กรรมพยากรณ์ ชุด เลือกเกิดใหม่  มีทั้งหมด 45  ตอนค่ะ

             สนใจเลือกรับฟัง หรืออ่านตอนอื่นๆ ในชุดนี้     คลิ๊กที่นี้ค่ะ 

 บทที่ 44  กรรมเก่า กรรมใหม่  

สองสาวมานั่งรอเพียงอึดใจ หมอดูใหญ่ก็เข้ามาในห้องและทักทายแบบจำเพาะเจาะจงไปทางณชะเล

ว่าไง หนูทราย

ณชะเลพนมมือไหว้อย่างอ่อนช้อยพร้อมอเวรา

สวัสดีค่ะพ่อหมอ

อุปการะรับไหว้สองสาว ยิ้มแย้มในท่าทีเต็มใจต้อนรับเป็นอันดี

วันนี้พาใครมาด้วยเหรอ?”น้าเค้กค่ะ

น้าเหรอ?”

บุรุษผู้อาวุโสย่นคิ้วถามยิ้มๆคล้ายฉงน

ค่ะ แก่กว่าทรายแค่ ๗ ปี แต่เป็นลูกผู้น้องของคุณแม่น่ะค่ะแล้วณชะเลก็หันไปยิ้มหวานกับคนข้างตัว น้าเค้กหน้าอ่อน พ่อหมออาจนึกว่าเป็นเพื่อนทรายก็ได้

อือม์ กำลังนึกอยู่จริงๆแหละอุปการะผงกศีรษะยอมรับ นอกจากหน้าอ่อนแล้ว ใจพวกหนูเสมอกันเหมือนเพื่อนด้วยแหละ”“

อุ้ย! ไม่กล้าหรอกค่ะ น้าเค้กเป็นญาติผู้ใหญ่ อย่างมากก็เผลอเรียกพี่

นับศักดิ์ก็เรื่องหนึ่ง นับใจก็อีกเรื่องหนึ่ง ใครเป็นแรงบันดาลใจในทางบุญให้อีกฝ่าย จังหวะนั้นก็อยู่ในฐานะผู้เดินนำให้อีกฝ่ายเป็นผู้ติดตาม

อเวราเผยอยิ้ม หล่อนเป็นคนอัตตาเล็กพอจะยอมรับ

ค่ะ ทรายเหมือนเจ้าหญิง เคยบอกเขาเหมือนกัน ว่าบางทีเดินกับเขาแล้วรู้สึกเหมือนเค้กเป็นคนรับใช้ สงสัยชาติก่อนคงเคยเป็นนายเป็นบ่าว

ณชะเลหันมาจีบปากทำหน้ายู่ เป็นการส่งสัญญาณว่าไม่อยากให้น้าพูดอย่างนี้ต่อหน้าคนอื่น อุปการะเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะเล็กน้อย

ท่วงทีที่สง่างาม ประกอบกับจิตที่สว่างจัดด้วยปัญญาแหลมคม มีอิทธิพลจับตาและบันดาลให้คนเห็นนึกไปได้ขนาดนั้นแหละ อีกอย่างหนูทรายเป็นแรงบันดาลใจดีๆ ทำให้หนูรู้สึกอบอุ่นในช่วงที่อ้างว้าง หนูเลยเห็นตัวเองอยู่ในฐานะต่ำกว่าเหรอคะ นึกว่าชาติก่อนเคยเป็นนายเป็นบ่าวกันมาจริงๆเสียอีก

ความรู้สึกเป็นนั่นเป็นนี่ ก็คือภพย่อยภพหนึ่งที่จิตยึดไว้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปไกลถึงปางก่อนปางหลังหรอก กรรมดีกรรมชั่วก่อร่างสร้างภพให้เราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแม้ในชาตินี้ชาติเดียว อย่างพอหนูชนะกิเลสได้เหนือเขา ก็เท่ากับชนะใจเขาด้วย ภพแห่งความเป็นเพื่อนก็ปรากฏแทนภพแห่งความเป็นใหญ่เป็นรอง

คำพูดราวกับตาเห็นของอุปการะทำให้อเวราเหลียวมามองหลานสาวนิดหนึ่ง นัยน์ตาส่องแววสงสัย เพราะใจคิดอยู่ว่าณชะเลแอบเอาเรื่องอะไรมาเล่าให้หมอดูฟังล่วงหน้าหรือเปล่า

อุปการะยิ้มด้วยใจเมตตา บอกคนสงสัยให้หายกังขา

หนูทรายไม่ได้มาหาผมบ่อยหรอก เอาตัวหนูเค้กมาวันนี้ก็ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า

หญิงสาวสะดุ้ง แต่ก็คิดว่าอาจเป็นเรื่องบังเอิญ จึงทำหน้าปกติพูดตอบ

เมื่อวานหนูได้ยินทรายเล่าเรื่องเกี่ยวกับพ่อหมอแล้วอยากพบบ้างน่ะค่ะ ที่ผ่านมาทรายกับคุณแม่ของเขาก็ช่วยฉุดหนูขึ้นจากหล่ม จนได้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมา พอรู้ว่าทรายศรัทธาใครหนูเลยอยากมาขอคำแนะนำบ้าง

ผมไม่ได้แนะนำสั่งสอนมากนักหรอก หนูทรายมีดีด้วยตัวเองอยู่ก่อนหน้าแล้ว

ณชะเลย่นจมูกนิดหนึ่งก่อนยิ้มน่าเอ็นดู

มีดีซักแค่ไหนคะ วันแรกที่มาหา หนูยังสงสัยอยู่เลยว่าชาติก่อนชาติหน้ามีจริงไหม ถ้าไม่ได้พ่อหมอช่วยไขให้ด้วยวิธีที่หนูสามารถประจักษ์กับตัว ป่านนี้คงยังสงสัยไม่เลิก

ก็ดีแล้ว ความหายสงสัยของหนูจะช่วยให้คนอื่นคลายสงสัยตามได้อีกเยอะ

แล้วอุปการะก็แปรสายตามาทางอเวรา ซึ่งนั่งจ้องเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนกลายเป็นแรงดึงดูดให้เขาหันไปสบและทักว่า

หนูเค้กเองก็หายสงสัยเรื่องเวียนว่ายตายเกิดแล้วนี่นะ

หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ เสียงพร่าลงเล็กน้อย

เท่าที่เค้กพอมีประสบการณ์ ก็คงแค่ความผูกพันที่เหนียวแน่นมั้งคะ ที่เอ่อทำให้รู้สึกว่าชีวิตก่อนและชีวิตหน้าคงมีอยู่ แต่ก็เอาไปยืนยันกับใครๆไม่ได้ว่านั่นเป็นความรู้แจ้งเหมือนเห็นกับตาว่าชีวิตก่อนเป็นยังไง ชีวิตหน้าเป็นยังไง

แค่ความผูกพันกันอย่างเหนียวแน่นก่อนตาย ไม่ทำให้หายสงสัยในภพชาติสักเท่าไหร่หรอก ความตระหนักว่าแต่ละคนมี กรรมเก่าต้องชดใช้ต่างหาก ที่จะทำให้เรายอมลงใจเชื่อได้มากกว่า อันนี้หนูเค้กคงซาบซึ้งดี จากรูปแบบเหตุการณ์ที่เวียนมากระทบหนูซ้ำรอยเดียวกันอยู่เรื่อย นอกจากนี้หนูยังประจักษ์ว่ามนุษย์เรามีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางกรรมเก่าด้วย กรรมใหม่ได้ขนาดไหน การเห็นความต่างระหว่างกรรมเก่ากับกรรมใหม่ของเราเองนั่นแหละ ต้นทางไปสู่ศรัทธาในกรรมวิบากและภพภูมิแบบไม่งมงาย”“

แปลว่าตอนนี้หนูหายโง่แล้วหรือคะ?”

อภัยทานทำให้หนูหายโง่เรื่องการผูกเวรอุปการะตอบเนิบแบบจำเพาะเจาะจง อย่างน้อยก็คิดว่าถ้าเจอเขาอีกในชาติหน้า คงไม่มีเรื่องน่าเศร้าเหมือนชาตินี้อีกแล้ว นั่นแหละความรู้จริงอันเป็นผลจากการอโหสิให้แก่กันและกันด้วยหัวใจ

อเวราตาค้าง หล่อนเคยดูหมอมาก็มาก จึงคุ้นคำทักเกี่ยวกับอดีตที่ตรงจริงมาไม่น้อย แต่เพิ่งครั้งนี้ที่เจอหมอดูกายสิทธิ์ ยังไม่ต้องไถ่ถามวันเดือนปีเกิดก็ทักเอาๆ แถมไม่ใช่แค่ล่วงรู้แนวเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทว่ายังลงลึกได้ถึงระดับความรู้สึกนึกคิดอีกด้วย!

หล่อนไม่ต้องการลองภูมิหมอดู แต่เพื่อความแน่ใจก็อยากให้เขาสรุปชีวิตหล่อนเป็นคำสั้นๆ

กรรมเก่าของหนูเป็นแบบไหน แล้วกรรมใหม่ที่ได้ทำไปแล้วมีอะไรบ้างคะ? ขอแบบให้เห็นภาพรวมชัดๆหน่อยได้ไหม?”

กรรมเก่าของหนูทำให้สวยเพื่อนำทุกข์และนำภัยเวรมาสู่ตัว ส่วนกรรมใหม่ที่เพิ่งทำลุล่วงไปคือปลดห่วงโซ่แห่งภัยเวรเส้นหนึ่งด้วยอภัยทาน!”

อเวราขนลุกเป็นระลอก นึกเลื่อมใสบุรุษผู้นั่งฝั่งตรงข้ามขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ตรงกับที่หนูคิดๆอยู่พอดีเลยค่ะ ต่อไปพอมองใครๆ คงเห็นจากมุมมองทำนองนี้ คือเห็นพวกเขากำลังเสวยกรรมเก่าส่วนหนึ่ง และสร้างกรรมใหม่อีกส่วนหนึ่งกันอยู่

ทั้งหลายทั้งปวงก็เป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้แล้วนั่นแหละ การปรากฏแสดงตัวของกรรมเก่าก็คือตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจนี้เอง”“

แม้แต่ ใจก็เป็นผลที่เกิดจากกรรมเก่าหรือคะ?”

ใช่! ใจที่มืดบอดสมภูมินรก เดรัจฉาน หรือเปรต ก็แยกย้ายกันไปถือกำเนิดในอาณาจักรนั้นๆ ส่วนใจที่เป็นกุศลสมภูมิมนุษย์ก็มาได้ที่เกิดในท้องมนุษย์

หญิงสาวห่อไหล่หัวเราะ

ฟังแล้วค่อยสบายใจหน่อย เหมือนตัวเองเป็นคนมีบุญเลยค่ะ นึกว่าเค้กเป็นนางบาปเสียอีก

เกิดเป็นมนุษย์ได้ก็ด้วยบุญพอนั่นแหละ ถึงหนูเค้กจะรู้สึกเหมือนเป็นคนบาปเพราะเจอแต่เรื่องร้ายๆก็ตาม สัตว์ที่มาเข้าท้องมนุษย์เนี่ย ต้องมีคุณภาพจิตที่เหนือกว่าสัตว์ในอบายภูมิทั้งหลาย นับตั้งแต่ความสำนึกผิดชอบชั่วดี ความสามารถเรียนรู้ ความสามารถคิดอ่านอย่างมีเหตุผล ความสามารถเปลี่ยนเส้นทางกรรมให้เป็นอื่น ตลอดจนกระทั่งความสามารถกำหนดสติให้รู้เห็นตามจริง เพื่อเป็นอิสระจากอุปาทานทั้งปวงได้

แม้นั่งฟังอยู่ด้วยกัน แต่ณชะเลเหมือนถูกสะกิดได้แรงกว่า เนื่องจากมีพื้นความรู้แน่นหนากว่าน้าสาว กล่าวคือพอฟังว่ากรรมเก่าเป็นตัวกำหนดชั้นภูมิของจิตในแต่ละชาติ หล่อนก็ได้คิด และถามเพื่อความแน่ใจว่าตนคิดถูก

พ่อหมอคะแต่ละครั้งที่เกิดใหม่นี่ จิตเป็นคนละดวงกับภพเก่าแล้วใช่ไหม?”

ใช่! จิตสัตว์นรกก็แบบหนึ่ง จิตสัตว์เดรัจฉานก็แบบหนึ่ง จิตเปรตก็แบบหนึ่ง จิตมนุษย์แบบหนึ่ง น้ำหนักกุศลหรืออกุศลในปางก่อนจะเป็นตัวชี้ขาดว่าเราเป็นอะไรในชาติปัจจุบัน”“

อย่างนี้เป็นเครื่องแสดงอนัตตาใช่ไหมคะ? คือตกลงในระยะยาว เราไม่ได้เป็นอะไรสักอย่าง เพราะแม้แต่จิตวิญญาณก็ถูกบันดาลขึ้นด้วยกรรมเก่า ไม่ซ้ำแบบไปเรื่อย เหมือนไฟเล็กไฟใหญ่ที่จุดขึ้นจากเชื้อต่างชนิดกัน ตั้งอยู่บนเทียนคนละขนาดกัน เราจะบอกว่าเปลวไฟนั้นเป็นดวงเดิมไม่ได้ถูกต้อง! แค่วันนี้วันเดียวก็มีจิตเกิดดับมากมายนับไม่ถ้วนแล้ว ความเกิดดับไม่ซ้ำตัวเดิมนั่นแหละที่เรียก อนัตตาตลอดมาได้มีอนัตตาจำนวนอนันต์ เกิดดับทับถมอยู่ในห้วงจักรวาลแห่งความว่างเปล่านี้ เพียงเพื่อสักแต่ก่อให้เกิดอุปาทานเป็นขณะๆอย่างไร้แก่นสารเท่านั้น

ทำกรรมใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อเสวยทุกข์ในรูปแบบใหม่ไปเรื่อยๆ…”

อุปการะยิ้มกว้างให้กับการเห็นภาพชัดของเด็กสาว

ใช่พระพุทธเจ้าตรัสว่ากรรมใหม่คือกรรมที่บุคคลทำด้วยกาย วาจา ใจในขณะปัจจุบัน เหมือนเช่นที่เรากำลังคุยกันในห้องนี้ ฝ่ายหนึ่งอาศัยเจตนาถามเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง อีกฝ่ายหนึ่งอาศัยเจตนาตอบตามที่รู้ นี่แหละกรรมใหม่อันเป็นกุศลของพวกเรา

นั่นเป็นครั้งแรกที่อเวราได้รับการชี้ให้เห็นว่าตนกำลังก่อกรรมอยู่ทุกขณะ ขึ้นอยู่กับว่าเรียกถูกหรือไม่ว่ากำลังทำอะไร เข้าฝ่ายกุศลหรืออกุศล หล่อนสนใจที่หมออุปการะกล่าวว่าขณะนี้ตนกำลังทำกุศล ทั้งที่ไม่รู้ตัว และไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำกุศลอันใดเลย

แค่ถามปัญหาก็จัดเป็นบุญกุศลได้หรือคะ?”

แน่นอน! เพราะนั่นแสดงถึงอาการของจิตที่ใคร่ในธรรม ใคร่รู้เห็นทางถูกทางชอบ พระพุทธเจ้าตรัสว่าการเข้าหาผู้รู้แล้วไถ่ถามว่ากรรมใดเป็นประโยชน์ กรรมใดเป็นโทษ จะทำให้เป็นผู้มีปัญญามาก

อเวราพยักหน้า แต่แววตายังคาอยู่ด้วยความสงสัยหน่อยๆ อุปการะจึงขยายความอีก

คนเราจะฉลาดหรือมีปัญญาคิดอ่าน ก็ต้องมีสติ มีความเห็นปัญหาชัด และสามารถเลือกทางแก้ปมได้ถูกต้องใช่ไหม? คุณสมบัติเหล่านั้นจะตามมาเองถ้าเราตระหนักว่าบุญทั้งหลายเป็นประโยชน์ บาปทั้งหลายเป็นโทษ

หญิงสาวยิ้มอย่างคลายกังขา

แล้วที่พ่อหมอเจาะจงว่ากรรมเก่าของหนูเอ่อเป็นไปในแบบสวยเพื่อนำทุกข์และนำภัยมาสู่ตัว ลองแจกแจงให้เข้าใจหน่อยได้ไหมคะ? จะได้สังวรต่อไป

กรรมในอดีตที่ตกแต่งให้หนูสวยนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งความเคยชินที่จะทำทานด้วยจิตศรัทธา และทั้งความตั้งใจเว้นขาดจากการผิดศีล แม้รายละเอียดในชีวิตจะมีมาก แต่รวมน้ำหนักแล้วก็สรุปได้ว่าทานกับศีลในอดีตที่ดีเกินระดับเฉลี่ยของหนู ส่งให้รูปปรากฏในชาติปัจจุบันออกมาดูดีเกินระดับเฉลี่ยเช่นกัน

ผู้ทรงญาณวิเศษหยุดนิ่งลงอย่างเริ่มกำหนดจิตให้เข้าสู่ภาวะล่วงรู้อดีตกรรม แต่อเวราไม่ทราบจังหวะ ก็ไถ่ถามด้วยความติดใจ

แล้วกรรมที่นำทุกข์นำภัยมาสู่ตัวล่ะคะคืออะไร?”

ณชะเลแตะแขนของน้าสาวเป็นเชิงให้เงียบรอ ซึ่งครู่หนึ่งนักพยากรณ์กรรมก็เฉลยชัดถ้อยชัดคำ

ย้อนกลับไปเมื่อสองชาติก่อน เริ่มขึ้นมาหนูเค้กมีความน้อยเนื้อต่ำใจที่รูปไม่งาม ไม่ค่อยมีชายมาแล แต่ชาตินั้นหนูเป็นคนใจใหญ่ พอได้ยินเสียงร่ำลือว่าผู้ใดประพฤติพรหมจรรย์ นุ่งขาวห่มขาวรักษาศีลอุโบสถเพียงเดือนละ ๔ วัน ก็สามารถเลือกเกิดใหม่เป็นอย่างไรก็ได้ หนูก็ตั้งใจปฏิบัติชนิดที่ยอมให้โจรเชือดคอดีกว่าถูกบังคับให้ตบยุงตายเพียงตัวเดียว!”

อเวราตั้งตาฟังด้วยความสนใจยิ่ง แม้ไม่ทราบว่าศีลอุโบสถเป็นอย่างไร แต่แปลกที่ได้ยินแล้วสัมผัสใจลึกซึ้งนัก ชนิดที่ยังไม่ทันไรก็บังเกิดความเลื่อมใสอยากศึกษา อยากถือปฏิบัติทันที เพื่อขออำนาจกรรมใหม่ดลบันดาลให้ชีวิตดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ชาตินั้นหนูไม่ได้บวชหรือคะ?”

อุปการะสั่นศีรษะ

หนูแค่ประพฤติตนเป็นอุบาสิกาที่ดีปัญหาซับซ้อนเริ่มจากตรงนี้ หนูรักษาศีลอุโบสถโดยไม่มีใครให้คำแนะนำใกล้ชิดนัก แล้วก็ไม่มีใครรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของหนู หนูจึงตั้งคำอธิษฐานตามอำเภอใจโดยไม่มีใครทักท้วงเช่นกันหนูอธิษฐานว่าอย่างไรหรือคะ?”

อย่างที่บอก ครั้งนั้นหนูเริ่มคิดรักษาศีลอุโบสถจริงจัง ก็ด้วยเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจว่ารูปไม่งาม แทบไม่มีใครเหลียวแล แล้วอธิษฐานซ้ำๆย้ำๆตลอดชีวิตที่ถือศีลอุโบสถทุกวันพระ ว่าด้วยอำนาจของศีลอุโบสถอันข้าพเจ้ารักษาสำเร็จ

มาตลอดแล้ว จงบันดาลให้เป็นผู้มีรูปงาม เป็นที่สนใจของชายทั้งเมืองการที่หนูสำเร็จศีลอุโบสถได้ตามสัตย์ปฏิญาณกับตนเองหลายสิบปีกระทั่งถึงอายุขัย ก็เป็นการสั่งสมบุญกองภูเขา เหมือนมีทรัพย์ที่จับจ่ายได้นับอนันต์ ใช้ซื้อรูปอันงามยั่วยวนใจชายได้ทุกภพทุกชาติราวกับไม่มีที่สิ้นสุด สมความประสงค์ ด้วยระดับญาณของผม ก็มองไม่เห็นเลยว่าเงาแห่งความเป็นคนรูปงามของหนูจะทอดไปจบลงเมื่อใด เพราะความมั่นคงในครั้งโน้น จะดลใจให้โอนเอนมารักษาบุญไว้ไม่ขาดด้วย

อเวราฟังว่าตนจะสวยไปเรื่อยๆก็อดยิ้มปลื้มไม่ได้ แต่ณชะเลฟังแล้วเริ่มเห็นเค้าเงาว่าเหตุใดความสวยของน้าตนจึงนำมาซึ่งความทุกข์มากกว่าความสุข นั่นก็เพราะการรักษาศีลชั้นสูงในชาติโน้นเป็นไปเพื่อสนองความปรารถนาเชิงราคะนั่นเอง

อย่างนี้ทรายพอนึกออกแล้วค่ะ ว่าทำไมผู้หญิงบางคนขี้โลภ ขี้โกรธทั้งชีวิต ก็ยังไม่หมองจนหมดสวยเสียที นั่นเพราะบางคนรวยบุญจนใช้ยังไงก็ไม่หมดนี่เอง เหมือนเศรษฐีมีแสนล้าน ต่อให้เผาธนบัตรทิ้งเล่นวันละปี๊บ เราก็จะไม่มีวันเห็นเขาหมดตัวเลยจนตาย แล้วน้าเค้กทำกรรมอย่างไรถึงมีปัญหากับพวกจิตทรามนักคะ?”

เกิดใหม่ในชาติถัดมา พอโตขึ้นหนูเค้กก็เห็นว่าตนเองงามพร้อม แถมอยู่ในตระกูลสูงศักดิ์ ความทะนงจึงเกิดขึ้นเป็นธรรมดา มาบวกกับปมฝังลึกที่เคยคับแค้นกับการไม่ได้รับความเหลียวแลจากชายไหนๆ พอได้ทีเลยอยากเห็นผู้ชายทั้งโลกมาสยบแทบเท้าตัว ซึ่งครั้งนั้นหนูเค้กก็ทำได้ง่ายด้วยกำลังที่พรักพร้อม เพียงแค่ชายตา หรือหันชำเลืองยิ้มสะกดใคร เขาก็จะรู้สึกเหมือนถูกเสียดแทงหัวใจแทบตายดับอยู่ตรงนั้นทันที หนีไปไหนไม่รอด และยิ่งเห็นผลมาก หนูก็ยิ่งย่ามใจมาก

อเวราส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะตั้งแต่จำความได้ ชาตินี้หล่อนไม่เคยมีใจล่อลวงหรือคิดสะกดใครให้ยอมสยบเยี่ยงนั้นเลย ทว่าพอขยับจะแย้ง หมออุปการะก็ยกมือห้ามไว้

ลองฟังผมให้จบก่อน แต่ละชาติไม่ได้สั้นแค่เดือนเดียวหรือปีเดียว หนึ่งชีวิตเปิดโอกาสให้ผูกกรรมหลายซับหลายซ้อนนัก…”

นั่นเองหญิงสาวจึงสงบกิริยาลงและรับคำเบาๆ

ค่ะ

สมัยที่หนูเกิดเป็นนางผู้เลอโฉมนั้น มีแต่คนมาหลงทั้งเมือง แถมเกิดกิตติศัพท์แพร่กระจายไปถึงเมืองอื่นอีกด้วย แต่ไม่มีใครทำให้หนูหลงได้สักรายเดียว พอเวลาผ่านไปๆ เลยเกิดความหงุดหงิด ตรงนั้นเอง วิบากที่ไปยั่วคนอื่นให้หลงรักหนูข้างเดียวเริ่มดลใจให้ไปนึกพิศวาสทาสร่างกำยำคนหนึ่งในบ้าน ทั้งที่เขาด้อยกว่าทั้งวัย ฐานะ และสติปัญญา คงเข้าใจนะหนูแค่ต้องการใช้เขาเพราะเขาเป็นเบี้ยใกล้มือ ไม่มีทางหือ และไม่มีวันเผยอหน้ามาเรียกร้องอะไร

อเวราพยักหน้าอย่างเริ่มเข้าใจ เพราะยังจำความรู้สึกแรกเมื่อพบกับพฤหัสได้ดี

ค่ะ หนูคงประพฤติตัวแย่ๆมาหลายครั้ง…”

ณชะเลกำลังอยากฟังเรื่องต่อ จึงถามแทรก

น้าเค้กคงไม่ใช่แค่เห็นทาสเป็นเครื่องมือใช่ไหมคะ? คงเกิดอะไรร้ายๆกับเขามากทีเดียว

ลองนึกแล้วกันนะ ว่าราคะที่แฝงมากับความดูถูกเหยียดหยามจะออกมาในรูปไหน ผู้หญิงลงถ้าขึ้นขี่คอผู้ชายได้ ยุคไหนก็เหมือนกันหมด ลงเอยเป็นต้องทรมานฝ่ายชาย ทั้งด้วยการตบตี ทั้งใช้ของมีคมทำร้าย แล้วก็ทั้งด้วยวาจาเผ็ดร้อน

เรียกว่าสิ่งใดทำให้คนๆหนึ่งเจ็บปวดได้ หนูเหมาหมดไม่เหลือ นั่นเป็นวิธีการกลบเกลื่อนความรู้สึกอดสูของตัวเองในฐานะนายผู้หญิง

ฟังแล้วเกลียดตัวเองจังค่ะ

เอ่ยทั้งหน้าแดงเรื่อ ใจหนึ่งอยากให้ผู้วิเศษหยุดบรรยาย แต่อีกใจเริ่มเต็มอิ่มกับคำตอบที่คลายปมกังขาสารพัด รวมทั้งเล็งเห็นว่าที่พฤหัสทำกับตนในชาตินี้ ยังน้อยกว่าที่ตนทำกับเขาในชาติก่อนมากนัก

ยังไม่จบนะต่อมาหนูพบกับคนถูกใจ พรั่งพร้อมด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ อีกทั้งเขาเองก็ติดเนื้อต้องใจหนูไม่ต่างจากผู้ชายอื่นๆ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็ลองคิดดูว่าหนูจะเห็นทาสที่เคยใช้สอยเป็นเช่นไร เขาคือเสี้ยนตำตาหรือหนามยอกอกไปในทันที หนูไม่อยากเห็นเขาปรากฏตัวอีก โดยเฉพาะต่อหน้าคนรักใหม่ซึ่งมาเยี่ยมบ่อยๆ จึงแกล้งใส่ร้ายเขาทำนองมาด้อมๆมองๆดูหนูในที่ลับ เกรงจะเกิดอันตรายกับตัว และขอร้องพ่อให้ขายทาสทิ้งไปเสีย…”

อเวราเริ่มสลดหดหู่ บังเกิดความเศร้าหมองมากขึ้นทุกที เรื่องราวในอดีตชาติมีความน่าอัศจรรย์แก่เจ้าตัวอยู่ประการหนึ่ง คือเมื่อได้ยินได้ฟังแล้ว จะเกิดสำนึกรับรู้ตาม คล้ายฟังนิทานที่โดนใจอย่างแรง การเล่าอดีตชาติเป็นลีลาการสอนอย่างหนึ่งของพระพุทธเจ้าซึ่งเหล่าสาวกถือปฏิบัติตามความสามารถเฉพาะตน เพื่อสะกิดเจ้าของกรรมให้สำนึกผิดในบาป และเกิดแรงบันดาลใจในการประกอบบุญด้วยความมุมานะสืบไป

พ่อของหนูทำตามคำขอไหมคะ?”

ก็อย่างที่หนูเดาได้นั่นแหละทาสของหนูคนนั้นนี่นะ แม้ถูกหนูทำร้ายสาหัสขนาดไหนก็ยังเทิดทูนบูชา จงรักภักดีต่อหนูเทียบเท่าเจ้าชีวิตเสมอต้นเสมอปลาย ต่อเมื่อภายหลังเขารู้สาเหตุว่าถูกขายขาดให้บ้านอื่นอย่างปราศจากความไยดี เพียงเพราะตัวเองมีสภาพเหมือนก้างขวางคอของหนู เขาจึงเจ็บช้ำน้ำใจ น้อยใจถึงขั้นกลับด้านจากรักเป็นชังตลอดเวลาที่ฟังอุปการะเล่า อเวรานึกถึงดวงหน้ายิ้มฉายอารมณ์ดีของพฤหัสอยู่ไม่ขาด กับทั้งระลึกถึงวี่แววจงรักภักดีซึ่งยังติดตามจากภพก่อนมาแสดงตัวในนาทีสุดท้าย จึงบังเกิดความสะเทือนแรงในหัวอกขนาดน้ำตารินออกมาอย่างรวดเร็วเกินห้าม สมแล้ว

ชาตินี้เขาตั้งใจขายหล่อนเพราะคงอยากกำจัดก้างขวางคอเหมือนกัน

สะอื้นฮักหนึ่ง ก้มหน้าซบกับฝ่ามือ อัดอั้นและกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บลึกกับการล่วงรู้อดีตอันโสมมของตน ณชะเลเห็นเช่นนั้นก็ลูบหลังปลอบโยน

เรื่องผ่านมานานแล้วค่ะน้าเค้ก และชาตินี้น้าเค้กก็ชดใช้กรรมเวรไปพอสมควรแล้ว ตั้งใจฟังพ่อหมอเล่าต่อให้จบก่อนดีกว่า ทรายเชื่อว่าอาจทำให้น้าเค้กเห็นช่องทางดีๆที่จะเกื้อกูลเขาได้

คำปลอบของหลานสาวได้ผลเสมอมา รวมทั้งในครั้งนี้ เพียงอึดใจเดียวอเวราก็เงยหน้าขึ้นกรีดน้ำตาทิ้งและฝืนเอ่ยกับบุรุษผู้แจ่มแจ้งในอดีตอนาคตของส่ำสัตว์ทั้งหลาย

หนูเข้าใจชัดจริงๆค่ะ ว่ากรรมที่เกิดจากการขายชีวิตผู้อื่นนี้ร้ายแรงขนาดไหนพ่อหมอเล่าต่อเถอะค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นอีกฝ่ายของหนู หนูได้ร่วมหอลงโรง ครองรักครองเรือนกับชายที่หนูถูกใจ และเขาก็รักหนูมาก ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข นั่นเป็นอานุภาพที่บุญเก่าแสดงตัว แต่อายุของสามีหนูสั้นไปนิดหนึ่ง อยู่ด้วยกันยังไม่ทันแก่ชรา ก็ตกตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บจากการเดินทางไกลในยุคนั้น งานศพของเขาทำให้หนูได้คิดหลายๆอย่าง และกลายเป็นคนเข้าวัดเข้าวาฟังธรรมมากขึ้น

พอเริ่มศึกษาและศรัทธากรรมวิบาก กับทั้งตระหนักว่าชีวิตเป็นของน้อย ไม่ควรที่ใครจะประมาท หนูก็ทบทวนกรรมในอดีตของตนเอง แล้วพบว่ารอยด่างที่สุดก็คือกรรมร้ายกาจที่กระทำไว้กับทาสในเรือนนั่นเอง หนูเกิดความรู้สึกผิด

อย่างรุนแรง และกลายเป็นปมฝังใจที่ทำให้หวนพะวงนึกอยู่เสมอๆ แม้พยายามไปเจรจาขอซื้อทาสคืนก็สายเกิน เพราะเขาโยกย้ายตามนาย กลายเป็นคนพลัดถิ่นไปไหนเสียแล้วก็ไม่รู้

อเวราพยักหน้าน้อยๆด้วยความสงสารพฤหัส

หนูเคยสงสัยว่าทำไมชาตินี้เจอเขา ถึงต้องมีเงื่อนปมบีบคั้นให้สำนึกผิดมากมายนัก ทั้งเรื่องความต่างของวัย ทั้งเรื่องความด่วนได้ในวันเดียว ทุกอย่างเป็นไปเพื่อต่อความรู้สึกละอายในครั้งก่อนนี่เอง และ…” แรงขับดันบางประการทำให้นึกอยากสารภาพเพื่อความโล่งหัวอก บางทีตอนอยู่กับเขา หนูเคยอยากถูกทรมาน อยากได้รับความเจ็บปวด ตอนนี้เข้าใจเหตุผลทั้งหมดแล้วค่ะว่าทำไม

เคยทำเรื่องวิปริต วิบากก็ดลใจให้คิดวิปริตอีกเป็นธรรมดาอุปการะเอ่ยอย่างมีอุเบกขา ในชาติก่อน พอหนูสำนึกผิดได้ กับทั้งมีศรัทธาปสาทะในกรรมวิบากดีแล้ว ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป หนูพยายามทำดีลบล้างความผิด เปลี่ยนทิฏฐิและนิสัยหลายๆอย่าง ไถ่ชีวิตทาสให้เป็นไทมากมาย กระทั่งกลายเป็นคนใจดีมีเมตตาแท้จริงก่อนตาย

ณชะเลหันมามองหน้าน้าสาวก่อนเอ่ยถามพ่อหมอ

ถ้าน้าเค้กมีเวลาสั่งสมกองบุญไว้มาก น้ำหนักน่าจะเกินความหลงผิดในช่วงต้นชีวิตแล้วนี่คะ ทำไมถึงเอ่อ…”

กรรมดีในชาติก่อนส่งให้ชาตินี้มาเกิดในตระกูลดี เป็นคนมีจิตใจดี พบแต่เรื่องดี แต่ในเรื่องของความรัก ถึงคิวที่กรรมร้ายๆให้ผล การที่หนูเค้กเคยล่อหลอกให้คนอื่นหลงใหลคลุ้มคลั่งรูปตน ปรุงแต่งจิตให้ชาตินี้เป็นคนหลงรูปง่าย และเจอแต่พวกโลเล นิยมรักซ้อน ทอดทิ้งหนูไปหาคนอื่นเสมอ

อเวรายกมือปิดปาก น้ำเอ่อขึ้นปริ่มขอบตาอีก ใช่แล้วหล่อนเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง อยากได้ความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคง ทว่าก็พบแต่รักฉาบฉวยของคนมาแรงแล้วทิ้งเร็ว รูปแบบก็ซ้ำๆกันไม่เลิก คือเจอเจ้าชายในฝันที่สมบูรณ์แบบคนแล้วคนเล่า ทว่าต้องเผชิญกับความจริงว่าเจ้าชายเหล่านั้นพบเจ้าหญิงที่ครบพร้อมกว่าตนในเวลาแสนสั้น หลายครั้งหล่อนขาดความมั่นใจ และสับสนว่าความงามกับความดีของตนอยู่ในขั้นไหนกันแน่ มันช่างเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะหาคนเข้าใจ

อีกประการหนึ่ง…” อุปการะกล่าวสืบต่อ ชาติก่อนถึงแม้หนูดีแค่ไหน แต่จิตใจส่วนหนึ่งก็ยังคงเศร้าหมอง ไม่อาจตัดความอาลัยและความรู้สึกผิดที่มีต่อทาสเก่า ซึ่งก็คือเขา ที่มาเป็นคู่เวรกันในชาตินี้ วันแรกๆที่พบกัน หนูสังหรณ์ไม่ดีแปลกๆใช่ไหมล่ะ?”

ค่ะ

หญิงสาวยอมรับเสียงเครือ

นั่นแหละ ความอาลัยผสมความรู้สึกผิดเก่าๆ บวกกับสัญชาตญาณของจิตที่เห็นว่าชาตินี้ถึงตาหนูตกที่นั่งถูกกระทำบ้างแต่การที่หนูเคยใช้เขาเป็นเครื่องมือทางกามารมณ์ บวกกับการย่ำยีจิตใจเขาด้วยประการต่างๆ กลายเป็นวิบากบีบคั้น ทนแรงรบเร้าของกิเลสไม่ไหว ต้องเลยตามเลยไปกับเขา แม้พบกันเพียงไม่นาน และแม้พยายามหักห้ามใจก็เหลือฝืน

อเวรานิ่งเงียบเป็นเชิงยอมรับโดยดุษณี ณชะเลจึงขอซักแทน

ถ้าฝืนกันจริงๆนี่ได้ไหมคะ?”ถ้าฝึกมีขันติไว้ดีพอ ก็สร้างกรรมใหม่ชนะกรรมเก่าได้หมดนั่นแหละ ปัญหาคือน้อยครั้งที่เราจะเห็นคุณของการมีขันติ มีกรอบ มีเกณฑ์ที่ถูกต้อง ส่วนใหญ่จึงเหมือนต้องเลยตามเลยตามแรงซัดของกรรมเก่า

แล้วทำไมชาตินี้นายคนนั้นถึงเกิดมาหน้าตาดีนักคะ?”

พอเผลอถามเสร็จก็แทบกัดลิ้นตนเอง เพราะนึกได้ว่าเหมือนตนประกาศยอมรับกลายๆว่าพฤหัสรูปหล่อ

อุปการะเบนสายตามามองเด็กสาวด้วยยิ้มเอ็นดู

เมื่อพ่อของหนูเค้กขายเขาไป เขาก็โชคดีไปเจอนายใหม่เป็นคนใจบุญ ชอบให้บ่าวไพร่ติดตามไปวัดและช่วยกันใส่บาตร ถวายของพระ รวมทั้งทำความสะอาดวัด นอกจากนั้นนายใหม่ยังให้ความรู้ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ คือถ้าใครถวายของพระด้วยจิตยินดีมีศรัทธา แม้ของนั้นไม่ได้ซื้อหามาด้วยทรัพย์ของตน ก็ช่วยให้พ้นจากสภาพของทาส เกิดใหม่จะมีฐานะร่ำรวย และมีรูปร่างหน้าตาดี ผิวพรรณน่าชื่นชม อดีตทาสของหนูเค้กก็น้อมใจเชื่อ และหมั่นช่วยนายใหม่ประกอบการบุญด้วยศรัทธาปสาทะที่แรงกล้าเหนือทาสอื่นๆ

วิบากของความยินดีในการถวายสังฆทานให้ผลเร็ว คือเห็นอานิสงส์ได้ตั้งแต่ชาตินั้นแล้ว เพราะจิตใจที่อ่อนโยน เคารพบุญ กระตือรือร้นในกิจอันเป็นกุศล ดลให้นายเกิดน้ำจิตคิดกรุณาเป็นพิเศษ ประกาศปล่อยเขาพ้นจากสภาพของทาส แถมเลื่อนระดับขึ้นมาเป็นผู้ช่วยเหลือกิจการงานของนายในฐานะคนใกล้ชิดอีกด้วย สรุปคือทั้งชีวิตที่เหลือนั้น เขาเต็มไปด้วยโอกาสตกแต่งจิตใจให้งามพร้อมด้วยรังสีกุศล ผลที่ปรากฏชัดในชาตินี้จึงเป็นรูปร่างหน้าตาสมน้ำสมเนื้อกับกรรมดีที่สร้างไว้ในภพเดิม

ณชะเลฟังแล้วนิ่งไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง แต่ละคนล้วนมีที่มาที่ไปเสมอ ไม่มีใครได้ดีโดยบังเอิญสักราย

แล้วทำไมชาตินี้เขาถึงเจ้าชู้นักคะ? ในเมื่อเคยใจบุญออกปานนั้น

ซักต่อราวกับเป็นเจ้าของคดีเสียเอง

คนเราเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ หลงลืมอดีต มองไม่เห็นที่มาที่ไปของคุณสมบัติต่างๆในตน พอเขาพบว่าตนเองเกิดมายังไม่ทันต้องทำอะไรก็หล่อเหลา มีแต่สาวๆมาหลง ก็ย่อมกระหยิ่มในความเป็นคนเจ้าเสน่ห์ กับทั้งเห็นว่าภาวะของเพศชายนั้นได้เปรียบ มีแต่ได้ไม่มีเสีย จึงลำพองในวัยต้นของชีวิตเป็นธรรมดา

สรุปว่าผู้ชายอาจเจ้าชู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องเคยเป็นคนเลวในอดีตชาติหรือคะ?”

อุปการะทอดสายตามองผู้อ่อนวัยด้วยความเข้าใจ แม้สาวน้อยตรงหน้าจะมีธรรมะแค่ไหน ใจส่วนหนึ่งก็ยังคงเป็นสาวน้อยที่รักแรง เกลียดแรงได้เหมือนคนทั่วไปอยู่ดี

ใช้เวลาคิดเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยวิธีย้อนถาม

หนูทรายเห็นว่าอย่างไร ความเลวเที่ยงหรือไม่เที่ยง?”

ณชะเลชะงักกึก นึกถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือของพฤหัสแล้วจำต้องตอบอุบอิบ

ไม่เที่ยงสิคะ…”

แต่อคติทำให้ใจหนูรู้สึกว่าเที่ยงใช่ไหม?”

เด็กสาวนิ่งไปครู่ก่อนเอ่ยแผ่ว

ค่ะ…”

ไม่อายที่จะยอมรับ เพราะเมื่อถูกจี้ให้เห็นอคติอันเป็นจุดมืดมัวกลางใจ จุดมืดนั้นก็แตกสลายหายหน แปรเป็นความสว่างเบาไปแทน จิตที่สบายแล้วย่อมไม่มีอุปสรรคในการยอมรับตามจริง และอุปการะก็ยิ้มละไมอย่างพึงใจที่เด็กสาวขจัดสิ่งกีดขวางได้เร็ว เขาอธิบายต่อ

ในชาติเดียวกัน คนเรายังกลับไปกลับมาระหว่างเลวกับดีได้หลายร้อยหลายพันครั้ง แล้วข้ามชาติข้ามภพมาจะหาความแน่นอนอะไรได้? ถ้าหนูตัดอคติทิ้ง เห็นตามจริงว่าทุกๆ คนต่างก็มีที่มาที่ไปในการก่อกรรมและรับผลกรรม ใจก็จะ

เป็นกลาง ไม่ต้องทุรนทุรายเรียกหาความยุติธรรมเมื่อเห็นคนน่าหมั่นไส้ยังอยู่ดีมีสุข และไม่ต้องมืดหม่นกับความสะใจสมน้ำหน้าเมื่อเห็นศัตรูประสบทุกข์ปางตาย

สัมผัสในน้ำเสียงของพ่อหมออุปการะอ่อนโยนพอจะทำให้ณชะเลน้อมรับใส่ใจโดยดี และย้อนเห็นเข้ามาข้างในว่าตนยังมีอคติกับความฝังใจต่างๆ เป็นเครื่องบดบังทัศนวิสัยอยู่มาก เรียกว่าถ้าหากอยากดูกรรมวิบากของตนเองและใครๆ ได้อย่างหมออุปการะ ก็สอบไม่ผ่านตั้งแต่ด่านแรกแล้ว

งั้นหนูขอถามด้วยความอยากรู้ในอีกอารมณ์หนึ่งนะคะความเจ้าชู้นี่สืบต่อข้ามภพข้ามชาติได้หรือเปล่า?”

การสืบนิสัยข้ามชาตินั้นไม่ตรงไปตรงมาเสียทีเดียวหรอกหนูทราย อย่างเช่นอดีตแฟนหนูเค้กสมัยเป็นทาส เขาเริ่มชีวิตมนุษย์ด้วยทุนเดิมที่น้อย รูปไม่งาม นามไม่เพราะ กินอยู่เยี่ยงทาส ก็ขาดปัจจัยส่งเสริมให้เป็นคนเจ้าชู้ ถ้าหนูรู้จักเขาในชาตินั้น จะเห็นเขาสงบเสงี่ยมเจียมตน รักเดียวใจเดียว ดูน่าสงสารมาก

ณชะเลนิ่งซึม

หมายความว่านิสัยใจคอมีขึ้นมีลงตามทุนรอนเฉพาะหน้าใช่ไหมคะ?”

ทำนองนั้นถ้าใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณอย่างเดียว สัตว์ทั้งหลายก็ว่ายตามน้ำตามกระแสกันเกือบหมด วิบากซัดไปทางไหน กิเลสก็หนุนให้ไหลไปทางนั้น ไม่มีสักกี่คนหรอกที่ต้านกระแส หรือกระทั่งมีแก่ใจทวนกระแส”“

ไม่มีทางเป็นตัวของตัวเองได้นานๆ เลยหรือคะ?”

ก็มีทางอยู่ การเป็นผู้ชนะกิเลสในทางใดทางหนึ่งได้ตลอดชีวิต คงเส้นคงวาไม่หวั่นไหวแม้ถูกทดสอบหนักหนาเพียงใด นั่นแหละจะกลายเป็นนิสัยติดตัวข้ามภพข้ามชาติในระยะยาวได้ อย่างเช่นถ้าเป็นชายที่มีดีพร้อม แล้วเจอผู้หญิงมาเสนอตัวมากมาย แต่ก็ปฏิเสธด้วยความปรารถนาในรักเดียวใจเดียวตลอดชีวิต ก็จะเกิดนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา เกิดอีกกี่ชาติก็มักซ้ำรอยเดิม คือไม่เป็นคนเจ้าชู้หลายใจไปเรื่อยๆ

นัยน์ตาเด็กสาวทอประกายแจ่มแจ้ง

เข้าใจแล้วค่ะแล้วหล่อนก็ปรายตามาทางคนข้างเคียงแวบหนึ่ง เผอิญทรายเพิ่งได้ดูน้าเค้กเป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่าการให้อภัยอย่างไม่มีประมาณทำกันอย่างไร ยิ่งผ่านแบบทดสอบหลาย ระลอก อภัยทานก็ยิ่งสว่างและกระจ่างชัดขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้หน้าตาน้าเค้กกลายเป็นสัญลักษณ์แทนอภัยทานได้เลยสำหรับทราย

อุปการะพยักหน้า

เรื่องใหญ่ที่สุดยังอภัยได้ ชีวิตที่เหลือก็ไม่มีเรื่องไหนทำให้หนูเค้กผูกจิตอาฆาตพยาบาทได้อีก นิสัยรักการสละพยาบาทจะติดตัวข้ามชาติต่อไป ไม่ต้องเป็นทุกข์เพราะการจองเวรมากเท่าคนอื่น

(จบแล้วค่ะ.. โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

Comment

Comment:

Tweet

Recommend