ธรรรมนิยาย พระอานนท์ พุทธอนุชา

 ธรรมนิยาย ชุด พระอานนท์ พุทธอนุชา บทประพันธ์ อาจารย์วศิน อินทรสระ

มีทั้งหมด 36 ตอนคะ สนใจเลือกรับฟัง หรืออ่านในตอนอื่นๆ คลิ๊กที่นี้ค่ะ

 ตอนที่ 35 หญิงงามกับบิดา (ต่อ) และ ไม่มีความสุขใดเสมอด้วยความสงบ (1)  

 เธอลดตัวลงจากม้าหินอ่อน ทำความเคารพข้าพเจ้าเยี่ยงพลเมืองที่ดีจะพึงปฏิบัติต่อเจ้าชายของตน และไม่กล้าขึ้นมานั่งร่วมแท่นอีก ข้าพเจ้าต้องดึงแขนนางขึ้นมาพร้อมด้วยพูดว่า

           "ไหนบอกเรารักข้าพเจ้าตรงที่เป็นสุรนันทะ มิใช่เพราะวรรณะ ตระกูลใด?"

           "แต่เวลานี้" นางพูดเงยหน้ามองข้าพเจ้ามีน้ำตาเอ่อที่เบ้าตาทั้งสอง "พระองค์มิใช่สุรนันทะ แต่เป็นเจ้าชายจตุรงคพล รัชทายาทแห่งหัสตินาปุระนคร หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น หม่อมฉันไม่กล้าอาจเอื้อมนั่งร่วมแท่นกับพระองค์ ขอให้หม่อมฉันเป็นพลเมืองที่ดีของพระองค์เถิด"

           ข้าพเจ้าไม่ยอมปล่อยมือนาง และขอร้องวิงวอนให้นางนั่งบนม้าหินอ่อนอย่างเดิม สนทนากันอย่างเดิมต้องใช้เวลาวิงวอนเสียนานนางจึงยอม และข้าพเจ้าก็พูดปลอบใจนางว่า ถึงจะเป็นอย่างไรๆ ข้าพเจ้าคงจะรักนางไม่สร่างซา คนเดียวที่ข้าพเจ้าขอมอบหัวใจทั้งหมดไว้ให้คือนางนั่นเอง และข้าพเจ้าก็พูดเพิ่มเติมว่า

           "ที่รัก ความสุขของข้าพเจ้าทั้งหมดรวมอยู่ที่ท่าน ข้าพเจ้าจะสุขหรือทุกข์ก็อยู่ที่ท่านแต่ผู้เดียว ถ้าท่านโกรธและเกลียดข้าพเจ้าเมื่อใด ข้าพเจ้าจะมีความทุกข์เมื่อนั้น ตราบใดที่ท่านยังรักข้าพเจ้าอยู่ ข้าพเจ้าเชื่อว่าข้าพเจ้ามีความสุข สุขเพราะระลึกว่าข้าพเจ้าเป็นคนรักของท่านไม่ว่าจะลำบากยากเข็ญหรือตกอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพเจ้าขอยึดเอาความรักของท่านเป็นที่พึ่งทางจิต ขอให้ความรักของท่านเป็นเพื่อนใจของข้าพเจ้าอยู่ตลอดไป ข้าพเจ้าขอปฏิญาณและสัญญาว่าขอรักท่านแต่ผู้เดียว สำหรับดวงใจรักนั้นข้าพเจ้าขอมอบให้ท่านจนหมดสิ้น ถ้าข้าพเจ้าจะต้องอภิเษกสมรสกับผู้อื่นขอให้ท่านเข้าใจว่า ข้าพเจ้าจำใจต้องทำ เพราะเกรงพระทัยพระชนกนาถผู้มีพระคุณล้นเกล้าต่อข้าพเจ้า หน้าที่นั้นข้าพเจ้าไม่อยากให้บกพร่อง ส่วนหัวใจเป็นสิทธิของข้าพเจ้าแต่ผู้เดียว ข้าพเจ้าขอมอบดวงใจดวงนี้ไว้ในความคุ้มครองของท่านด้วย…".

ไม่มีความสุขใดเสมอด้วยความสงบ 

แลแล้วข้าพเจ้าก็ขออนุญาตจับหัตถ์เบื้องขวาของนางชูขึ้นเสมออกของข้าพเจ้า แสงอันเรืองอุไรของทินกร เมื่อจวนย่ำสนธยาสาดมากกระทบมือนาง มองดูสะอาดสุกใสประดุจแผ่นทองคำ ข้าพเจ้าก้มลงจุมพิตเพียงแผ่วเบา ถ่ายปราณและความรู้สึกทั้งมวลลงสู่หลังหัตถ์และองคุลีที่สวยงาม แลแล้วได้นำหัตถ์นั้นมาวาง ณ อุรประเทศเบื้องซ้ายของข้าพเจ้า เป็นทำนองมอบหัวใจให้อยู่ในอุ้งมือของนางเป็นหัวใจที่แท้จริง และเต็มไปด้วยความรู้สึก ส่วนหัวใจที่ผู้อื่นจะเอาไปนั้น เป็นหัวใจที่ตายซากเหมือนกล้วยที่ยืนต้นตาย เมื่อถูกตัดเครือออกแล้ว

           สาวน้อยได้โอนอ่อนผ่อนตาม คำพูดและอาการของข้าพเจ้าทำให้นางสงสารอย่างจับจิต ประดุจอสรพิษงูเหลือมร้ายถูกมัดรัดกายด้วยใยกล้วยตานี ก็พลันนอนสงบนิ่ง จุดอ่อนของมวลนารีอยู่ตรงที่ถูกเว้าวอนด้วยคำหวานให้เกิดสงสารและเห็นใจ อีกประการหนึ่งเล่า นางรู้สึกว่าวันเวลาที่จะคบกันอย่างนี้เหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว ความพลัดพรากจะมาถึงในไม่ช้า จึงตามใจข้าพเจ้าเสมือนเพชฌฆาตตามใจนักโทษประหารในวันสุดท้าย

           ดังนั้นนางจึงเอียงศีรษะลงวางบนไหล่เบื้องซ้ายของข้าพเจ้าอย่างนุ่มนวล เหมือนพระพายกระพือพัดเมฆามากระทบไหล่เขาก็ปานกัน รสสัมผัสที่นุ่มนวลเย้ายวนให้เกิดความวาบหวามในดวงจิต แสดงฤทธิ์ออกมาเป็นการเคล้าเคลียอย่างถนอม ท่านอย่าพึงนึกโทษวิมลมานเลยว่าเหมือนหญิงใจง่าย ถ้าท่านเคยมีความรัก ท่านจะเห็นใจผู้ที่ตกอยู่ในห้วงรัก ว่ากระวนกระวายสักปานใด

           "องค์ชาย" นางพูด ข้าพเจ้ารู้เหมือนได้ยินเสียงสะท้อนจากภูเขา "หม่อมฉันไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว นอกจากองค์ชายเพียงผู้เดียว ผู้เดียวเท่านั้น"

           "น้องหญิง" ข้าพเจ้าพูด "ขอให้ข้าพเจ้าเรียกท่านน้องหญิงเถิด เป็นคำที่ไพเราะนุ่มนวล ข้าพเจ้าขอสัญญาอีกครั้งว่า ข้าพเจ้าขอมอบดวงใจดวงนี้ให้น้องหญิงเพียงผู้เดียว ความรักของข้าพเจ้าที่มีต่อน้องหญิงนั้นมากล้น เกินที่จะสรรหาคำใดมาพูดให้เหมือนความรู้สึกของดวงใจได้ ขอให้น้องหญิงรับทราบไว้ว่า ความรักทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามีต่อสิ่งใดๆ ในโลกนี้เมื่อนำมารวมกันแล้วยังไม่เท่าความรักที่ข้าพเจ้ามีต่อน้องหญิงเลย ถ้าข้าพเจ้าจำต้องแต่งงานกับหญิงอื่น ก็เป็นเพราะความรู้สึกกตัญญูอยู่ในโอวาทของสมเด็จพระราชบิดาผู้มีพระคุณล้นเกล้า แต่ความรักข้าพเจ้าให้มอบให้น้องหญิงหมดแล้ว การแต่งงานจึงเป็นเพียงหน้าที่ ส่วนความปรารถนาแห่งดวงใจนั้น เป็นเรื่องที่ใครบังคับกันไม่ได้"

           "ขอขอบพระคุณองค์ชาย ที่กรุณาประทานเกียรติให้หม่อมฉันมากถึงปานนี้ ชาตินี้หม่อมฉันอาภัพอับโชค สิ่งที่หม่อมฉันต้องการมักไม่ค่อยได้ แต่สิ่งที่พยายามหลีกหนีมักจะมีมาหาอยู่เสมอๆ เพียงได้สดับพระดำรัสขององค์ชายเท่านี้หม่อมฉันก็ชื่นใจแล้ว อย่างน้อยเกิดมาชาติหนึ่งก็มีคนที่รักหม่อมฉันจริงๆ และผู้นั้นเป็นผู้สูงศักดิ์ ต่อไปภายหน้าจะเป็นจอมคนในแผ่นดิน สำหรับความรักของหม่อมฉันที่มีต่อองค์ชายนั้นได้ขึ้นถึงที่สุดแล้ว จะไม่ขึ้นและไม่ลดอีกคงจะรักษาอยู่ในระดับนี้ ความสุขของหม่อมฉันอยู่ที่ได้รักองค์ชาย และทราบว่าองค์ชายรักหม่อมฉันเหมือนกัน" นางพูดเท่านี้แล้วก็ก้มหน้านิ่งอยู่

           "ความสุขของข้าพเจ้าก็อยู่ที่ได้รักน้องหญิงและทราบว่าน้องหญิงก็รักข้าพเจ้าตอบ ข้าพเจ้าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว รัชสมบัติในปฐพีมณฑลนี้รวมกันยังไม่มีค่าเท่าน้องหญิง ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาสิ่งใดๆ ที่ไม่มีน้องหญิงร่วมอยู่ด้วย"

           วิมลมานเงยหน้าขึ้น แววแห่งปีติฉายออกมาจากใบหน้าและแววตาของนาง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีน้ำตาพร่างพรายอยู่ที่เบ้าตาทั้งสอง แต่ไม่ประหลาดเลยใช่ไหมท่าน ผู้หญิงนั้นดีใจก็ใจร้องไห้ เสียใจก็ร้องไห้ เหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ดีใจก็ดื่มเมรัย เสียใจก็ดื่มสุรา เลยไม่รู้ว่าเขาดื่มเพราะดีใจหรือเสียใจกันแน่ ทำงานเหนื่อยมากก็ดื่มสุรา อ้างว่าเพื่อบำบัดความระโหยใช้ซาสร่าง เมื่อว่างมากเกินไปก็ดื่มสุรา โดยอ้างว่าไม่ทราบจะทำอะไร

           ข้าพเจ้าประคองเธอให้ซบลงที่แผ่นอก เหมือนพ่อนกหรือแม่นกกางปีกออกปกป้องลูกน้อยซึ่งสั่นสะท้อนเพราะลมหนาว สาวน้อยธิดาช่างทองผู้มีนามว่าวิมลมานมีอาการเหมือนคนเริ่มจับไข้ อย่างนี้เองดรุณีวัยกำดัดผู้ไม่เคยรู้สัมผัสเชิงชู้สาว ย่อมรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เมื่อถูกชม

           "ข้าแต่ท่านผู้บำเพ็ญตบะ! เรื่องของข้าพเจ้าถ้าจะเล่าให้ค่อนข้างละเอียด ท่านจะต้องทนฟังถึงสองหรือสามคืน เวลานี้ก็จวนจะถึงกึ่งมัชฌิมยามแล้ว ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านพักผ่อนบ้าง จึงขอเล่าอย่างรวบรัดว่าข้าพเจ้าและวิมลมานต่างสัญญาว่าจะรักกันแม้จะครองกันแต่เพียงใจก็ตาม

           ในที่สุดพิธีมงคลอภิเษกสมรสของข้าพเจ้ากับเจ้าหญิงจุฬารัตน์แห่งสากลนครก็มาถึง พิธีมโหฬารปานว่าจะมีมหรสพทั่วแคว้นปัญจาละ ประชาชนในชนบทมากหลายเดินทางมาสู่นครหลวงหัสตินาปุระเพื่อชมพิธีอภิเษก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อชมหญิงจุฬารัตน์ผู้มีนามกระเดื่องว่างามเลิศปานนางฟ้า ธงทิวปลิวไสว มีไฟหลากสีห้อยย้อยระย้า ทุกถนนหนทางประดับประดาอย่างวิจิตรเพริศพราย มีเสียงชโยโห่ร้องแสดงความยินดีปรีดาอยู่เป็นระยะๆ ความงดงามอำไพพรรณในวันอภิเษกสมรสของข้าพเจ้านั้น สุดที่จะนำมาพรรณนาได้ ขอให้ข้าพเจ้าเล่าข้ามไปเถิด แต่สิ่งหนึ่งซึ่งข้าพเจ้าเล่าข้ามไม่ได้ คือความสงสารเห็นใจวิมลมาน ในขณะที่คนทั้งหลายกำลังสนุกกันนั้น ใครเล่าจะซึมเศร้าและหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยวเท่าวิมลมาน และข้าพเจ้าเองก็ไม่มีอารมณ์อันบรรเจิดเฉิดฉายเยี่ยงคู่สมรสอื่นๆ แม้จะพยายามอำพรางกิริยาให้ร่าเริงสักเพียงใดก็ไม่สำเร็จ ท่านผู้บำเพ็ญตบะ! ข้าพเจ้ามิได้ถือวิมลมานเป็นเพียงเพื่อนอารมณ์ แต่ข้าพเจ้าถือเธอเป็นเพื่อนใจ เมื่อขาดเธอเสียแล้วจิตใจของข้าพเจ้าจะเป็นประการใด ขอท่านได้โปรดตรองดูเถิด

           เจ้าหญิงจุฬารัตน์เป็นสตรีที่สวยงามสมคำเลื่องลือ นอกจากนี้ยังมีพระอัธยาศัยงามน่ารัก แต่ความรักของข้าพเจ้าได้มอบให้ธิดาช่างทองเกลี้ยงหัวใจเสียแล้ว ประกอบกับความสงสารที่คิดว่าเธอจะระทมเศร้าสักปานใดในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยแล้ว ทำให้ข้าพเจ้าเห็นการเอาอกเอาใจของเจ้าหญิงจุฬารัตน์เป็นเรื่องรำคาญ ถ้าเจ้าหญิงจุฬารัตน์สนิทสนมกับข้าพเจ้าอย่างน้อง ข้าพเจ้าจะรักน้องคนนี้เป็นที่สุด รักอย่างน้องนะท่าน

           คนเราคบกันได้รักกันได้หลายฐานะ อย่างเพื่อน อย่างพี่ อย่างน้อง ต้องคอยสังเกตดูให้ดีว่า เขาหยิบยื่นความสนิทสนมให้เราในฐานะใด ถ้าเขาหยิบยื่นความสนิทสนมให้เราในฐานะเพื่อน แล้วเราไปแสดงท่าทีแบบคนรักเข้า เขาอาจจะรังเกียจขึ้นมา