เลือกเกิดใหม่ ตอนจบ

posted on 22 Dec 2007 01:46 by bannpeeploy in articles, buddhism

 

 

 

 กรรมพยากรณ์ ชุด เลือกเกิดใหม่  มีทั้งหมด 45  ตอนค่ะ

             สนใจเลือกรับฟัง หรืออ่านตอนอื่นๆ ในชุดนี้     คลิ๊กที่นี้ค่ะ 

 บทที่ 45.2 ได้คิดได้ทำ (ตอนจบ)

หญิงสาวอธิบายระหว่างออกรถ รักระหว่างเรา มีแค่ชาติที่ทรายคือทราย ฤกษ์คือฤกษ์ พอตายจากความเป็นอย่างนี้ก็หมดความเป็นเรา และไม่มีรักระหว่างเราอีกแล้วทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ? ทรายเป็นคนทำให้เราเชื่อไม่ใช่หรือ ว่าเราต่างเป็นทายาทของกรรม เราเองจะต้องไปเสวยกรรมที่ร่วมกันทำเอาไว้

ตัวตนในชาติหน้าเป็นแค่เงาของเราในชาตินี้ เรียกได้ว่าเป็นทายาทของเรา แต่ไม่ใช่ตัวเราที่จำกันได้ว่านี่ทราย นั่นฤกษ์...” ณชะเลค่อยๆ ปรับจังหวะพูดเหมือนรินน้ำ แค่หยุดใช้จินตนาการ แล้วตรึกนึกเอาตามจริง เธอจะเห็นอย่างที่ทรายถูกสอนให้มองมานาน คิดสิว่าเมื่อเกิดใหม่ เราสองคนต้องไปถามกันอีกกี่ครั้ง ว่าเธอชื่ออะไร คุณเป็นใครหรือ?”

ถ้อยคำเหล่านั้นพาภาพในอดีตย้อนกลับมาสู่ห้วงมโนทวารของจองฤกษ์อย่างรวดเร็ว วันที่เขาปีนบ้านหล่อน พบหล่อนอยู่กับสุนัขแสนรักตามลำพัง ต่างฝ่ายต่างจำกันไม่ได้ในนาทีแรกว่าเป็นเพื่อนเก่า ต้องทักถามชื่อกันและกันเพื่อความแน่ใจว่าใช่...

ย้อนกลับไปอีก ครั้งกระโน้นเมื่อเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม ต่างฝ่ายต่างเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ค่อยพูดค่อยจา หล่อนเคยมาให้อธิบายวิธีคิดเลขสองสามหน เขาหลงรักหล่อน แต่ความขี้อายทำให้ปิดปากเงียบ และกระทั่งแสดงความเมินเฉย ด้วยกลัวว่าถ้าณชะเลรู้ หล่อนจะเกลียดเขา และเอาไปบอกเพื่อนๆ ให้หัวเราะเยาะเขา

ถึงนาทีนี้ ชาตินี้มีแต่ภาพความทรงจำระหว่างกันที่แสนดี และชีวิตที่แสนดีนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด

เราว่า...วิถีทางของความรักงดงามดีออกนะทราย แม้ถูกธรรมชาติล้างความจำไปแล้ว กรรมที่ผูกพันกันมาก็บันดาลให้ได้มารู้จัก มาประทับใจ และใกล้ชิดกันอีก จะกลัวอะไรกับการหลงลืมเพียงชั่วคราว ในเมื่อรู้ว่าเดี๋ยวเราก็ได้อยู่ด้วยกันอีก

เราอาจเคยครองคู่กันมาจริงๆ ณชะเลตอบแบบกึ่งจะรับ แต่ความรักในหนก่อนของเราเอามาใช้ประโยชน์อะไรได้กับเส้นทางของความไม่แน่นอน ตอนเด็กทรายเคยอยากคุยกับฤกษ์ ทำไมฤกษ์ถึงทำเป็นเฉย เก๊กท่าจนทรายหน้าม้านเสียเอง...ชาติต่อๆ ไปเธออาจทำเป็นเมินอย่างนั้นอีก แล้วจะมีอะไรประกันว่าภายหลังต้องได้พบกันด้วยความบังเอิญเหมือนชาตินี้?”

เรากำลังปลูกศรัทธากันอยู่ไง ว่าไม่มีความบังเอิญ มีแต่เหตุและผลที่อธิบายได้แล้วจองฤกษ์ก็หัวเราะแผ่ว ดวงตาส่องประกายปลื้ม เพิ่งรู้นะว่าตอนเด็กทรายเคยอยากคุยกับเราด้วย

ณชะเลระบายยิ้มอ่อน มาถึงขนาดหมั้นหมายกันอย่างนี้ หล่อนก็ไม่จำเป็นต้องอุบเงียบเพื่อรักษาเชิงหญิงแต่อย่างใดแล้ว

ทรายจำได้ว่าทรายชอบฤกษ์นะ อยากให้ฤกษ์มาคุยด้วย แต่พอไปคุยกับฤกษ์ก่อนแล้วเห็นเธอทำเฉยๆ ก็ไม่กล้าไปตอแยอีก

ภาพวัยเยาว์ที่แจ่มกระจ่าง ปรุงความรู้สึกให้เหมือนกลับเป็นเด็กอีกครั้ง ขนาดที่จองฤกษ์แทบร้องไห้กับการดีใจย้อนหลัง เมื่อรู้ความจริงว่าคนที่ตนหลงรักก็คิดเช่นเดียวกัน

เราอยากเข้าไปคุยกับทรายใจจะขาด...แต่กลัวทรายรู้ว่าเรารักทราย กลัวทรายรังเกียจ กลัวโดนเพื่อนล้อว่าไม่เจียมกะลาหัวพักเม้มปากสะกดความยินดีที่เหมือนจะล้นปรี่ออกมาเป็นน้ำตา ทรายดูสวยแล้วก็เหมือนอยู่เกินเอื้อมสำหรับเราเสมอ แม้กลับมาเจอกันใหม่ตอนโต ถ้า...ถ้าไม่ได้เจ้าต่อยช่วยเป็นกำลังใจให้ในวันแรกๆ เราก็อาจยังติดอยู่กับความกลัวแบบเก่าๆ และต้องเจ็บใจตัวเองวันแล้ววันเล่าเหมือนเด็กๆ อีกครั้ง

นั่นเป็นความรู้ใหม่สำหรับณชะเล แล้วก็ทำให้เห็นข่ายใยสัมพันธ์ผูกโยงระหว่างผู้คนทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เหมือนทุกคนถูกวางตำแหน่งไว้กระทบกันเป็นทอดๆ ไม่มีใครถูกวางไว้ลอยๆ โดยปราศจากความเกี่ยวข้องกับผู้อื่นเลยสักคน เพียงแต่จะรู้หรือไม่รู้เท่านั้น

ความสัมพันธ์แต่ปางก่อนระหว่างเราคงยั่งยืนพอ ชาตินี้ถึงอยู่ในสายตาของกันและกันมาตั้งแต่แรกใช่...” จองฤกษ์รีบสนับสนุน แถมเราน่าจะเคลื่อนมาจากภพเดิมพร้อมกัน ถึงได้เกิดวันเดียวกัน เมื่อเป็นอย่างนี้ทรายก็ไม่ควรปฏิเสธการอธิษฐานให้เราสองคนได้ไปอยู่ในสายตาของกันและกันอีก

การอยู่ในสายตาของกันและกัน ประกันอะไรได้บ้าง?”

จองฤกษ์อึกอัก แต่ชั่วสองสามพริบตาก็ตอบด้วยท่าทีหนักแน่น

เราอธิษฐานช่วยกันประคับประคองกันและกันให้เดินไปในทางดี ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายพลาดหลงไปในทางชั่ว กำหนดไว้ว่าจะให้ทรายดีงามและอยู่ในภูมิสูงส่งได้เหมือนชาตินี้ตลอดไป

ณชะเลยักไหล่และเบะปากยิ้มนิดๆ

ฤกษ์ว่าทรายดีมากเหรอ?”

ที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งจะดีได้!”“

อือม์...ก็เคยหลงสำคัญตัวอย่างนั้นเหมือนกันนะ แต่เมื่อปีก่อนพ่อหมออุปการะชี้ให้ทรายเห็นความคิดบางอย่างของตัวเอง ความจริงเหมือนรอยเปื้อนในจิตแค่เล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่น่าถือสา แต่ต่อมาพอทรายสังเกต ก็เห็นว่าในตัวเองเต็มไปด้วยความคิดเหลวแหลกสารพัด ทั้งกลางวันกลางคืน

แต่ทรายก็ดักความคิดพวกนั้นได้ และไม่ปล่อยให้หลุดออกมาเป็นความทุจริตทางกายวาจา อย่างนี้จะต้องไปกลัวอะไร?”

ณชะเลเลิกคิ้วผ่อนลมหายใจทีละน้อย

กลัวความไม่แน่นอนของอนาคต กลัวบาปแต