ทางนฤพาน ตอนที่ 14

posted on 12 Jan 2008 11:48 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่  14  ร่วมทาง   

ตื่นนอนขึ้นมาในเช้าตรู่ของวันนั้น สิ่งแรกที่เกาทัณฑ์ต้องการคือนั่งลงทำสมาธิ ด้วยคิดถึงปีติ สุข และความเงียบเย็นละเมียดละไม อันเป็นรสสมาธิระดับที่ตนเข้าได้ถึง นั่นทำให้ทราบว่าเขาเริ่มติดสมาธิแล้ว อยากทำเองโดยปราศจากจุดหมายล่อใจอันใดนอกเหนือจากรสสงบวิเวกอันเยี่ยม

การเสพปีติ สุข และความสว่างอันเกิดจากการรวมจิตนิ่งนั้น ใครทำได้สม่ำเสมอทุกวันสักช่วงหนึ่งแล้วละเว้นสักหน่อย จะรู้สึกเหมือนขาดบางอย่างไป คล้ายพลังงานบางส่วนแห้งหายและไม่ถูกนำมาเติมให้เต็ม

และนั่นเป็นอีกเช้าหนึ่งที่เขาทำสมาธิได้แนบนิ่ง เนิ่นนาน เมื่อลืมตาขึ้นแล้วก็มีกำลังวังชา เดินเหินได้คล่องแคล่วสบายตัวสบายใจหน่อย กับทั้งจิตมีสภาพพร้อมจะขึงนิ่ง เข้าล็อกขณิกสมาธิอยู่ตลอดเวลา ขอเพียงนึกเท่านั้น ทำให้เกาทัณฑ์คิดว่าการฝึกจิตช่างคุ้มค่าเหลือหลาย ลงทุนแค่ความเพียรในช่วงต้นนิดเดียว แต่ชีวิตที่เหลือทั้งหมดสามารถเสพสุขอันประณีตได้ดังใจนึก จิตโปร่งโล่งเหมือนไม่อาจถูกกระทบจากสิ่งใด อะไรก็ตามผ่านเข้ามาจะแล่นล่องเลยไป เช่นเดียวกับที่ฝุ่นทรายไม่อาจซัดเข้ากระทบอากาศว่างและแสงสว่างอาภา

ใจคอของเขาเยือกเย็นลง คล้ายปลีกตัวไปอยู่อย่างสงบผาสุกตามลำพังในที่ห่างไกลความวุ่นวาย ถึงแม้ความเป็นจริงยังขยับกายอยู่ท่ามกลางส่ำเสียงความเคลื่อนไหวรอบตัว และนั่นคงมิใช่การทึกทักตามอัตโนมัติของตนเองคนเดียว เพราะระหว่างร่วมโต๊ะทานข้าว แม่ทักขึ้นว่า

“ดูเต้หน้าตามีสง่าราศีแปลกไปนะ ยังกับเพิ่งออกมาจากวัด”

ชายหนุ่มยิ้มหน่อยๆ ทำสมาธิบ่อยจนจิตใจผ่องแผ้วนั้นเป็นเช่นนี้เอง

“พักนี้เต้มันไปเยี่ยมคุณพ่อบ่อยน่ะ”

อารามหันไปให้ความรู้แก่ผู้เป็นภรรยา ธารีเลิกคิ้วนิดหนึ่ง

“จริงเหรอ?”

ฝ่ายสามีพยักหน้าและเสริมมาอีก

“คงไปติดพันบรรยากาศดีๆในบ้านคุณพ่อมานั่นเอง มีของหวานเย็นดึงดูดก็งี้แหละ”

ธารีเริ่มรู้ เพราะทราบดีว่าบิดาของสามีเลี้ยงหลานสาวแสนสวยไว้คนหนึ่ง

“อ้อ อย่างนี้เอง”

“แกอย่าทำเล่นไปนาเต้ หนูแพเขาเหมือนน้อง และถ้านับกันก็มีศักดิ์เป็นลูกผู้พี่ด้วย”

อารามสำทับลูกชายซ้ำจากครั้งสุดท้ายที่เคยคุยกันหนหนึ่งทางโทรศัพท์ เกาทัณฑ์หัวเราะนิ่มๆ

“อะไรกันฮะ ไม่ให้ผมพูดสักคำ ถูกพ่อตักเตือนแล้ว”

“เอาน่า แกเป็นลูกฉัน อ้าปากหรือหุบปากก็เห็นลิ้นไก่อยู่ดี”

ชายหนุ่มยิ้มอย่างแสดงในทีว่ายอมรับการรู้ทันของพ่อ อารามผ่านสายตาดูหน้าลูกแวบหนึ่งแล้วว่า

“ก็ดีเหมือนกัน เข้าออกบ้านธรรมะเลยท่าทางจะติดธรรมะมาด้วย”

“ทำไมฮะ หน้าตาท่าทางของผมเปลี่ยนไปจริงๆเหรอ?”

“ถามแม่เขาสิ”

เกาทัณฑ์หันมองผู้เป็นมารดา ธารีขี้เกียจวิจารณ์ก็ก้มหน้าตักแกงในชามขึ้นจิบ ชายหนุ่มปลื้มใจนิดหนึ่ง ค่าที่เขาพารังสีธรรมมาเผื่อแผ่พ่อแม่ในเช้านี้ได้ คนอิ่มธรรมนั้น แค่ปรากฏตัวก็เป็นความสบายตา หรือกระทั่งบันดาลกุศลจิตให้เกิดแก่ผู้พบเห็นได้แล้ว เรียกว่าสำเร็จทั้งประโยชน์เราและประโยชน์เขาด้วยประการฉะนี้

เสียงสัญญาณโทรศัพท์บนโต๊ะมุมห้องดังขึ้น เกาทัณฑ์เป็นฝ่ายลุกเดินไปรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

“สวัสดีครับ”

“ฮัลโหล…” เสียงจากต้นสายดังแว่วมา “ขอสายจุกหน่อยครับ”

“เดี๋ยวนะครับ”

เขาหันมาถามพ่อแม่ให้แน่ใจว่ารับคนชื่อจุกเข้ามาทำงานบ้างหรือเปล่า เมื่อพ่อสั่นหน้าก็กลับมาตอบว่า

“สงสัยต่อเบอร์ผิดนะครับ บ้านนี้ไม่มีคนชื่อจุกหรอก”

“เอ๊ะ ไม่มีหรือครับ? ที่นั่นเบอร์ 519-….”

ฝ่ายนั้นระบุหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งตรงกับของบ้านเขา เกาทัณฑ์ฟังแล้วรู้ว่ามีการให้เบอร์ผิดหรือจดเบอร์ผิด ก็กล่าวอย่างใจเย็น

“ครับ เขาคงให้เบอร์มาผิดแล้ว บ้านนี้ไม่มีคนชื่อจุก”

ฝ่ายเรียกสายเงียบไป ชายหนุ่มเกือบวางหู แต่ก็ถูกทักขึ้นมาอีก

“ต้องเป็นเบอร์นี้แน่ๆครับพี่”

เสียงออกเหน่อแบบเพิ่งเดินทางมาถึงท่ารถหมอชิตนั้นทำให้เกาทัณฑ์ชักรำคาญ

“ใช่ เบอร์ที่น้องบอกน่ะถูก แต่ผิดบ้าน ลองดูดีๆเถอะ บางเลขอย่าง 3 กับ 9 นี่คล้ายกัน น้องอาจดูผิดไป นะ”

เขาลงเสียงแบบตั้งท่าชวนเลิกสาย ฝ่ายนั้นคงรับรู้ จึงอ้อมแอ้มตอบ

“อ้อ ครับๆ”

เมื่อวางหูลงได้ค่อยโล่งหน่อย ย่างเท้าพาร่างสูงกลับมาที่โต๊ะอาหาร สีหน้าสีตายังคงบ่มยิ้มเย็นเช่นเดิม

“แล้วนี่วันนี้จะไปไหนหรือเปล่า เห็นแต่งตัวหล่อเหลือเกิน”

อารามถาม เกาทัณฑ์เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่เป็นของดีมีราคา ส่งบุคลิกให้ดูเฉียบและเนี้ยบตามสไตล์หนุ่มมีเกรด

“จะพาแพไปกราบหลวงพ่อพุธที่โคราชน่ะฮะ”

พูดแล้วก็ยิ้มกว้างขึ้น นึกดีใจที่ทำให้พ่อแม่หันมาเบิกตาจ้องได้พร้อมๆกัน

“อือ สนิทกันแล้วรึนี่?”

อารามทำท่าแปลกใจ

“ก็คงเริ่มสนิทมั้งฮะ ผมควรจะพามาหาพ่อแม่ที่นี่บ้างนะ”

“แล้วลูกเข้าหาพระหาเจ้านี่ก็เพราะหนูแพเขาชวนหรือ?”

ธารีถามสวนมา ซึ่งนั่นทำให้เกาทัณฑ์สำรวจความสงบสุขในใจตน ยอมรับโดยดุษณีว่าหล่อนเป็นแรงจูงใจสำคัญ ลำพังเขาเองหรืออยู่ดีๆจะอยากหาพระหาเจ้า

“แม่ว่าแพเขาเป็นยังไงฮะ?”

ยิ่งคุยถึงแพตรีก็ยิ่งรู้สึกรื่นรมย์ แต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน เกาทัณฑ์เป็นฝ่ายเดินไปรับอีกตามเคย ทั้งเพิ่งเริ่มเรื่องที่อยากคุยมาก

“สวัสดีครับ”

เขาทักเป็นปกติ

“ฮัลโหล…ขอสายจุกหน่อยครับ”

เป็นเสียงไม่ประสีประสาของเด็กต่างจังหวัดคนเดิมที่ทำให้เกาทัณฑ์ยิ้มหุบและขมวดคิ้วย่น

“น้อง…” เขาลากเสียงอย่างพยายามลดความคุกรุ่นในใจตนเอง “น้องโทร.ผิดอีกแล้วนะ นี่เป็นเบอร์ที่น้องโทร.มาเมื่อกี้ เบอร์นี้ไม่มีคนชื่อจุก”

ต้นสายเงียบไป ท่าทางกำลังขมวดคิ้วกังขาอยู่เหมือนกัน

“ผมล่ะแปลกใจจริงๆนะพี่ ทำไมเบอร์นี้ไม่ใช่ล่ะครับ”

คำว่า ‘แปลกใจ’ ที่ถูกเน้นแบบตุ่นๆตึ๋งๆของฝ่ายนั้นทำให้เกาทัณฑ์ชักยัวะถึงขีด เพราะคล้ายถูกปรักปรำจากเด็กเมื่อวานซืนว่าโกหก เกือบตวาดแว้ดว่า ‘กูจะไปรู้มึงเหรอะ…เอ๊!’

อย่างไรก็ตาม สติที่ถูกอบรมมาในช่วงหลังทำให้ทราบว่าถ้าหลุดขึ้นมึงขึ้นกูออกไปในขณะเกิดโทสะ ก็จะส่งผลเป็นอกุศลทั้งแก่ตัวผู้พูด ผู้เป็นเป้าหมาย และแม้กระทั่งผู้ได้ยินได้ฟังเช่นพ่อแม่ของเขาในบัดนี้ เมื่อกี้พวกท่านเพิ่งชื่นชมว่าเขาดูธรรมะธัมโม พลอยสบายใจกับสีหน้าสีตาสงบเย็นของเขา ถ้าหากหลุดวจีทุจริตอันเผ็ดร้อนด้วยเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ ก็แปลว่าที่เห็นเมื่อครู่คือพยับแดดลวงตาแท้ๆ

ข่มโทสะไว้ได้ เม้มปากแน่น นับหนึ่งถึงห้าเพื่อทอดระยะดูใจตัวเองว่าเป็นปกติพอจะพูดเสียงเรียบหรือยัง

“เอางี้นะน้อง ถ้าน้องโทร.หาจุกไม่ได้ น้องกลับบ้านแล้วพยายามหาทางอื่นติดต่อดูใหม่ โทร.สาธารณะแบบนี้เสียตังค์ฟรีหลายบาทเปล่า พี่รับรองว่าบ้านนี้ไม่มีคนชื่อจุกแน่ๆ ให้น้องโทร.อีกกี่ทีก็ไม่มี เข้าใจนะ?”

แว่วเสียงพ่อแม่หัวเราะขบขันคำพูดกลั้นโทสะของเขาจากเบื้องหลัง ทำให้เกาทัณฑ์ยิ่งโมโหจี๊ดขึ้นมาอีก ถ้าหนุ่มบื้อคนนั้นอยู่ตรงหน้าคงถูกดีดกระเด้งกระดอนเป็นกระป๋องนมไปแล้ว

“ครับๆ ขอโทษครับพี่”

ฝ่ายนั้นล่าถอยไป เกาทัณฑ์ขบริมฝีปาก วางโทรศัพท์อย่างพยายามให้เบาที่สุด ก่อนเดินกลับมานั่งกับพ่อแม่ ฝืนปั้นสีหน้าเรียกความผ่องใสกลับคืนมา แต่ก็ยากเต็มทน รู้จากตัวเองในบัดนั้นว่า ‘ตะกอนกิเลส’ มีหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อถูกข่มทับด้วยดวงสมาธิแล้วเหมือนหายหนไปอย่างไร ถูกกวนให้ขึ้นขุ่นอีกได้ท่าไหน เขาเป็นคนโกรธง่ายและหายยาก นั่นเป็นข้อเสียที