เลือกเกิดใหม่ ตอนที่ 28

posted on 22 Dec 2007 01:36 by bannpeeploy  in articles, buddhism

 

 

 

 กรรมพยากรณ์ ชุด เลือกเกิดใหม่  มีทั้งหมด 45  ตอนค่ะ

             สนใจเลือกรับฟัง หรืออ่านตอนอื่นๆ ในชุดนี้     คลิ๊กที่นี้ค่ะ 

 บทที่ 28  โลกกลม  

ขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดอยู่นั่นเอง ก็มีใครคนหนึ่งกดกริ่งหน้าบ้าน จึงเหมือนระฆังดังให้พักยกการสอบสวนเอาความผิด ณชะเลทิ้งค้อนให้แฟนหนุ่มวงหนึ่งก่อนจำใจลุกขึ้นดูว่าเป็นใคร พอเห็นอเวรายืนอยู่ที่รั้วก็รีบเดินออกไปจากห้องทันที

หางตาเห็นละอองฝนเดินมาจากทางซ้าย แต่ยังอยู่ห่างประตูมากกว่าหล่อนเลยโบกมือให้และส่งเสียงบอกพอได้ยิน

เดี๋ยวทรายไขให้น้าเค้กเอง ฝนไปเถอะ

ละอองฝนโบกมือตอบแล้วเดินย้อนกลับทางเดิม ณชะเลเหลือบมองตามด้วยสายตาเป็นห่วงราวกับเห็นพี่สาวเดินกลับหนองน้ำที่มีจระเข้อ้าปากรออยู่ แต่ก็จำต้องหันมาสนใจญาติที่หน้าบ้านก่อน

สวัสดีค่ะน้าเค้ก

ยกมือไหว้ฝ่ายนั้น อเวรารับไหว้และยิ้มให้ ณชะเลไม่ต้องสังเกตมากก็เห็นแววหมองในดวงตาน้าสาวถนัด เดาได้ว่าคงมีทุกข์มาขอคำปรึกษาจากแม่หล่อนตามเคย

คุณแม่ยังไม่กลับนะคะบอกพลางไขกุญแจประตูให้ เอารถเข้ามาไหม?”

จอดไว้ข้างนอกนั่นแหละ ไม่เป็นไร”“

นัดแม่ไว้ช่วงนี้เหรอคะ? เดี๋ยวทรายโทร.บอกให้ว่าน้าเค้กมาแล้วไม่ต้องปฏิเสธและก้าวเข้ามาข้างใน ไม่ได้นัดพี่หน่องไว้หรอก กำลังเซ็งๆ ความจริงคุยกับทรายก็ได้ น้าเหงา ไม่อยากอยู่คนเดียว แล้วก็ไม่อยากคุยกับซี้ที่มันกำลังย่ำแย่ยิ่งกว่าน้าอีก

งั้นมาค่ะ

ณชะเลจูงมืออีกฝ่ายเข้าบ้านด้วยท่วงทีของผู้พร้อมจะให้ความอาทร อันเป็นกิริยาที่ติดมาจากแม่

เมื่อละอองฝนเดินไปเปิดประตูให้กับผู้มากดกริ่ง ทีแรกพฤหัสก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าใด แต่พอได้ยินเสียงของณชะเลร้องบอกความว่าหล่อนจะเป็นคนไปไขประตูให้
น้าเค้กเอง เด็กหนุ่มก็สะดุ้งเฮือก เพราะชื่อนั้นออกจะฟังไม่เป็นมงคลนักเมื่อเอ่ยขึ้นแถวๆ นี้

แวบแรกแค่นึกว่าน่าจะบังเอิญชื่อพ้องกัน แต่ก็ลุกขึ้นยงโย่ยงหยกแอบชะเง้อมองไปทางหน้าบ้านเพื่อความแน่ใจ ซึ่งเมื่อลอดกิ่งไม้ใบบังกับเหลี่ยมเรือนก็เห็นความเป็นไปได้ถนัด และเพราะความที่ไม่ใช่คนสายตาสั้น ร่างหญิงสาวผู้มาเยือนจึงปรากฏชัดขนาดต้องแยกเขี้ยวราวกับใครเอากับดักหนูมาหนีบก้น

ทำไมโลกถึงได้กลมยิ่งกว่าลูกโบว์ลิงอย่างนี้? รีบกลับลงนั่งในซุ้มชิงช้าแทบไม่ทัน หัวใจเต้นตึกๆ แรงกระแทกของเรื่องบังเอิญระดับ อุบัติเหตุทำให้มึนงงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วครู่ แต่พอละอองฝนกลับมาถึงเขาก็ตีหน้าตายยิ้มให้หล่อนอย่างสนิทสนม

ใครเหรอฝน?”

อ๋อน้าสาวน่ะ”“

มีธุระกับฝนหรือเปล่า?”

เปล่าหรอก น้าเค้กชอบมาคุยกับแม่ นี่แม่ยังไม่กลับ น้าเค้กก็คงต้องนั่งรอ”“

ฝนต้องไปต้อนรับขับสู้หรือเปล่า ผมกลับก่อนก็ได้นะ

อ๊าย! ไม่ต้อง คนกันเอง ให้ทรายเขาจัดการ รายนั้นคุยกระหนุงกระหนิงกับน้าเค้กถูกคออยู่แล้ว

พฤหัสเหงื่อตกใน น้ำลายเหนียวจนกลืนแทบไม่ลง อเวราสนิทกับณชะเลเสียด้วย!

ครอบครัวฝนนี่ท่าทางอบอุ่นดีจังนะเด็กหนุ่มรักษากิริยาแจ่มใสไว้อย่างดิบดี ยิ้มแฉ่งกันถ้วนหน้า แถมมีคนเดินเข้าออกตลอด เหมือนพากันมาหาความสุขจากที่นี่ทั้งนั้น

ละอองฝนยิ้มปลื้ม

ใครจะมีความสุขได้เท่าต่อยล่ะ รวยอารมณ์ขัน มองโลกสนุกสนานได้ทั้งวัน

เอ่อ…” เด็กหนุ่มทำทีล้วงกระเป๋าหยิบมือถือและพลิกข้อมือดูเวลา กี่โมงแล้วเนี่ยชะอุ๊ย!”

แกล้งทำตาถลนร้องราวกับใครเอามีดมาจิ้มเอว

ต่อยมีนัดเหรอ?”

อือ…”

เขาทำทีร้อนรนกดเบอร์เข้าบ้านตัวเอง และเป็นการกดจริง มีคนรับจริง ไม่จริงอย่างเดียวคือเนื้อความที่พูด

ฮัลโหล พ่อเหรอ? ไอ้เจ้ยไปถึงบ้านหรือยัง?… ใช่น่ะซี! นัดมันไว้แล้วลืมสนิท คุยติดลมนั่นแหละๆ ไอ้เจ้ยที่หน้าเหมือนปลาหมึกบดนั่นแหละงั้นถ้ามันไปถึงพ่อช่วยให้มันนั่งรอผมก่อนนะ แล้วอย่าเอาเป๊บซี่ให้มันกินล่ะ มันไม่มีความสำคัญขนาดต้องเลี้ยงน้ำอัดลม

ละอองฝนปิดปากหัวเราะกึกๆ พอเขาตัดสายก็ถามว่า

ถ้าฝนไปนั่งรอต่อยจะได้กินอะไรมั่งเนี่ย?”

พฤหัสเหลือบตาขึ้นข้างบนและเกาคอนึก

อือม์อาหารฮ่องเต้คงน้อยไป เอาอะไรดีหว่า?”

เด็กสาวยิ้มกว้าง

ขอแค่น้ำก๊อกไม่ผสมน้ำมันพรายแก้วเดียวก็พอแล้วน้ำมันพรายใครเขาเอาผสมน้ำ เขาป้ายตัวต่างหาก

รู้ดีนี่ฝนเคยโดนบ้างหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

เด็กหนุ่มหัวเราะและยักคิ้วทำตาวาว

ทำไมถึงสงสัย มีอาการผิดปกติเหรอ?”

ก็ไม่เชิง

ละอองฝนเบะปากนิดๆ อย่างไว้ที พฤหัสระบายยิ้มเจ้าเสน่ห์ก่อนทำหน้าเสียดาย

แย่จัง ผมคงต้องไปแล้ว นัดเพื่อนดูกีตาร์น่ะ เผื่อมันซื้อต่อผมจะได้ซื้อตัวใหม่เล่นกีตาร์ด้วยเหรอ?”

ก็พอไหวอยู่ แต่ตอนนี้กำลังคิดว่าถ้าได้กีตาร์ใหม่ ก็อยากเล่นให้ฝนฟังเป็นคนแรก

ละอองฝนพยักยิ้ม จินตนาการบอกตนเองว่าถ้าพฤหัสนั่งเล่นกีตาร์ ก็น่าจะเป็นอะไรที่เท่สุดๆ

ผมไปก่อนนะฝน

เด็กสาวรีบลุกขึ้นก้าวนำไปเปิดประตูรั้วให้ พฤหัสก้มหน้าก้มตาย่องตามด้วยใจเต้นไม่เป็นส่ำ อยากรู้คาถาปิดตา

คน จะได้ภาวนาอย่าให้มีสายตาในบ้านคู่ใดๆ เห็นเขาแม้แต่เงา

อาการรีบร้อนเดินไม่เหลียวหลังคงไม่เป็นที่ผิดสังเกตสำหรับละอองฝน เพราะเขาหลอกว่าจะรีบกลับไปหาเพื่อน พอพ้นเขตรั้วบ้านมาได้พฤหัสก็เป่าปากพรู สัมผัสรู้สึกที่ปลอดโปร่งบอกเขาว่าไม่มีใครในบ้านทราบความเคลื่อนไหวขณะเขาเดินออกมา และหากภายในสิบนาทีนี้ไม่มีสายเรียกเพื่อเอาเรื่องจากอเวรา สัมผัสที่หกของเขาก็คงทำงานถูกต้องแม่นยำ

เกือบบรรลัยแล้วไง
ใครจะไปนึกฝันว่าจอมใจของเขาเป็นคนสนิทของอเวรา ทีนี้ทำอย่างไรดี? พฤหัสเกาหัวคิดหนัก ที่เขาจีบละอองฝนจนเข้าบ้านได้ ก็ด้วยประสงค์เดียวคือปรากฏตัวให้ณชะเลเห็นบ่อยๆ ด้วยความเชื่ออำนาจเสน่ห์แห่งตนที่อาจสะกดสาวไหนๆ ให้หลงได้หมด ขอเพียงพบเจอเป็นประจำเท่านั้น การใช้ละอองฝนเป็นสะพานอาจดูล่อแหลมอยู่สักหน่อย แต่เขาก็วางแผนไว้แล้วว่าจะ ส่งต่อให้เพื่อนอีกคนที่ฝีไม้ลายมือใกล้เคียงกัน กะจัดฉากให้เหมือนละอองฝนเป็นฝ่ายทิ้งเขาไปหาคนใหม่ ส่วนเขาก็มีน้ำใจนักกีฬาพอจะคบกับหล่อนในฐานะเพื่อนต่อ ถึงตรงนั้นคงมีโอกาสคุยกับณชะเลได้หลายคำแล้ว ก่อร่างสร้างสายใยสัมพันธภาพให้หล่อนหวั่นไหวได้ระดับหนึ่งแล้ว

นี่คือเส้นทางหินที่สุดนับแต่จีบสาวมา แต่เขาก็ยินดีลงทุน และทำใจยอมกระทั่งรอเป็นปี เขาพิศวาสณชะเลขนาดนั้น!

ทว่าวันนี้ราวกับแผ่นดินไหวให้ทุกสิ่งพังครืน ฟ้าแกล้งหรืออย่างไรจึงส่งอเวรามาเป็นญาติของณชะเล?ศรัทธาที่มีต่อคำว่า บังเอิญมาช้านานเหือดแห้งหายหนไปจนสิ้น ต้องมีอะไรสักอย่างที่อยู่เบื้องหลังความประจวบเหมาะอันน่าเจ็บปวดนี้!

แต่ต่อให้คนช่ำชองเรื่องโยนโทษอย่างที่สุด ก็คงกลอกตาอึกอัก นึกไม่ออกว่าจะหาใครมาเป็นแพะรับบาปดีกับอุบัติเหตุที่ปรากฏ

พฤหัสคิด คิด และคิด กรณีของอเวราแตกต่างจากละอองฝน ขืนให้ณชะเลรู้เรื่องระหว่างเขากับอเวรา ทุกอย่างก็พังพินาศหมดรูปเท่านั้น

เขารักณชะเลรักจริงๆ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่าง หญิงอื่นหมื่นแสนแม้นเจรจาพาทีกี่พันคำ ก็ไม่ทำให้เขาหลงรักได้เท่าคุยกับหล่อนเพียงสองสามคำ เขาเองยังไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองคลั่งไคล้ใครสักคนได้ขนาดนี้ จะมีคำอธิบายใดดีไปกว่าได้เคยเป็นคู่สร้างคู่สมร่วมอภิรมย์กันมาแต่ปางก่อนเล่า?

และเพราะปักใจเชื่อเช่นนั้น พฤหัสก็ไม่คิดว่าจะยอมให้สิ่งใดมาเป็นอุปสรรคขัดขวางความรักของเขาได้อย่างเด็ดขาด!

อเวราร่วมรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวของรสริน ห้วงเวลานี้บ้านพี่สาวหล่อนดูอุ่นหนาฝาคั่งขึ้นกว่าเดิมเพราะนอกจากหล่อนแล้วยังมีจองฤกษ์มาร่วมวงอีก หล่อนเห็นเขาเป็นครั้งที่สอง แต่ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กันได้ราวกับเป็นเครือญาติกัน

รู้ว่าฤกษ์เก่งคอมพ์อย่างนี้วันหลังน้าคงต้องขอใช้บริการบ้างแล้ว

นั่นเป็นประโยคเดียวที่มีต่อเขาระหว่างร่วมโต๊ะ

ด้วยความยินดีครับน้าเค้ก

และนั่นก็เป็นประโยคเดียวที่จองฤกษ์ตอบอเวรา ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกร่วมกันประการหนึ่ง คือไม่เป็นส่วนเกินของบ้านหลังนี้ นั่นจึงก่อให้เกิดไมตรีจิตโดยง่ายแม้ทักกันแค่หนึ่งคำ

อเวราลอบชำเลืองมาทางณชะเลกับจองฤกษ์บ่อยๆ หลานสาวของหล่อนก้มหน้าก้มตาอยู่กับจานข้าวไม่ค่อยหันไปใส่ใจแฟนหนุ่มเท่าใดนัก วันนี้ท่าทางอาจมีเรื่องไม่ได้อย่างใจอะไรสักอย่าง แต่แม้มีอาการหมางเมินอยู่เล็กๆ เช่นนั้นอากาศรอบตัวคู่รักคู่ใหม่ก็ยังดูสดฉ่ำอย่างน่าอิจฉา เห็นแล้วทำให้อยากมีบ้าง คือได้เข้าคู่กับใครสักคนแล้วก่อบรรยากาศน่าอบอุ่น น่าเชื่อว่าทุกปัญหาสามารถคลี่คลายไปในทางดีได้เสมอ

หญิงสาวถามตัวเองว่าเคยมีช่วงเวลาชนิดนี้บ้างไหม มีใครสักคนที่ทำให้เชื่อว่าจะรักและปักใจกับหล่อนเพียงคนเดียวไปจนตาย คำตอบที่น่าตกใจคือไม่เคย
! ในวัยเดียวกับณชะเลหล่อนโหยหาเจ้าชายในฝันยิ่งกว่าอะไรอื่น ความสมบูรณ์แบบดุจเทวดาจำแลงต้องมาก่อนเสมอ หล่อนไม่แม้แต่จะคิดถึงความเข้ากันได้และสัมพันธภาพอันปรองดองที่ยืนยาว และนั่นก็กลายเป็นเครื่องเสพติดทางนิสัยอย่างหนึ่ง ที่เหมือนเข็ดแต่ก็แก้ไม่หาย

เมื่อรู้จักณชะเลพอควร หล่อนได้แง่คิดว่าการที่ผู้หญิงจะเลือกใครสักคนมาเป็นแฟนนั้น ขึ้นอยู่กับนิสัยใจคอของตัวผู้หญิงเองเป็นอันดับแรก ย้อนไปเมื่อหล่อน ๑๗ เท่าณชะเล หากเห็นผู้ชายหน้าตาแบบจองฤกษ์ก็คงเมินสนิทเพราะวันๆ หมกมุ่นอยู่กับเสียงวิจารณ์ของสหายไฮโซ ว่าใครหล่อกว่าใคร ใครรวยกว่าใคร และใครมีความดึงดูดทางเพศสูงกว่าใคร ที่จะให้ชายตามาแลหรือเสียเวลาคิดถึงหนุ่มระดับจองฤกษ์สักแวบนั้น ฝันไปเถอะ

และจนทุกวันนี้ก็ยังทำใจรับผู้ชายที่มีรูปร่างหน้าตาประมาณจองฤกษ์ไม่ลงอยู่ดี คงต้องรอให้หล่อนใกล้ขึ้นคานเสียก่อนกระมัง ใจถึงจะเล็งที่คุณสมบัติภายในก่อนยอมแพ้ให้แก่คุณสมบัติภายนอกดังที่กำลังเป็น

หลังอาหารมื้อเย็นผ่านไป รสรินก็พาน้องสาวมาเดินดูลมชมดาวนอกตัวบ้าน หล่อนเงียบรอแม่น้องสาวคนสวยเปิดปากระบายอะไรออกมาก่อน แต่จนแล้วจนรอดก็มีแต่ความเงียบ รสรินจึงต้องเป็นฝ่ายเปิดฉากด้วยการเดา

วันนี้เขาไม่ว่างเหรอ?”

อเวราก้มหน้างุด

หลายวันที่ผ่านมา แบบว่าเมินๆ กันอยู่น่ะค่ะ ไม่ค่อยบอก ไม่ค่อยรู้ความเป็นไปเท่าไหร่

รสรินรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอะไรเป็นอะไร หล่อนถามเพื่อให้น้องสาวเริ่มเปิดปากเท่านั้น แล้วเดี๋ยวทุกอย่างก็คงพรั่งพรูออกมาเป็นชุดเอง หล่อนแค่เงียบรอฟังอย่างเดียว

พี่หน่องพูดอะไรหน่อยสิคะ

รสรินเบิกตานิดหนึ่งอย่างผิดคาดเล็กน้อย

เธอจะให้พี่พูดอะไร?”

อะไรก็ได้ ด่าเค้กให้สำนึกก็ได้

สาวใหญ่ผินหน้าออกข้างทางครู่หนึ่ง ก่อนเบนกลับมามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตามปกติ

เอาเป็นว่าพี่ถามเค้กก็แล้วกันรู้ตัวหรือยังว่าใช้ชีวิตมาถึงไหนแล้ว?”

อเวรานิ่งคิด สมองค่อยๆ เริ่มทำงานเหมือนมอเตอร์ที่แข็งค้างค่อยๆ กลับหมุนใหม่อีกครั้ง

มาถึงจุดสรุปจุดหนึ่งมั้งคะ

สรุปว่า?”

น้องสาวนิ่งอั้นก่อนกลั้นใจตอบ

เค้กเพิ่งรู้สึกว่าเซ็กซ์เหมือนกับดัก มันดึงดูดใจให้หลงเข้ามาอยู่ในวังวนทุกข์ไม่รู้จบ แล้วตอนนี้เค้กก็เป็นเหยื่อหน้าโง่ตัวหนึ่ง

รสรินยิ้มเล็กน้อย

ถ้าเหยื่อโง่จริง ก็ไม่มีทางรู้ตัวหรอกว่าเป็นเหยื่อ และจะไม่คิดดิ้นรนหาทางหนีด้วย

อเวราก้มหน้านิ่ง กะพริบตาปริบๆ

ใจเค้กเหมือนยังไม่อยากหนี…”

จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ถ้าไม่คิดหนี วันนี้เธอไม่มาที่นี่ด้วยท่าทีแบบนี้หรอกเว้นวรรคไปอึดใจก่อนสำทับด้วยหางเสียงคมกริบ เลิกคบเถอะ จะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์ต่อ

คำพูดของสาวใหญ่เรียบง่ายคล้ายสั่งให้อีกฝ่ายเอากรรไกรตัดกระดาษ แต่ฝ่ายรับคำสั่งฟังแล้วถึงกับก้าวเท้าช้าลงจนใกล้หยุดเดิน

เค้กจะพยายามค่ะพี่หน่อง

แค่พูดก็รู้ตัวแล้วว่าฝืดฝืนปานไหน หล่อนมีความทุกข์ อยากพ้นทุกข์ แต่ก็ยังหวงเหตุแห่งทุกข์ ก็เหมือนเต็มใจจะรักษาความทุกข์เอาไว้ ทั้งนี้ก็ด้วยรสชาติชวนเสพติดของเนื้อทุกข์นั้นโดยแท้

รสรินพยายามรักษาความสงบเย็น เปิดใจกว้างด้วยความหยั่งรู้ว่ากระแสความสุขจากเมตตาจิตของหล่อนจะกล่อมคลื่นความทุกข์ในใจน้องสาวให้เบาบางลงได้ไม่มากก็น้อย

เธอจะเลือกแฟนแบบไหนให้ตัวเองก็ตาม รู้ไว้เถอะว่าเธอไม่ได้เลือกแค่คน แต่เธอกำลังเลือกใจตัวเองด้วย เขาเป็นแบบไหน ใจเธอก็จะค่อยๆ เป็นแบบนั้น ถ้าเขาเอาแต่สนุก ใจเธอก็อยากเอาแต่สนุกด้วย ถ้าเขาฉาบฉวย ใจเธอก็ฉาบฉวยตาม ถ้าเขาเป็นเด็ก ใจเธอก็จะถอยกลับลงไปเป็นเด็กได้อีก สำหรับเจ้าหมอนี่มันเข้ากับตัวตนที่แท้จริงของเธอเสียที่ไหน? เค้กต้องเพ่งเล็งให้เห็นโทษของการคบหาเด็กมากๆ หมั่นถามตัวเองจนกว่าใจมันจะได้ยินจะให้ถามมันว่าอะไรคะ? ขอแบบกระทุ้งใจได้แรงหน่อยก็ดี

ก็เช่นรู้ตัวหรือยังว่ายุ่งกับเด็ก?”

อเวราหัวเราะหึหึ

ถ้าอันนั้น เค้กถามตัวเองมาหมื่นครั้งแล้วมั้งคะ ใจไม่เห็นจะมีท่าว่าได้ยินสักที หรือถึงได้ยิน มันก็เฉยเสียจนน่าจะด้านไปแล้ว

น้ำเสียงนั้นหงอยเสียจนรสรินนึกสงสารขึ้นมาอีก

ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกน่า

มันมีอีกหลายคำถามวนเวียนอยู่ในหัวนะคะพี่หน่อง เช่น ตกลงนี่เราจะต้องเวียนว่ายอยู่กับการเจอผู้ชายทิ้งขว้างไปตลอดชีวิตหรือเปล่า เค้กไม่เข้าใจ ทำไมเวรกรรมส่งแต่ผู้ชายห่วยๆ มาให้เลือกตลอด

ปลายประโยคเค้นเสียงด้วยความแค้นชะตากรรมของตน ซึ่งรสรินก็รู้สึกเห็นใจ แต่ไม่ทราบจะหาใครเหมาะทั้งตัว เหมาะทั้งใจมาประเคนให้

ถ้าวิธีคิด วิธีฝันถึงผู้ชายของเธอเปลี่ยนแปลง ตัวเลือกที่เข้ามาก็อาจเปลี่ยนไปถ้ายังคิดเป็นแฟนกับผู้ชายเจ้าชู้น่ะ ลืมได้เรื่องหวังเป็นหนึ่งเดียวของเขา อย่างมากเธออาจเป็นหมายเลขหนึ่งครู่หนึ่ง แล้วที่สุดก็เลื่อนอันดับไปเป็นหมายเลขสอง หรือกระทั่งสามอยู่ดี

อเวราก้มมองพื้น ยอมรับเสียงอ่อย

นี่เป็นจุดอ่อนที่ทำให้เค้กเกลียดตัวเอง เค้กพยายามเปลี่ยนวิธีคิด แต่ไม่สามารถเปลี่ยนวิธีที่รู้สึกได้เลย และความรู้สึกตัวเดียวก็ไม่พาให้เค้กไปไกลถึงไหนเสียที

รสรินเงยหน้ามองดวงจันทร์เฉย ไม่โต้ตอบอะไร

พูดไปพูดมาเหมือนพายเรือในอ่างอเวราหัวเราะและยิ้มแหย สงสัยเค้กมารบกวนให้พี่หน่องเหนื่อยเปล่าอีกแล้ว ในที่สุดเค้กก็จะต้องหลงวนอยู่กับอ่างใบเดิม

รสรินกำลังมืออ่อนเท้าอ่อน คิดๆ เช่นนั้นอยู่เหมือนกัน เลยรับง่ายๆ

นั่นสิ

สองพี่น้องมองหน้ากันในเงามืด ครู่หนึ่งก็หัวเราะเอื่อยๆ ขึ้นมาพร้อมกัน

ในห้องทำงานชั้นล่างซึ่งกลายเป็นสถานที่เรียนพิเศษมาระยะหนึ่ง บัดนี้ณชะเลกำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่กับแฟนหนุ่มตามลำพัง ต่างฝ่ายต่างเงียบ กระทั่งเด็กสาวหมดความอดทน

เอาไงดีเนี่ย วันนี้ไม่มีอารมณ์เรียนแล้ว ฤกษ์กลับไปก่อนเถอะ

แม้จองฤกษ์มาตั้งแต่ก่อนเย็น ณชะเลก็ต้องต้อนรับขับสู้อเวราโดยพาไปคุยกันเป็นส่วนตัวในห้องนอนของหล่อน ทิ้งแฟนหนุ่มให้นั่งคนเดียว นัยหนึ่งเป็นการทำโทษที่เขาพานักเลงผู้หญิงมารู้จักกับพี่สาวหล่อนจนได้เรื่อง ขนาดเอาตัวเข้าบ้านกันแล้ว

เด็กหนุ่มยิงคำถามตรงๆ

ยังขุ่นเราอยู่เหรอ?”

แล้วเขาก็ได้คำตอบตรงไปตรงมาจากแฟนสาวเช่นกัน

ใช่!”

จองฤกษ์ทำตาโต ยื่นมือออกมาโบกช้าๆ พยายามเลียนท่านักสะกดจิตผู้น่าเกรงขาม

โอมจงหายโกรธ โอม…”

ภาพที่กระทบตาทำให้ณชะเลเส้นตื้นได้กะทันหัน แต่ทิฐิจากความขุ่นเคืองรั้งเสียงหัวเราะไว้ครู่หนึ่ง ก่อนกลั้นไม่อยู่ ต้องคลายสีหน้าปล่อยเสียงหัวเราะยาวออกไป และพอหัวเราะเสร็จก็แก้เก้อด้วยการยกมือทุบไหล่เขาอั้กใหญ่

ลูกเล่นชักแพรวพราวนะ

จองฤกษ์อมยิ้ม เขาเรียนรู้เร็ว และทราบว่าผู้หญิงจะหายโกรธก็เพราะได้หัวเราะขำนี่เอง

เราจะพยายามพูดให้เจ้าต่อยเลิกคบกับฝนเอง

เด็กสาวหน้างอขึ้นมาอีก แต่ไม่ขนาดหันหนีกัน เริ่มยอมสบตากับเขาแบบเป็นงานเป็นการ

ฝนจะได้แค้นทรายข้ามชาติเลยน่ะซี

แล้วจะให้เราทำไง บอกมาเลย เปลี่ยนแผนจากสร้างเครื่องพยากรณ์กรรมมาเป็นเครื่องย้อนเวลาดีไหม? จะได้กลับไปแก้ไขเหตุการณ์เสียใหม่

ณชะเลหัวเราะในลำคอ ความจริงอารมณ์เย็นลงมากแล้ว และเริ่มเห็นว่าหล่อนอาจตีตนไปก่อนไข้เกินงามอยู่สักหน่อย แม้อธิบายตัวเองยังยากเลยว่าทำไมถึงเป็นเดือดเป็นร้อนเกินการณ์ขนาดนี้ นี่หล่อนเล่นงานแฟนหนุ่มเสียราวกับรู้ดีวันหนึ่งละอองฝนต้องเจ็บเจียนขาดใจฉะนั้น อาทิตย์หน้าพี่สาวหล่อนอาจตาสว่าง เลิกข้องแวะกับพฤหัสไปเองก็ได้

ถ้าเครื่องพยากรณ์กรรมของเธอสำเร็จ และสามารถบอกได้ว่าใครคิดมาดีหรือมาร้ายอย่างไรก็เหมาะเลยนะ

เด็กสาวรำพึงด้วยหางเสียงทอดอ่อนกว่าเดิม และพอพูดถึงเครื่องพยากรณ์กรรม จองฤกษ์ก็ทำท่ากระตือรือร้น

สองวันนี้เราเพิ่งได้ไอเดียคืบหน้าล่ะ

หน่วยตาของณชะเลพลอยเบิกกว้าง

ยังไงเหรอ?”วันก่อนเรามองวิบากกรรมในแง่ของเหตุการณ์ดีร้ายที่เข้ามากระทบตัว อย่างเช่นเศษแก้วที่วางรอให้เราเหยียบในห้องน้ำ ทีนี้กลับไปนั่งคิดทบทวนอยู่นาน ก็เกิดความรู้สึกขึ้นมาอย่างหนึ่ง คือวิบากกรรมในรูปของเหตุการณ์ดีร้ายนั้นเป็นสิ่งที่ตรวจจับได้ยาก เราควรเริ่มจากเบสิก คือวิบากกรรมในรูปที่ตรวจจับได้ง่ายกว่านั้น เอาแบบที่เป็นรูปธรรมหน่อย แล้วค่อยขยายผลไปหาสิ่งที่เป็นนามธรรมภายหลังน่าจะดี

เธอหมายรูปร่างหน้าตา?”

จองฤกษ์ผงกศีรษะ

ใช่! หลังจากอ่านทบทวนรายละเอียดในหนังสือ เลือกเกิดใหม่ที่ทรายให้เรามา เราได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งคือวิบากกรรมจากอดีตชาติที่ปรากฏชัดเจนที่สุด ก็คือร่างกายของพวกเรานี้เอง ทั้งในแง่ศักยภาพแบบมนุษย์ซึ่งวิเศษกว่าสัตว์โลกชนิดอื่น ทั้งในแง่ของความเป็นหญิงเป็นชายซึ่งมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างกัน และทั้งในแง่ความงดงามระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ หากเรามีวิธีวัดคุณภาพสิ่งเหล่านี้ได้ ก็น่าจะตีค่าถูกว่า ทุนเก่าอันเกิดจากทานและศีลที่แต่ละคนพกติดตัวมาจากชาติก่อนๆ นั้น หนักเบาสักประมาณไหน

นัยน์ตาณชะเลทอแววเจิดจรัสขณะคิดตามและพยายามเดา

หมายถึงถ้าสำเร็จ พอใครขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนักกรรม จะมีตัวเลขบอกว่าบุญหนักเท่าไหร่ บรรทุกบาปมากี่ตันอะไรประมาณนั้นเหรอ?”

เรื่องรูปแบบเครื่องพยากรณ์กรรมยังคลุมเครืออยู่ ยังคิดไม่ออก ขั้นนี้แค่หาความเป็นไปได้ว่าจะตีค่าวิบากกรรมอย่างเป็นรูปธรรมก่อนเท่านั้นจองฤกษ์ตอบแล้วยิ้มเฉื่อยอย่างเห็นอนาคตว่าตนต้องเจอศึกหนักอีกนาน เราลองเอารูปร่างหน้าตาคนเป็นพันๆ รวมทั้งภาพสัตว์มากมายมาวางเทียบกัน เพ่งพิศดูทีละคน ทีละตัว ด้วยการตั้งความเชื่อไว้ว่าสิ่งที่เห็นคือวิบากกรรมของแต่ละชีวิต ก็ได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งคือ จิตเรารู้จักกรรมวิบากเบื้องต้นของมนุษย์ได้ผ่านกิเลสธรรมดาๆ นี่เอง

ฟังทีแรกณชะเลเกือบนึกค้าน เพราะเท่าที่ทราบมา กรรมวิบากเป็นสิ่งถูกรู้ได้ต่อเมื่อจิตผ่องแผ้วบริสุทธิ์จากกิเลสหยาบๆ เท่านั้น แต่ก็เงียบฟังแฟนหนุ่มด้วยความเชื่อว่าเขาคงมีแนวคิดบางอย่างที่ควรรับไว้ก่อน

ก่อนอื่นใด…” จองฤกษ์ขยายความต่อ เทียบแล้วกายมนุษย์ดูสูงส่งกว่ากายของสัตว์เผ่าพันธุ์อื่นทั้งหมดเพราะมีกายตั้งตรง หยัดยืนด้วยสองขา และส่วนหัวตั้งเด่นบนจุดสูงสุด ลักษณะกายที่สามารถยืดเป็นเส้นตรงตั้งฉากกับพื้นโลกทำให้เกิดความสง่าผ่าเผย และก่อให้เกิดความทะนงว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูงส่ง ไม่ให้ความรู้สึกต่ำต้อยแบบสัตว์ที่ต้องคลานสี่ตีน ทดลองง่ายๆ ถ้าเราก้มลงคลานสี่เท้า ใจจะรู้สึกว่าความสูงส่งสง่างามหายไปในทันที และจิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายคงรู้สึกตรงกัน

เด็กสาวคิดตามแล้วยิ้ม

หมายความว่าอัตภาพที่ทำให้ทะนง หลงหยิ่งในอัตภาพ เป็นเครื่องชี้ได้ว่ามนุษย์กำลังเสวยวิบากด้านดีเหนือสัตว์อื่นที่มีอัตภาพต่ำต้อย อย่างนั้นใช่ไหม?”

ใช่!… นอกจากนั้นภาวะของเพศยังเป็นเครื่องเปรียบเทียบให้เห็นได้ว่าระหว่างชายกับหญิง ใครต้องลำบากกว่ากัน เป็นชายดูสบายไปหมด แต่เป็นหญิงนั้นอย่างที่ทรายคงรู้ดี โตขึ้นหน่อยก็ต้องมีประจำเดือน พอถึงเวลามีครอบครัวก็ต้องเป็นฝ่ายตั้งท้อง หนักอึ้งทั้งตัวไปเกือบปี เรียกว่าแบกภาระหนักในการสืบสายเผ่าพันธุ์มนุษย์ยิ่งกว่าฝ่ายชายมาก นอกจากนั้นยังต้องระวังเนื้อระวังตัวจากภัยทางเพศ เรียกว่ามีกายเป็นสมบัติที่อาจนำภัยมาหาได้ง่ายๆ

ณชะเลพยักหน้า

ทรายก็เคยนึกๆ ว่าลักษณะประจำเพศเหมือนเครื่องฟ้องว่าใครมีวิบากต้องเสวยมากกว่ากัน เป็นหญิงดูเสียเปรียบไปหมด แล้วก็เป็นที่มาของการอยากสบายแบบชายบ้าง

ข้อสังเกตสุดท้ายของเราคือความงาม ทั้งเครื่องหน้า ทั้งสัดส่วนรูปร่าง แต่ละคนจะทำให้เพศตรงข้ามเกิดความชอบใจแตกต่างกัน เรียกว่าระดับราคะในใจคนเห็นนี่เอามาเป็นเครื่องวัดได้ว่าใครบุญมากบุญน้อยแค่ไหน ถ้าทำให้ใครๆ ชอบใจได้ทันทีที่พบเจอเหมือนอย่างทราย ก็ตีค่าว่าบุญมาก แต่ถ้าทำให้ใครๆ มองผ่านเพราะพื้นๆ โหลๆเหมือนอย่างเรา ก็ตีค่าว่าบุญน้อย

เด็กสาวอมยิ้ม

มีการแขวะตัวเองด้วย

ถ้าเราจับเอาวิบากกรรมขั้นพื้นฐานเหล่านี้เป็นตัวตั้ง หาทางแปลสิ่งที่เห็นง่ายๆ ออกมาเป็นค่าตัวเลขได้ ก็ถือว่ามีเบสิกสำหรับต่อยอดต่อไป เพราะเราเชื่อว่าข้อมูลเกี่ยวกับกรรมในอดีต และแนวโน้มของเหตุการณ์ดีร้ายในอนาคตเหมารวมอยู่ครบถ้วนแล้วกับตัวเราในวินาทีนี้เอง ถ้าเราได้ข้อมูลจากปัจจุบันละเอียดที่สุด ก็อาจใช้เป็นกุญแจเปิดเผยทุกเรื่องที่อยากรู้ในอดีตและอนาคตไปด้วย

จองฤกษ์เอ่ยจากมุมมองและความเชื่อของคนคร่ำหวอดอยู่ในวงการเจาะข้อมูลมาช้านาน คือขอให้ได้ก้อนข้อมูลมาสักชุดหนึ่งเถอะ ศึกษาดีๆ ย่อมใช้เป็นป้ายบอกทางสืบหาอดีต รวมทั้งอาจเป็นลูกแก้ววิเศษบอกอนาคตได้ในตัวเองพร้อมเสร็จ

ฟังฤกษ์พูดแล้วก็ทำให้ทรายฉุกคิดเหมือนกันนะณชะเลสานตากับแฟนหนุ่มด้วยประกายเจตนาที่จะทำให้รู้ว่าหล่อนปลื้มเขา คือตลอดเวลาทั้งชีวิตของพวกเรา เราเห็นการแสดงตัวของวิบากกรรมอยู่ต่อหน้าต่อตาแท้ๆ แต่ก็ยากจะเชื่อได้ว่าที่เห็นนั้นเป็นวิบากกรรม ยังดีที่เราอาจเอาชนะข้อจำกัดที่คับแคบของหูตาด้วยสติปัญญาแบบมนุษย์นี่เอง

(จบแล้วค่ะ.. โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Recommend