กรรมพยากรณ์ ชุด เลือกเกิดใหม่  มีทั้งหมด 45  ตอนค่ะ

             สนใจเลือกรับฟัง หรืออ่านตอนอื่นๆ ในชุดนี้     คลิ๊กที่นี้ค่ะ 

 บทที่  41  คนอยู่ข้างหลัง   

คนตายคือพวกที่ออกจากเกมแห่งความไม่รู้ก่อนพวกที่เหลือบนโลก และไปพร้อมกับความไม่รู้ว่าตนได้ทิ้งความยุ่งยากลำบากใจให้กับคนอยู่ข้างหลังมากมายเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อยังมีความสัมพันธ์โยงใยซับซ้อนตกค้างอยู่ในหมู่สังคมมนุษย์

ทีแรกนักข่าวอาชญากรรมซึ่งเปิดวิทยุสื่อสารของตำรวจฟังเหตุการณ์อยู่ตลอด ต่างก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเหตุยิงกันตายสักเท่าไหร่ ต่อเมื่อทราบเนื้อหาเรื่องราว โดยเฉพาะวีรกรรมของสิบตำรวจโทหนุ่มซึ่งมาช่วยหญิงสาวให้รอดพ้นจากการถูกอุ้มไปขายได้ทันท่วงที โดยมิได้ตระเตรียมไว้ล่วงหน้า นักข่าวจึงแห่กันมาทำข่าวกันเป็นที่โกลาหล เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ใครเคยได้ยินมาก่อน และคาดหมายได้ว่าต้องอยู่ในความสนใจของคนทั้งหลายที่ชอบปาฏิหาริย์ ชอบความ บังเอิญที่ดูเหลือเชื่อว่าอาจเกิดขึ้นได้จริง

เมื่อเกิดเหตุดีร้ายหนึ่งๆขึ้น การที่บุคคลในเหตุการณ์จะเป็นข่าวหรือไม่เป็นข่าวนั้น ล้วนมีกรรมเก่าเป็นเครื่องชี้ หลายคนประสบเหตุเหมือนๆกันแล้วเงียบฉี่ ทว่าอีกคนกลับดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา เพียงสื่อมวลชนรายงานข้อมูลนิดหน่อย บุคคลในข่าวก็ตกอยู่ในความสนใจของคนทั้งประเทศทันที

ถ้าหากเคยเป็นผู้ส่อเสียดนินทาหรือใส่ร้ายคนอื่นต่อสาธารณชน วันหนึ่งเมื่อพลาดพลั้งทำบาปหรือแม้เพียงเกี่ยวข้องกับวงจรบาปเพียงเล็กน้อย ความชั่วก็จะปรากฏฟุ้งกระจายไปเป็นที่โจษจัน ควรแก่การอัปยศอย่างใหญ่หลวง แต่ตรงข้าม หากเคยเป็นผู้นิยมสรรเสริญเกียรติคุณของบุคคลผู้น่ายกย่องให้เป็นที่ปรากฏแพร่หลาย วันหนึ่งเมื่อทำหน้าที่ตามปกติ ชื่อเสียงเกียรติยศก็อาจหล่นใส่ ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างน่าชื่นใจโดยมิได้คาดหมายให้เป็นไปเช่นกัน

ข่าวอาชญากรรมทางโทรทัศน์ภาคค่ำประเดิมก่อน แล้วตามด้วยข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยเกือบทุกฉบับในเช้าวันรุ่งขึ้น หลายฉบับพาดหัวข่าวด้วยการเก็งของ บก. ว่าถ้ายิงคำดีๆอาจมีลุ้นยอดพุ่ง ดังเช่นที่เห็นในฉบับหนึ่งคือ

เด็ดหัวพ่อค้ากาม

ปาฏิหาริย์ส่งพลแม่นปืน

ยื่นมือช่วยสาวสวยฉิวเฉียด!!

รายละเอียดในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริงของบุคคลในข่าวทั้งหมด ยกเว้นเหยื่อสาวเพียงคนเดียวที่ลงเพียงนามสมมุติ แต่ก็ประกอบรูปครึ่งตัวแบบคาดตาบางๆ เพราะเหยื่อที่มีรูปร่างหน้าตาดีเป็นจุดเด่นดึงดูดความสนใจประชาชนได้ง่าย นอกจากนั้นก็มีรูปหน้าเต็มขนาดเล็กของสิบตำรวจโทเรืองยศมาประทับเด่น เนื่องจากเป็นมือพิฆาตที่เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับส่งตัวมาช่วยเหลือเหยื่อสาวในเวลาคับขันสุดยอดโดยเฉพาะ ถือเป็นประเด็นข่าวชนิดหนึ่งในล้าน ซึ่งคาดว่าทุกคนคงอยากเห็นหน้าค่าตายิ่งกว่าเหยื่อสาวและพ่อค้ามนุษย์ทั้งหมดด้วยซ้ำ

ละอองฝนรับประทานข้าวเช้าร่วมกับที่บ้านตามปกติ และเป็นคนถือครองหนังสือพิมพ์ซึ่งพาดหัวข่าวดึงดูดใจพอควร หล่อนเหลือบลงมาดูรูปประกอบ ทีแรกก็มองผ่านๆอย่างจะดูสไนเปอร์เสียหน่อยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่พอเห็นรูปร่างและโครงหน้าของหญิงผู้เกือบตกไปอยู่ในมือพ่อค้ามนุษย์ก็สะดุดตา เกิดความเอะใจ เพราะมองเผินแวบเดียวก็พบว่าละม้ายกับอเวราน้าสาวของตนเป็นอย่างยิ่ง แถมเครื่องแต่งกายก็คุ้นว่าเคยเห็นสวมใส่ตอนมาบ้านหล่อนเสียด้วย

การหายตัวไปในวันแรกของอเวรายังไม่ทำให้ใครรู้สึกผิดสังเกต เนื่องจากช่วงหลังอเวราแยกออกมาอยู่ข้างนอกตามลำพัง กระทั่งวันที่สองของการขาดงานติดกันโดยไม่มีการลา เพื่อนร่วมงานจึงโทร.ถามที่บ้านหล่อนตามเบอร์ใน

แฟ้มข้อมูลบุคคล นั่นเองความโกลาหลจึงเกิดขึ้น ทุกคนเริ่มตกใจเมื่อไม่สามารถติดต่ออเวราด้วยวิธีใดๆ แม้จะไถ่ถามญาติมิตรเท่าที่รู้จักกันกี่คนๆก็ตาม

ละอองฝนกะพริบตาปริบๆ เพ่งจ้องรูปพรรณสัณฐานของเหยื่อสาวในรูปอย่างพินิจพิจารณา เพราะบ้านหล่อนเพิ่งนั่งนอนร้อนใจ อยู่ไม่เป็นสุขกันเมื่อคืนนี้หยกๆ กับทั้งช่วยไปแจ้งความคนหาย เนื่องจากสืบถามกันทั่วแล้วปรากฏว่าแม่ของหล่อนนั่นเอง คือรายสุดท้ายที่ได้รับการติดต่อจากคนหาย และยืนยันได้ว่าคนหายอยู่ระหว่างทางกลับบ้านตามปกติ เนื่องจากฝ่ายนั้นเพิ่งแสดงความจำนงว่าจะมาร่วมรับประทานอาหารเย็นกัน ไม่ใช่คิดออกนอกเส้นทางหรือไถลไปไหนไกล

ความอยากรู้รายละเอียดทำให้ละอองฝนตัดสินใจอ่านเนื้อข่าวก่อนกระโตกกระตาก แต่พออ่านมาถึงรายงานชื่อพร้อมนามสกุลของหนึ่งในผู้ตาย คือนายพฤหัส เจนธีรการ เด็กสาวก็เผลอร้องกรี๊ดออกมาลั่นโต๊ะทานข้าว ยังผลให้ทุกคนในที่นั้นสะดุ้งเฮือกกันถ้วนหน้า

ณชะเลซึ่งอยู่ใกล้ตัวสะบัดหน้าขวับ เห็นพี่สาวตกตะลึงหน้าซีดเผือดก็ทราบทันทีว่าต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น

มีอะไรเหรอฝน?”

ชะโงกหน้าไปอ่านจุดที่เห็นว่าสายตาของละอองฝนเพ่งค้างอยู่ แต่เผอิญหล่อนรู้จักและจดจำพฤหัสได้เพียงชื่อ ต่อยจึงไม่ทราบว่านายพฤหัส เจนธีรการและรายนามอื่นๆมีความหมายเช่นไร

พอละอองฝนตอบด้วยเสียงสะอึกสะอื้น กับอาการเพ่งแล้วเพ่งอีกไปที่จุดเดิมเหมือนไม่อยากเชื่อ ไม่อาจเข้าใจสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา ณชะเลก็โอบไหล่ถามด้วยน้ำเสียงประโลมปลอบ

เพื่อนฝนเหรอ?”

ละอองฝนคืนสติจากสภาพช็อก เอานิ้วชี้จิ้มชื่อพฤหัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเครือสั่น

นี่ต่อยไง!”

แม้ณชะเลไม่รู้สึกถูกชะตากับเพื่อนของจองฤกษ์นัก ฟังแล้วยังอดตกใจไม่ได้

ฮ้า! ใช่เหรอ?”

ละอองฝนเม้มปากพยักหน้า ซึ่งณชะเลก็เชื่อว่าน่าจะจริง โดยสันนิษฐานว่าคนกำลังรักกำลังลุ่มหลงกันอยู่คงไม่จดจำชื่อนามสกุลคลาดเคลื่อนง่ายๆ

ปณิธานกับรสรินทำหน้างงๆ เพราะไม่รู้จักคนมาจีบลูกสาวรายล่าสุด แม้ปณิธานจะเพิ่งพบหน้าครั้งหนึ่งที่สนามแบดมินตัน ก็ไม่ทราบว่าฝ่ายนั้นชื่อเสียงเรียงไร ดอดมาติดต่อกับลูกสาวคนโตตั้งแต่เมื่อไหร่

ต่อยไหน?”

รสรินเป็นฝ่ายเอ่ยถาม โดยเล็งจะเอาคำตอบจากณชะเลมากกว่าละอองฝนซึ่งอยู่ในสภาพไม่พร้อมขยายอะไรให้ฟัง

เพื่อนของฤกษ์น่ะค่ะ

ตอบแบบไม่ทันคิดแล้วเกือบกัดลิ้นตนเอง เพราะยังไม่ทราบเลยว่าข่าวการตายของพฤหัสเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรงปานใด พอบอกไปเสียแล้วว่าเป็นเพื่อนของจองฤกษ์ ประเดี๋ยวแม่คงไม่ไว้ใจแฟนหล่อนขึ้นมาอีก เพราะแม่จะถือคติคบบุคคลเช่นใดย่อมเป็นคนเช่นนั้น

ละอองฝนข่มสะอื้น พยายามตั้งสติอ่านเนื้อข่าวต่อจนจบแบบคร่าวๆ รู้สึกโหวงๆเหมือนจะเป็นลม จากนั้นจึงพลิกหนังสือพิมพ์กลับไปหน้าหนึ่งและถามณชะเลเสียงแผ่วหวิว

ทรายว่านี่คล้ายใคร?”

ณชะเลพิศดูครู่เดียวก็อุทานดังๆ

อุ๊ย! นี่มันน้าเค้กนี่!”

หน่วยตาของรสรินเบิกกว้าง เรียกหนังสือพิมพ์จากลูกๆทันที

ไหนเอามานี่ซิ

หนังสือพิมพ์ถูกเลื่อนส่งไปอีกฝั่งหนึ่ง ณชะเลเดินตามไปขอดูจากเบื้องหลัง ฝ่ายรสรินเมื่อเห็นรูปของอเวราก็จำได้ทันทีแม้มีแถบคาดตา กับทั้งมั่นใจว่าใช่เพราะปะติดปะต่อจากความจำที่อเวราปรึกษาเกี่ยวกับนายคนชื่อต่อยบ่อยๆ สอดคล้องกับที่ลูกสาวเพิ่งเอ่ยถึงเมื่อครู่

พอพลิกหน้าอ่านข่าวจบแบบคร่าวๆก็ไม่รอช้า คุณแม่ลูกสาวสองสละเก้าอี้ ลุกขึ้นเดินไปคว้ากระบอกโทรศัพท์ขึ้นกดเบอร์ถึงผู้เป็นน้องทันที โดยเลือกต่อเข้ามือถือก่อน แต่เครื่องไม่เปิด อาจโดนจับตัวไปหลายวันเลยแบตหมดและยังไม่มีกะจิตกะใจชาร์จ รสรินเลยเสี่ยงโทร.เข้าเครื่องที่บ้านพ่อแม่อเวราเป็นอันดับต่อไป

สวัสดีครับ

อาสะพัดเหรอคะ นี่หน่องพูดค่ะ

สะพัดคือบิดาของอเวรา เป็นน้องชายของพ่อหล่อน

ว่าไงหน่อง จะตามเรื่องยายเค้กใช่ไหม เขาโทร.มาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วล่ะ ตกลงไม่ได้หายไปไหนหรอ