ทางนฤพาน ตอนที่ 12

posted on 12 Jan 2008 11:47 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่  12  พุทธภูมิ  

มีความเชื่อมั่นและสัญญาแห่งความสมหวังในกระแสกุศลจิต เกาทัณฑ์ยิ้มเบิกบานเมื่อลงจากรถและเดินตรงไปยังกุฏิเจ้าอาวาส ด้วยจิตใจที่หนักแน่นเต็มอิ่มถึงที่สุดเยี่ยงนี้ ชายหนุ่มบอกตนเองว่าหากลงมือทำสมาธิ จะต้องประสพความสำเร็จแน่นอน เขาปราศจากความกังวลอย่างสิ้นเชิง

ในมือถือดอกไม้และธูปเทียนที่เตรียมมาถวายพระอาจารย์ตามความปรารถนาที่จะบูชาท่านจากใจ มิได้นำมาเพราะเห็นว่าเป็นธรรมเนียมประเพณีพิธีการใดๆทั้งสิ้น

ขึ้นมาถึงชานกุฏิไม่พบท่านนั่งอยู่ ก็นึกเงียบๆว่าท่านอาจไปทำกิจสงฆ์ หรืออาจไปเดินเล่นแถวนี้ บนกุฏิและละแวกข้างเคียงว่างวาย ปราศจากพระเณรและญาติโยมแม้สักคน เกาทัณฑ์ตั้งใจจะนั่งกำหนดสติดูลมแบบลืมตา รอพระอาจารย์ไปเรื่อยๆตรงนั้นเอง

"เข้ามานี่"

เสียงหลวงตาแขวนดังออกมาจากห้องของท่าน ทำเอาเกาทัณฑ์ผงะหน่อยหนึ่ง

"ข้าไม่ชอบเดินเล่น ถ้าเดินก็เดินจงกรมหรอกน่ะ"

ชายหนุ่มได้ยินชัดเต็มสองหูด้วยความสะดุ้งใจ เพิ่งในบัดนั้นเองที่ประจักษ์ว่าความคิดเป็นสิ่งกระจายออกนอกหัวและถูกล่วงรู้ได้ราวกับพูดจากปาก นั่นเป็นประสบการณ์ครั้งแรก และทำให้บังเกิดความยั่นระย่อคร้ามเกรงผู้เป็นอาจารย์ยิ่งกว่าเดิมเป็นทวีคูณ

ที่แท้ท่านรออยู่ในห้อง รู้ว่าเป็นเขาทั้งมีประตูหับปิดบังตามิดชิด แถมหยั่งรู้ลึกเข้าไปอีกชั้นว่าเขานำความคิดใดติดตัวมาด้วย ชักนึกกระดากและบังเกิดความละอาย นี่แปลว่าความคิดเหลวแหลกทั้งหลายที่มีต่อท่านในวันแรกได้แบออกมาหมดจดโจ่งแจ้งเรียบร้อย ต่อไปนี้คงต้องสำรวมระวังทั้งกิริยาและความคิดกันแจเมื่ออยู่ต่อหน้าท่าน

เปิดประตูเข้าไปด้วยท่าทีของศิษย์ผู้มีความสง่างามองอาจ แต่ข้างในประหม่าและประหวั่นจนเกือบเป็นเกร็ง ทรุดกายลงคลานเข่านำดอกไม้ไปถวาย กราบสามหน แล้วนั่งนิ่งเงียบรอการปราศรัยจากท่านก่อน

"เป็นไง?"

ท่านถามรวมๆ เกาทัณฑ์คิดนิดหนึ่งก่อนตอบอย่างสุภาพ

"ปฏิบัติพอเห็นผลบ้างครับ แต่ยังไม่แน่นอน ควบคุมไม่ได้"

หลวงตาแขวนหัวเราะหึๆ

"เอ็งมันเด็กเมือง ทำได้แค่นี้นับว่าแปลกแล้ว"

เกาทัณฑ์ยิ้มออกมาอย่างเป็นปลื้ม ดูทีท่านคงรู้เป็นแน่ว่าเขาทำได้แค่ไหน

"ทรงสมาธิระดับนี้ ถือว่าเริ่มมีคุณวิเศษกว่ามนุษย์ทั่วไปนิดๆหน่อยๆ ค่าที่ประจักษ์รสชาติสุขเวทนาอันเป็นทิพย์ ไม่เป็นสาธารณะแก่สัตว์โลก แล้วก็เป็นจิตที่สามารถใช้ชำแรกกำแพงกั้นมิติหยาบกับละเอียดได้ด้วย ถ้าจะรู้เห็นอะไรที่ตาหยาบหูหยาบมันทำไม่ได้ก็ไม่ถือเป็นเรื่องเกินตัวเท่าไหร่...เพราะฉะนั้นข้าจะทำตามที่สัญญา เอ็งจะเห็นอดีตชาติของตัวเอง"

ชายหนุ่มพนมมือกราบขอบพระคุณครั้งหนึ่งด้วยทีท่าปกติ ทว่าข้างในลิงโลดยินดีเป็นล้นพ้น

“ดูนี่แล้วคิดดีๆนะ…” ท่านยื่นแขนอันเหี่ยวย่นลีบเล็กออกมาข้างหน้านิดหนึ่ง “นี่คือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างใช่ไหม?”

เกาทัณฑ์เพ่งตามองอย่างตั้งใจใคร่ครวญ ความยับของเนื้อหนังที่ดูคล้ายกระดาษย่น พร้อมจะยุ่ยขาดด้วยตนเองนั้น บันดาลความสลดแก่เขาวูบหนึ่ง เมื่อทบทวนคำถามท่าน นั่นใช่สิ่งที่ธรรมชาติสร้างหรือเปล่า พลันก็ตาสว่างเหมือนมีแสงวาบขึ้นมาตรงหน้าผาก

“ไม่ใช่สิ่งที่ธรรมชาติสร้างครับ…” เขาพนมมือตอบ “นี่แหละคือตัวของธรรมชาติ!”

นึกต่อในใจว่ากายอันเกิด แก่ เจ็บ และจะตายลงทั้งหลายนี่เอง คือเนื้อแท้ธาตุธรรมโดยตัวเอง ถ้ายังนึกว่ามีฝั่งผู้สร้าง แม้สรรคำว่า ‘ธรรมชาติ’ มาเป็นประธาน ก็หลอกจิตให้เห็นบิดเบือนไปเป็นทิศตรงข้ามได้อยู่ดี

“อือม์…” หลวงตาครางรับ “ภพชาติแสดงตัวด้วยความเป็นกายนี้ กายนี้ถูกปรุงแต่งเป็นความหยาบหรือประณีตด้วยวิธีคิด วิธีพูด และวิธีกระทำที่เกิดเป็นนิจศีลในอดีต ทุกคนถือกำเนิดในสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับกรรมของตัวเอง เป็นฐานที่ตั้งให้ก่อกรรมดีร้ายเพื่อบันดาลอัตภาพหน้า ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ทั้งหมดรวมกันนั่นแหละคือสังสารวัฏ การย้อนดูอดีตก็แค่การนึกให้ออกว่าเราเคยครองกายแบบไหน มีหลักแหล่งที่อยู่สมตัวอย่างไรในกาลก่อน

ทางพุทธถือว่าเป็นประโยชน์ถ้าการเห็นนั้นประกอบด้วยปัญญา เหนื่อยหน่ายกับการเกิดตาย เปลี่ยนเพศ เปลี่ยนฐานะไปเรื่อยๆไร้ที่สิ้นสุด แต่ทางกลับกันอาจเป็นข้อเสีย ถ้าการเห็นนั้นประกอบด้วยโมหะ ลำพองจองหองว่าเคยเป็นใหญ่ หรือหดหู่ห่อเหี่ยวว่าเคยต่ำต้อย ฝังใจยึดว่าตัวเองเป็นอย่างนั้น แม้ชาติปัจจุบันเป็นอะไรก็แทบจะลืมไป”

เมื่อท่านหยุด เกาทัณฑ์ก็พนมมือรับว่า

“ครับ”

“จิตที่อยู่ข้างในก็เป็นส่วนหนึ่งของภพชาติ ภาวะจำชั่วครู่ และภาวะลืมเป็นช่วงๆ ก็คือธรรมชาติโดยตัวเอง มีลิขิตของตัวเองเหมือนกัน ดังนั้นอยู่เฉยๆจะให้เกิดสิ่งที่ฝืนลิขิตเดิมของธรรมชาติ เช่นเนรมิตให้ระลึกอดีตความเป็นมาก่อนภพนี้น่ะ ไม่ใช่เรื่องที่ถูก”

เกาทัณฑ์พยักหน้ารับทราบ เม้มปากเป็นเส้นตรงอย่างพร้อมรับฟังทุกสิ่ง

"โดยความสามารถของเอ็งเดี๋ยวนี้ เอ็งยังไม่มีสิทธิ์ฝืนธรรมชาติ รู้ตัวไว้ด้วย อำนาจจิตของเอ็งยังเอาชนะธรรมชาติข้อที่ว่าด้วยการลืมเลือนภพชาติไม่ได้ แต่เผอิญด้วยนิสัยที่ข้าเคยให้เอ็งมา ข้าพอจะละเมิดข้อห้าม ช่วยสงเคราะห์เอ็งเพื่อประโยชน์บางอย่างในอนาคต"

เกาทัณฑ์ไวพอจะคิดรู้ว่าควรเอ่ยคำใดออกไป

"ครับ ผมจะสำนึกสังวรณ์ไว้ตลอดเวลา ว่าตัวเองยังอยู่ในอำนาจลิขิตของธรรมชาติ ทุก