ธรรรมนิยาย พระอานนท์ พุทธอนุชา

 ธรรมนิยาย ชุด พระอานนท์ พุทธอนุชา บทประพันธ์ อาจารย์วศิน อินทรสระ

มีทั้งหมด 36 ตอนคะ สนใจเลือกรับฟัง หรืออ่านในตอนอื่นๆ คลิ๊กที่นี้ค่ะ

 ตอนที่ 36 ไม่มีความสุขใดเสมอด้วยความสงบ (ตอนจบ)  

 อีก ๒ ปีที่ข้าพเจ้าอภิเษกสมรสกับวิมลมาน แต่ไม่ปรากฏร่องรอยว่าจะมีโอรสหรือธิดาเลย คราวนี้ข้าพเจ้าเดือดร้อนกังวลมาก วิมลมานก็เดือนร้อนไม่น้อยกว่าข้าพเจ้า สมเด็จพระราชบิดาก็เร่งเร้าอยู่เสมอว่า ถ้าวิมลมานไม่สามารถมีโอรสได้ ก็จะหาสตรีอื่นมาให้ข้าพเจ้าเพื่อมีโอรสสืบสันตติวงศ์ แต่พอย่างเข้าปีที่ ๓ วิมลมานก็ตั้งครรภ์ นำปีติปราโมชมาให้ข้าพเจ้าอย่างใหญ่หลวง พวกเราส่วนใหญ่ยังเชื่อกันอยู่ว่าผู้ไม่มีบุตรเมื่อตายแล้วจะต้องตกนรกขุมปุตตะ ข้าแต่ท่านผู้บำเพ็ญพรต ในเรื่องนี้ท่านหรือศาสดาของท่าน มีความคิดอย่างไร?"

           "ดูก่อนราชกุมาร!" พระอานนท์กล่าวตอบ "บุคคลบางพวกเดือนร้อนเพราะไม่มีบุตร บางพวกเดือดร้อนเพราะมีบุตรมากเกิน บางพวกถือว่าผู้มีบุตรย่อมได้รับความบันเทิงเริงใจเพราะบุตร ผู้มีโคย่อมได้รับความบันเทิงเพราะโค บุคคลจะบันเทิงได้ก็เพราะมีสิ่งยึดถือ เมื่อไม่มีสิ่งยึดถือความบันเทิงเริงใจก็ไม่มี แต่พระศาสดาของข้าพเจ้าตรัสว่า

           "ผู้มีบุตรย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร

           ผู้มีโคย่อมเศร้าโศกเพราะโค

           บุคคลย่อมเศร้าโศกเพราะมีสิ่งยึดมั่นถือมั่น

           เมื่อปล่อยวางได้แล้วไม่ยึดมั่นถือมั่น ความทุกข์ก็ไม่มี ความโศกก็สิ้นสูญ"

           พระอานนท์กล่าวจบ พระราชกุมารจตุรงคพลมีพระพักตร์ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วเล่าต่อไป

           "ข้าแต่ท่านผู้บำเพ็ญตบะ! เมื่อวิมลมานมีครรภ์ได้ ๗ เดือน เธอสุบินนิมิตประหลาด คือ สุบินว่าเธอได้เสวยเสวยแผ่นดินในแคว้นปัญจาละ และแคว้นใกล้เคียงหมดสิ้นถึงกระนั้นก็ยังไม่อิ่มยังอยากเสวยอีก โหราจารย์ทำนายว่าพระนางจะมีโอรสเป็นชาย และโอรสนั้นประสูติมาเพื่อจะเผาผลาญแผ่นดินให้วอดวาย แต่มีวิธีแก้อยู่อย่างหนึ่งคือให้พระนางไปประสูติในป่าใกล้แม่น้ำ คือป่านั้นจะต้องอยู่ริมแม่น้ำด้วย

           สมเด็จพระราชบิดาทรงทราบข่าวนี้ด้วยความหนักพระทัย แต่ทรงให้ปฏิบัติตามที่โหราจารย์ทำนาย ประการหนึ่งอยู่ที่พระองค์ไม่สู้จะโปรดวิมลมานเป็นทุนอยู่แล้ว คราวนี้ข่าวก็แพร่สะพัดไปว่าวิมลมานเป็นกาลีบ้านกาลีเมืองจะมีโอรสมาเผาผลาญแผ่นดิน ทั้งนี้เทวดาประจำเศวตฉัตรคงจะลงโทษ เพราะวิมลมานไม่มีเลือดกษัตริย์เป็นหญิงธรรมดา เมื่อวิมลมานจำต้องออกจากพระนครไปอยู่ป่า ข้าพเจ้าก็ต้องไปด้วย ข้าพเจ้าออกมาสำรวจสถานที่ และพอใจที่ซึ่งท่านและข้าพเจ้ากำลังอยู่เวลานี้ มหาดเล็กของข้าพเจ้าผู้จงรักภักดีได้ช่วยกันปลูกสร้างกระท่อม และแผ้วถางทางพอสบาย วิมลมานรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเมื่อมาอยู่ในป่าเสียได้

           เมื่อวิมลมานประสูติพระโอรสแล้ว เรื่องจึงแจ่มแจ้งขึ้นว่า เรื่องที่โหรทำนายว่าลูกของข้าพเจ้าจะเกิดมาเพื่อเผาผลาญแผ่นดินเท่านั้น เป็นเรื่องการยุยงของผู้ซึ่งเกลียดชังวิมลมานอย่างที่สุด และให้สินบนโหราจารย์อย่างมาก สมเด็จพระราชบิดารับสั่งว่า เมื่อประสูติแล้วให้เสด็จกลับพระนคร แต่ทั้งข้าพเจ้าและวิมลมานตกลงใจจะไม่กลับเสียแล้ว เราพอใจด้วยความสุขอย่างสงบในป่านี้ ข้าพเจ้าเคยพบฤาษีผู้สำเร็จวิชาชั้นสูง สามารถดูอนาคตได้เหมือนมองเห็นภาพในกระจกใส และเล่าเรื่องสุบินนิมิตของวิมลมานให้ท่านทราบ ท่านพูดว่าความจริงจะกลับตรงกันข้ามกับที่โหรทำนาย คือลูกชายของข้าพเจ้าจะเป็นใหญ่เป็นโตในกาลภายหน้า จะนำความรุ่งเรืองมาสู่แคว้นปัญจาละและแคว้นใกล้เคียง โดยวิธีซึ่งไม่เคยมีกษัตริย์องค์ใดเคยทำมาก่อนเลย

           "ข้าแต่ท่านผู้บำเพ็ญตบะ" พระราชกุมารตรัส "ข้าพเจ้าเบื่อพระนครหลวง เบื่อความวุ่นวายสับปลับของสังคม ความแก่งแย่งแข่งดี และใส่ร้ายป้ายสีในสังคม ซึ่งมุ่งมั่นแต่จะแสวงหาประโยชน์ของตนโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของใครอื่นเลย ข้าพเจ้าถือเป็นโชคของชีวิตอย่างใหญ่หลวงที่ได้อาศัยอยู่ ณ ที่นี้ ข้าพเจ้ามีความสุขเพราะไม่ต้องเป็นทาสของใคร เป็นอิสระอย่างแท้จริง ความจริงมีอีกหลายแง่หลายมุมที่ข้าพเจ้าปรารถนาจะเล่าสู่ท่านฟัง แต่เวลาก็ล่วงเลยมาแล้ว ข้าพเจ้าใคร่จะฟังโอวาทจากท่านผู้ทรงศีลพอเป็นมงคลแก่โสตร และเป็นอาภรณ์ประดับใจ" พระราชกุมารตรัสดังนี้แล้วประทับเฉยอยู่

           ปลายมัชฌิมยามแล้ว แสงจันทร์สลัวส่องเข้ามาทางหน้าต่าง มองออกไปภายนอกเห็นเงาไม้ซึ่งอยู่ไกลตะคุ่มๆ เสียงไก่ป่าขันเจื้อยแจ้ววิเวกวังเวง เสียงน้ำค้างตกถูกใบไม้ เมื่อพระพายพัดผ่านเป็นครั้งคราวดังเปาะๆ พระพุทธอนุชาผู้ประเสริฐ กระชับอุตตราสงค์ให้แนบกายแล้วกล่าวว่า

           "ราชกุมาร! พระศาสดาของข้าพเจ้าตรัสไว้ว่า "ไม่มีความสุขใดเสมอด้วยความสงบ" ความสุขชนิดนี้สามารถหาได้ในตัวเรานี่เอง ตราบใดที่มนุษย์ยังวิ่งวุ่นแสวงหาความสุขจากที่อื่น เขาจะไม่พบความสุขที่แท้จริงเลย มนุษย์ได้สรรค์สร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นเพื่อล่อให้ตัวเองวิ่งตาม แต่ก็ตามไม่เคยทัน การแสวงหาความสุขโดยปล่อยใจให้ไหลเลื่อนไปตามอารมณ์ที่ปรารถนานั้น เป็นการลงทุนที่มีผลไม่คุ้มเหนื่อย เหมือนบุคคลลงทุนวิดน้ำในบึงใหญ่เพื่อต้องการปลาเล็กๆ เพียงตัวเดียว มนุษย์ส่วนใหญ่มัววุ่นวายอยู่กับเรื่องกาม เรื่องกิน และเรื่องเกียรติจนลืมนึกถึงสิ่งหนึ่ง ซึ่งสามารถให้ความสุขแก่ตนได้ทุกเวลา สิ่งนั้นคือ ดวงจิตที่ผ่องแผ้ว เรื่องกามเป็นเรื่องที่ต้องดิ้นรน เรื่องกินเป็นที่ต้องแสวงหา และเรื่องเกียรติเป็นเรื่องที่ต้องแบกไว้ เมื่อมีเกียรติมากขึ้นภาระเป็นจะต้องแบกเกียรติ เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งของมนุษย์ผู้หลงว่าตนเจริญแล้ว ในหมู่ชนที่เพ่งมองเห็นแต่ความเจริญทางด้านวัตถุนั้น จิตใจของเขาเร่าร้อนอยู่ตลอดเวลาไม่เคยประสบความสงบเย็นเลย เขายินดีที่จะมอบตัวให้จมอยู่ในคาวของโลกอย่างหลับหูหลับตา เขาพากันบ่นว่าหนักและเหน็ดเหนื่อย พร้อมๆ กันนั้นเขาได้แบกก้อนหินวิ่งไปบนถนนแห่งชีวิตอย่างไม่รู้จักวาง ราชกุมารเอย! คนในโลกส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความกลับกลอกและหลอกลวง หาความจริงไม่ค่อยได้ แม้แต่ในการนับถือศาสนา

           ด้วยอาการดังกล่าวนี้ โลกจึงเป็นเสมือนระงมอยู่ด้วยพิษไข้อันเรื้อรังตลอดเวลา ภายในอาคารที่มหึมาประดุจปราสาทแห่งกษัตริย์ มีลมพัดเย็นสบาย แต่สถานที่เหล่านั้นมักบรรจุเต็มไปด้วยคนซึ่งมีจิตใจเร่าร้อนเป็นไฟอยู่เป็นอันมาก ภาวะอย่างนั้นจะมีความสุขสู้ผู้มีใจสงบอยู่โคนไม้ได้อย่างไร ราชกุมาร! การแสวงหาทางออกอย่างท่านนี้เป็นเรื่องประเสริฐแท้ การแย่งกันเป็นใหญ่เป็นโตนั้น ในที่สุดทุกคนก็รู้เองว่าเหมือนแย่งกันเข้าไปกอดกองไฟ มีแต่ความรุ่มร้อนกระวนกระวาย เสนาบดีดื่มน้ำด้วยภาชนะทองคำ กับคนจนๆ ดื่มน้ำด้วยภาชนะที่ทำด้วยกะลามะพร้าว เมื่อมีความพอใจย่อมมีความสุขเท่ากัน นี่เป็นข้อยืนยันว่าความสุขนั้นอยู่ที่ความรู้สึกทางใจเป็นสำคัญ อย่างท่านอยู่ที่นี่มีแต่ความพอใจ แม้กระท่อมจะมุงด้วยใบไม้ท่านก็มีความสุขกว่าอยู่ในพระราชฐานอันโอ่อ่า แน่นอนทีเดียวคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้นมิใช่คนใหญ่คนโต แต่เป็นคนที่รู้สึกว่าชีวิตของตนมีความสุข สงบเยือกเย็นปราศจากความเร่าร้อนกระวนกระวาย ราชกุมาร! ท่านลองเลือกดูเถิดจะเอาอย่างไหน คือคนพวกหนึ่งต่ำต้อยกว่าแต่มีความสุขกว่ามาก อีกพวกหนึ่งยิ่งใหญ่กว่าแต่มีความสุขน้อยกว่า

           "ท่านผู้เจริญ! ข้าพเจ้าต้องเลือกเอาประการแรกคือต่ำต้อยกว่า แต่มีความสุขมากกว่า"

           "ราชกุมาร! ลาภและยศนั้นเป็นเหยื่อของโลกที่น้อยคนนักจะสละและวางได้ หรือได้แล้วจะไม่เมา จึงมีเรื่องแย่งลาภแย่งยศกันอยู่เสมอ เหมือนปลาที่แย่งเหยื่อกันกิน แต่หารู้ไม่ว่าเหยื่อนั้นมีเบ็ดเกี่ยวอยู่ด้วย หรือเหมือนไก่ที่แย่งไส้เดือนกันแล้วจิกตีกัน ทำลายกันจนพินาศกันไปทั้งสองฝ่าย น่าสังเวชสลดจิตยิ่งนัก ถ้ามนุษย์ในโลกนี้ลดความโลภลง มีการเผื่อแผ่เจือจานโอบอ้อมอารี ถ้าเขาลดโทสะลงมีความเห็นอกเห็นใจกัน มีเมตตากรุณาต่อกัน และลดโมหะลง ไม่หลงงมงาย ใช้เหตุผลในการตัดสินปัญหาและดำเนินชีวิต โลกนี้จะน่าอยู่อีกมาก แต่ช่างเขาเถิด หน้าที่โดยตรงและเร่งด่วนของเราคือลดความโลภ ความโกรธ และความหลงของเราเองให้น้อยลง แล้วจะประสบความสุขความเยือกเย็นมากขึ้นเหมือนคนลดไข้ได้มากเท่าใด ความสบายกายก็มีขึ้นมากเท่านั้น"

           ขณะนั้นสตรีผู้หนึ่งเดินมาหน้ากระท่อม เธอจูงมือเด็กน้อยคนหนึ่งมาด้วย เข้ามาใกล้และนมัสการพระพุทธอนุชา พระราชกุมารจตุรงคพลจึงแนะนำขึ้นว่า

           "ท่านผู้บำเพ็ญตบะ นี่คือวิมลมานภรรยาของข้าพเจ้า และนี่คือบุตรน้อยของข้าพเจ้า" ทั้งสองนมัสการพระอานนท์อีกครั้งหนึ่ง เจ้าชายจึงตรัสถามต่อไปว่า "ท่านผู้เจริญ! นามและประวัติความเป็นมาแห่งข้าพเจ้าท่านก็ได้ทราบตลอดแล้ว ทำไฉนข้าพเจ้าจะได้ทราบนามของท่านบ้าง สำหรับเรื่องราวของท่าน ถ้าท่านยังไม่รีบจาริกไปที่อื่น ข้าพเจ้าคง