิกิ )

#4 By พี่พลอยจ๋า on 2007-10-09 03:09

จะมาอัพเรื่องผี เมื่อคืน
ตกใจเอ็กซ์ทีนมันไปโดนผีหลอกมาด้วยหรือไง
ทำไมหน้าตามันถึงเป็นแบบนี้

ผีเมื่อคืนสุดยอดมากๆ
เดี๋ยวพี่จะเขียนให้อ่านนะน้องนะ
รับรองอ่านแล้วขนแขนสแตนอัพแน่ๆ
บรึ๋ย ผีมีจริงด้วย ไม่อยากจะเชื่อ

#5 By อาชาชาญ on 2007-10-09 14:42

บ่นๆ ขอบ่นหน่อยเวปเพจบ้านเราหายไปหมดเลยว่ะพลอย
ของคอกม้าก็หายเหมือนกัน แต่บ้านแกกะบ้านไอ้หมีไม่เป็นไร
อะไรว่ะ มีเรื่องปฎิบัติด้วย เซ็งเลยแล้วจะแก้ยังไงว่ะ
หรือปล่อยไปก่อนแล้วมัน ดีดกลับมาเอง

มีเรื่องมันๆ จะเล่าให้ฟัง ได้ข่าวว่าเดี่ยวนี้เอาดีทางหน้าที่การงานอย่างเดียวมันไม่รุ่ง
เลยต้องเล่นของด้วย เด็ดสุดๆ รีบมาแจ่ม เดี๋ยวตกข่าวเด้อ

#6 By Death Note on 2007-10-09 18:32

^
^
^
อะไรกันนี่.. เห็นบ้านเราเป็นที่ระบายแล้วหรือไร surprised smile
ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณแชมป์เขาปรับปรุงเพื่อระบบที่ดีกว่า
ไปอ่านคำแนะนำและปรกาศหน้าแรกของเอ็กซ์ทีนนะค่ะจะไปผ่อนคลาย

บอกแล้วให้ทำบุญเยอะๆ จะได้แคล้วคลาด เอะ..เกี่ยวกันไหมน๊า..

surprised smile surprised smile surprised smile

#7 By พี่พลอยจ๋า on 2007-10-09 23:29

ขอบคุณคร้าบที่แวะมาดูความอัดอั้นของผม เฮ้อ ช่วงนี้เป็นช่วงที่หงุดหงิดง่ายด้วย(สงสัยจะติดโรคอารมญ์2ขั้ว ก๊ากกก)

แต่มันก็ชวนอารมญเสียจริงๆล่ะครับ ถ้าเจอแบบนี้เป็นปี

แถมยังต้องฝืนทำงานที่ไม่ชอบอีก เฮ้อ

รู้สึกโชคดีที่วันนั้นคลิกมั่วไปมาจนมาเจอบลอคนี้ครับ
มีอะไร ดีๆให้อ่าน มากมายเลย

confused smile

ว่าแต่ผมจะเป็นโรค2ขั้วไรนั่นอ๊ะเปล่า

สมัยเด็กๆเคยโดนไปพบจิตแพทย์ด้วยนะ เอิ้กกกกcry
ขอบคุณครับที่ให้คำแนะนำ
จะพยายามครับแต่บริเวณบ้านกว้างมากๆพอดีที่บ้านเป็นสวนมังคุด เลยอาจจะป้องกันยากสักหน่อย แต่ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจนเกินไปก็กะว่าจะกั้นอิฐบล็อคเหมือนกันครับ sad smile

#9 By Nirvana on 2007-10-10 16:29

พี่พลอยค่ะ อ่านไปพิจารณาตัวเองไปค่ะ sad smile
เคยได้ยินแต่โรคซึมเศร้า โรคสองอารมณ์นี่โอ๊ะเพิ่งรู้ค่ะพี่ ขอบคุณที่เอามาให้อ่านน่ะค่ะconfused smile

#10 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-10 19:56

พี่พลอยจ๋าช่วยสายลมหน่อยงง ไปหมดแล้วว่า ทำไงเนี้ย เปลี่ยนแปลงไปหมด ไม่ได้เข้ามานาน สอบอยู่ค่ะ เพิ่งเสร็จ

#11 By *-* saylom *-* on 2007-10-10 21:33

Recommend