การขอเชงเก็นวีซ่า

posted on 06 Jan 2008 11:42 by bannpeeploy  in travel

  Schengen VISA 

 

ลงตัวอย่างให้ดูหน้าตา "เชงเก็นวีซ่า" . .พลอยจ๋าขอจากสถานทูตสวีเดนค่ะ 

  สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนบล็อกบ้านพี่พลอย  ก็ตามสัญญานะคะพลอยจ๋านำเรื่องการขอวีซ่าแบบเชงเก็น มาลงให้ทราบถึงความหมาย วิธีใช้ และการขอ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เตรียมตัวจะไปเที่ยวยุโรปนะคะ  โดยการขอวีซ่าเชงเก็นนี้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไป แตกต่างกับวีซ่าของประเทศอื่นๆ และยังมีข้อควรรู้อีกมากมายนะค่ะ  ถ้าพร้อมแล้วเราลองมาทำความรู้จักกับเชงเก็นวีซ่ากันก่อนเลยดีกว่านะคะ..

 เชงเก็นวีซ่า [ Schengen visa ] คืออะไร

เชงเก็นวีซ่า  คือ  หนังสือขออนุญาตเข้ากลุ่มประเทศสหภาพยุโรป [ EU ] ซึ่งผู้ยื่นเรื่องขอวีซ่านั้นสามารถเลือกขอที่สถานทูตของประเทศใดประเทศหนึ่งที่ผู้ขอจะเดินทางไปพำนักพักพิง  โดยประเทศที่เข้าร่วมวีซ่าเชงเก็นนั้นก็คือกลุ่มประเทศยูโรนั้นเอง  แต่ยกเว้นประเทศอังกฤษ นะคะพี่น้อง  ถ้าต้องการเดินทางเข้าประเทศอังกฤษด้วย  จะต้องขอวีซ่าของประเทศอังกฤษเพิ่มอีกหนึ่งหน้าค่ะ(ติอต่อโดยตรงที่สถานทูตอังกฤษค่ะ)  โดยประเทศที่เข้าร่วมในเชงเก็นวีซ่าตอนนี้จะประกอบด้วย 15 ประเทศ  ดังนี้ค่ะ (แต่จะเพิ่มอีก 10 ประเทศ ในเร็วๆ นี้นะค่ะ)

  ออสเตรีย [ Austria ]
  เยอรมัน [ Germany ]
  เบลเยียม [ Belgium ]
  เดนมาร์ค [ Denmark ] 
  ฟินแลนด์ [ Finland ]
  ฝรั่งเศส [ France ]
  กรีซ [ Greece ]
  ไอซ์แลนด์ [ Iceland ]
  อิตาลี [ Italy ]
  ลักเซมเบริก์ [ Luxemburg ]
  นอร์เวย์ [ Norway ]
  โปรตุเกส [ Portugal ]
  สเปน [ Spain ]
  สวีเดน [ Sweden ]
  เนเธอร์แลนด์ [ The Netherlands ]

  หมายเหตุ    พิเศษสำหรับพาสปอร์ตไทยค่ะ  เมื่อขอวีซ่าเชงเก็นได้แล้ว  สามารถเข้าประเทศสวิสแลนด์ได้  โดยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทสสวิสแลนด์ค่ะ  เพียงโชว์วีซ่าเชงเก็นก็สามารถผ่านเข้าไปเที่ยวสวิสแลนด์ได้ กลายเป็น 16 ประเทศเลยนะคะ

 ขอเชงเก็นวีซ่าสถานทูตไหนดี ?

ถ้าว่ากันตามกฎระเบียบเขาก็ให้ขอกับสถานทูตที่เราแพลนไว้ว่าจะไปพักอยู่ในประเทศนั้นนานที่สุดน่ะคะ  แต่ส่วนใหญ่ที่พลอยจ๋าทราบมาจากเพื่อนๆ และกลุ่มเที่ยวด้วยกันนั้น รู้สึกว่าในบรรดาประเทศทั้งหมดในกลุ่มยูโรที่เข้าร่วมเชงเก็นนี้  สถานทูตฝรั่งเศสขอได้ง่ายที่สุด ไม่ทารุณกับจิตใจจนเกินไปคะ กิกิ  (จริงอะ.. )

แกนหลักมันอยู่ที่การเตรียมตัวของเรา และความน่าเชื่อถือของเอกสารน่ะคะ  ถ้าสามารถยืนยันได้ว่าไปท่องเที่ยว หรือธุรกิจจริงๆ จะไม่หลบหนีอยู่ในประเทศเขาแน่นอน ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างของพลอยจ๋าที่ไปก็ขอกับสถานทูตสวีเดน เพราะพักอยู่ที่นั้นนานที่สุด และได้เข้าไปประเทศนอร์เวย์ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และออสเตรีย ค่ะ  ไม่มีปัญหาอะไรเลย แทบจะไม่ได้สัมภาษณ์อะไรเลยด้วย เพราะพลอยจ๋าเตรียมเอกสารสมบูรณ์ (ทำให้ดูเซียนว่าเดินทางท่องเที่ยวบ่อย กิกิ ) ยื่นเรื่องเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็นัดวันให้มารับวีซ่าเลยค่ะ  ครั้งเดียวผ่านฉลุยแล้วก็ไปตลุยยุโรปกันได้แล้ว

 เทคนิคในการเตรียมเอกสารในการขอวีซ่า 

  1.  การกรอกใบสมัคร และเอกสารประกอบใบสมัครตามที่สถานทูตนั้นๆ ระบุ ด้วยภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ พยายามเขียนให้ง่ายต่อการอ่าน สะอาด มีช่องไฟซักนิดนะคะ พี่น้อง  สำคัญมาก.. พยายามตอบให้ตรงคำถาม  ไม่แน่ใจอย่าเพิ่งเขียน ถ้ามีการแก้ไข ลบ ผิด คาด มันไม่น่าเชื่อถือคะ  ( ช่อง Sex  เขาให้ระบุเพศนะคะ  กิกิ  ไม่ใช้ถามความต้องการทางเพศ  อย่าตอบว่า... นะเดี๋ยวหนุ่มสาวสถานทูตอยากรู้จักแย่ กิกิ )

  2.  เอกสารที่ยื่นประกอบ ทั้งหมดต้องเป็นภาษาอังกฤษ  ส่วนที่เป็นภาษาไทยจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมเซ็นต์รับรองให้เสร็จสรรพ

  3.  ขนาดของเอกสาร ถ้าสถานทูตนั้นๆ ไม่ได้ระบุไว้  ให้ใช้ขนาด A4 ทุกชนิดของเอกสาร ( เวลายื่นเรื่อง เอกสารจะดูเป็นระเบียบและอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่คะ )

  4.  กรุณาใส่ใจ..  ช่วยเรียงลำดับเอกสารก่อน-หลัง ตามที่สถานทูตระบุไว้อย่างเคร่งครัดนะค่ะ  อันนี้เซียนจริงๆ คะ บ่งบอกถึงชั่วโมงบินในการท่องเที่ยวว่า อืม.. รู้ธรรมเนียมปฎิบัติ น่ารัก ให้มันไปเที่ยวเถอะ กิกิ

  5.  ถ้าทำงาน ต้องมีหนังสือรับรองการทำงาน  หนังสือลางาน  หนังสือรับรองเงินเดือน ถ้าศึกษาอยู่ด้วยให้แนบหนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษา  ( ส่วนตัวแล้วพลอยจ๋ารู้สึกว่า นักศึกษา ป.โท และป.เอก เครดิตสุดแสนจะดีในสายตาเจ้าหน้าที่สถานทูตคะ พอยื่นหนังสือรับรอง พร้อมบัตรนักศึกษาไป ทุกอย่างมักจะสมูทขึ้นเยอะเลย ไม่เชื่อลองดูๆ )

  6.  บุคแบงค์  ไม่ต้องกังวลยอดเงินค่ะ ขอให้มีเงินเข้าออกทุกเดือนสม่ำเสมอ และมียอดเงินติดในบัญชีมากพอที่จะใช้จ่ายในประเทศเขาได้  แต่ในความเป็นจริงตัวเลขยิ่งสูงก็ยิ่งมีความน่าเชื่อถือนั้นแหละค่ะ  แต่ประเภทไปขอยืมพ่อมาโปะ 1 ล้าน เพื่อไปโชว์สถานทูต พลอยจ๋าว่าเขาไม่ให้ผ่านอ่ะคะ  ถ้าจะทำแบบนั้นสู้ขอหนังสือรับรองสถานการเงินของพ่อมาเป็นสปอนเซอร์เลยจะดีกว่า (คิดดูสิคะ 2-3 ปี บุคแบงค์คุณไม่เดินบัญชีเลย แล้วอยู่ดีๆ ก่อนจะไปประเทศเข้า ดันมีเงินลอยเข้ามาในแบงค์ 1 ล้าน ใครจะให้ไป เขามีสิทธิคิดว่าเงินที่ได้มาไม่ชอบธรรมไหม จะไปทำอะไรบ้านเมืองเขาหรือเปล่า อะไรแบบนั้นอ่ะคะ)  เพื่อนพลอยจ๋ามีตังค์ติดบัญชี 8 หมื่น แต่ทุกเดือนมีเงินเข้า 5 หมื่นกว่าบาท ต่อเนื่องมา 2 ปี สถานทูตอังกฤษ ยังอนุมัติวีซ่าท่องเที่ยวให้เลยคะพี่น้อง  อันนี้เรื่องจริงๆ เดี๋ยวไว้เล่าในการขอวีซ่าของประเทศอังกฤษเนอะ)

  7.  ประกันชีวิต  ใช้แบบทั่วไปไม่ได้นะค่ะ  ต้องเป็นแบบ  International Insurance วงเงินจ่ายขั้นต่ำ 1 ล้านห้าแสนบาทไทย กรณีอุบัติเหตุวงเงินรักษาต่อครั้ง ต้องไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท  พลอยจ๋าแนะนำ.. ถ้าใครมีกำลังทรัพย์พอนะค่ะ  ทำกับ BUPA ไปเลยคะ  ใบเดียวเอาอยู่ทุกประเทศทั่วโลก  ยื่นขอวีซ่าประเทศไหนก็ตามพอมีบัตรประกันภัยของ BUPA เข้าไปใบเดียวจบเลยค่ะ  ไม่มีการสัมภาษณ์กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บไข้ได้ป่วยใดๆ ทั้งสิ้น  ขอเชียร์หน่อยเพราะเคยคางแตกที่ฟินแลนด์ แล้วการรักษา การบริการดีมากค่ะ  ที่สำคัญไม่ต้องสำรองจ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  ทางโรงพยาบาลและ BUPA เขาไปเคลียร์กันเอง หลังจากเข้ารักษาบริการ 6 วันพลอยจ๋าได้รับโอนเงินคืนค่าทำขวัญอีกต่างหาก ยิปปี้.. สุขแสนจะสบายและหายห่วง  BUPA ของเขาดีจริงๆ คะพี่น้อง..

แต่ถ้าโอกาสการเดินทางไปต่างประเทศน้อย  จะซื้อเป็นแบบประกันภัยชั่วคราว ตามระยะเวลาก็มีขายอยู่ทั่วๆ ไปนะค่ะ  ราคาประมาณ 3 พันขึ้นไปแล้วแต่กรณีน่ะคะ แต่ต้องเตรียมไปนะคะ ไม่งั้นวีซ่าไม่ผ่านเพราะไม่มีประกันภัย อันนี้ขอคอนเฟริมเจ้าคะ..

  8.  ใบจองที่พัก [ Voucher ]  คือใบแสดงการจองที่พักในประเทศนั้นๆ น่ะคะ  เช่นถ้าไปพักบ้านเพื่อน ก็ควรขอให้เพื่อนเขียนหนังสืออนุญาตให้พักอยู่กับเขาได้ กี่คืน วันไหนถึงวันไหนมาประกอบ  แต่ถ้าพักโรงแรม ก็ติดต่อโรงแรมเลย ทำการจองล่วงหน้า ระบุวันเข้า-วันออก ให้เสร็จสรรพ แล้วนำในจองโรงแรมนั้นมาประกอบการยื่นเรื่องขอวีซ่า  (กรณีของพลอยจ๋าและเพื่อน  เราจะให้ความสำคัญเรื่องที่พักมากคะ  โดยเราส่งเป็นปึกๆ เลยว่าจะไปนอนที่ไหนกันบ้างตลอดเวลาทั้งหมดที่อยู่ในสหภาพยุโรป  แต่ขอบอกๆ ไอ้ที่ส่งให้เขาไปน่ะ..ข้าเจ้าและเดอะแก็งค์มิได้ไปพักจริงๆ หรอกค่ะ  ไปหาเอาข้างหน้าราคาถูกกว่ากันเยอะเลย กิกิ  อันนี้เทคนิคๆ เพื่อการขอวีซ่าที่ราบรื่นเราต้องทำนะค่ะ กิกิ 

  9.  ใบจองตั๋วเครื่องบิน  คืองี้คะ  บางคนบอก เฮ้ยยังไม่ได้วีซ่าเลย จะไปจองตั๋วเครื่องบินได้ยังไง เดี๋ยวก็โดนอมตังค์ค่าเครื่องกันพอดี  ไม่ต้องกังวลคะพี่น้อง  การที่เราแพลนว่าจะเดินล่วงหน้านั้น  เราสามารถบุคตั๋วเครื่องบินวันเดินทางไป และกลับไว้ก่อนได้  โดยเอนเจนซี่ หรือสายการบินนั้นๆ เขาจะออกเอกสารให้หนึ่งชุด เราสามารถนำไปประกอบเอกสารการยื่นขอวีซ่าได้ค่ะ  เพื่อยืนยันว่าเราเตรียมตัวและมีแผนที่จะเดินทางจริงๆ นะ ถ้าหากวีซ่าอนุมัติเราค่อยโอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินนั้น  สถานะในอมาอุสก็จะรันเป็นคอนเฟริมโดยอัตโนมัติคะ  พลอยจ๋าแนะนำให้หาเอนเจนซี่ส่วนตัว  ของพลอยจ๋าสามารถโอนเงินก่อนการเดินทางจริงได้ 7 วันสบายแฮ.. ไปค่ะ  ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการจองตั๋ว สนใจใช้เอนเจอนซี่ของพลอยจ๋า หลังไมค์ถามได้นะคะ 

  10.  รูปถ่าย  สำคัญมากค่ะ  ขอให้ตรงตามที่สถานทูตนั้นๆ ระบุแบบเดะๆ เลยนะค่ะ ว่าขนาดเท่าไร  เอาพื้นฉากด้านหลังสีอะไร  เขียนชื่อ-สกุล และรหัสพาสปอร์ต เป็นภาษาอังกฤษไว้ด้านหลังรูปด้วยนะคะ

   11.  ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า  ควรเตรียมให้พอดีนะค่ะ  ในส่วนของสถานทูตสวีเดนเขาจะให้สลิปของธนาคารยูโอบี ให้เราไปชำระที่ธนาคารก่อนแล้วเอา สลิปที่ชำระเงินแล้วนั้นมายื่นแนบไปพร้อมกับเอกสารอื่นๆ ค่ะ ( ตอนนั้นพลอยจ๋าเสียไปประมาณ 2200 บาทคะ  เงินจำนวนนี้ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้วีซ่า  จะไม่มีการคืนนะคะ  ฉะนั้นพยายามทำให้ผ่านในครั้งแรก จะได้ไม่ต้องเสียเงินหลายๆ รอบเจ้าคะ)

  หมดเทคนิคมี  11  ประการการฝ่าด่าน เพียงเท่านี้ค่ะ  นอกนั้นเตรียมสนทนาภาษาอังกฤษพื้นฐานสักหน่อย  การแต่งกายอีกสักนิด  ก็รวมแล้วดูดี  มั่นใจเลยค่ะ  ไปยื่นเรื่องเลย  เตรียมตัวมาขนาดนี้ไม่ผ่านให้มันรู้ไป.. กิกิ  เชื่อพลอยจ๋าเถอะ  ผ่านอยู่แล้ว  ขอให้สนุกและมีความสุขกับการท่องเที่ยวนะค่ะทุกๆ คน  ก่อนจบเอาระเบียบการขอวีซ่าเชงเก็นของสถานทูตสวีเดนมาฝากด้วยคะ ลองอ่านดูนะคะ หวังว่าคงพอมีประโยชน์และช่วยเหลือเพื่อนนักเดินทางบ้างนะค่ะ  วันนี้จบแค่นี้คะ  ..สวัสดีค่ะ

  สนใจอ่าน  ระเบียบการขอวีซ่าเชงเก้นในส่วนของสถานทูตสวีเดน  คลิ๊กที่นี้คะ

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

 

เพลงประกอบ ชื่อ แบบสุขกึ๋น ศิลปิน ไทร็อค

โค้ดเพลง http://www.wherearepop.com/members/wherearepop/cha/hifias1054s.swf

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ว๊าวว..บล๊อคน่าอ่าน และ สวยมั่กมากค่า Hot!

#1 By ipOrpEeR* on 2008-01-07 14:20

โอ้ รู้เทคนิคเยอะแยะเชียว

แต่ไม่อยากบอกเลยว่าน้องหมีไม่เคยไป ตปท นอกจาก พม่า เขมร ลาว เล้ย อุอุ

แต่อีก 10 ปี ไม่แน่ครับ big smile
แค่เห็นเอกสารที่ต้องเตรียมนี่พาลอยากยกเลิกการท่องเที่ยวไปเลย*หัวเราะ*
อู้ววว ได้สาระดีๆมากมายเลย ขอบคุณก๊ะ
ปล.บลอคงามมากมาย
Hot!

#3 By คุณ[T]ee on 2008-01-07 17:20

ทำไมใช้กับประเทศอังกฤษไม่ได้ล่ะคะ
อยากรู้จัง^^

#4 By sebin_เซบิน on 2008-01-07 20:36


^
น้องเซบินจ๋า.. ประเทศอังกฤษมีมาตรการการตรวจค้นเข้าเมืองที่เข้มงวดมากๆ จ๊ะ ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการขอวีซ่าที่ยากที่สุดพอๆ กับประเทศอเมริกาเลยทีเดียว ซึ่งหากพาสปอร์ตใครเคยได้วีซ่าของประเทศอเมริกา และอังกฤษมาแล้ว มักจะเดินทางได้ทั่วโลกจ๊ะ..

ดังนั้นประเทศอังกฤษจึงอยู่ในกรณีพิเศษ นอกเหนือจากสนธิสัญญาของกลุ่มประเทศเชงเก็นจ๊ะ..

surprised smile surprised smile surprised smile

#5 By พี่พลอยจ๋า on 2008-01-07 20:39

ดีครับ น้องพลอย

พอดีพี่สาวของพี่ต้องการเดินทางไป สวีเดนนี่แหละ พี่กำลังทำเอกสารให้ ก็เลยอยากถามว่า การแปลเอกสารให้เป็นภาษาอังกฤษ ต้องแปลเอกสารอะไรครับ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน อย่างงี้เป็นต้น และการแปลเอกสาร พร้อมทั้งจองตํวเครื่องบิน ประกัน ทำที่ชั้น 17 ของ อาคาร Pacific ได้ไหมครับ ก็คือ สถานทูตสวีเดนนั่นแหละ พอดีพี่อยู่ ตจว. ไม่สะดวกกับการเดินทาง เข้าไปครัง้เดียวให้ผ่านเลยครับ
ลืมบอกไปว่า พี่มีสาวอยู่ สวีเดนด้วยครับ
ถ้าไง ขอเบอร์โทรน้องพลอยด้วยนะครับ รับรองว่าโทรถามเฉพาะเรื่อง วีซ่าครับ ส่วนเรื่งอส่วนตัว ไม่ถามครับ เกรงใจและรบกวนมากแล้ว

ขอบคุณครับ

เพลงพิณกล่อมวิญญาณ

089-4831299

ต้องเดินทางภายในวันที่ 10 มิ.ย. 2551 ครับ
^
^
^

ทิ้งอีเมลไว้ได้เลยคะ พลอยจ๋า on aboard ไม่สะดวกติดต่อทางโทรศัพท์คะ แล้วนี่ทราบได้ไงค่ะว่าพลอยจ๋าเป็น "น้อง" 55555 แล้วเดี๋ยวพลอยจ๋าเตรียมคำตอบและการเตรียมตัวไว้ให้นะคะ

big smile big smile big smile

#7 By พี่พลอยจ๋า on 2008-05-26 23:19

Recommend