ทางนฤพาน ตอนที่ 15

posted on 12 Jan 2008 11:48 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่  15  กราบพระ  

ห้องโถงชั้นล่างของกุฏิเจ้าอาวาสอุ่นหนาฝาคั่งด้วยญาติโยมที่ตั้งใจมานมัสการกราบหลวงพ่อพุธจากทั่วทุกสารทิศ เกาทัณฑ์กับแพตรีซึ่งเข้ามาใหม่จึงต้องนั่งอยู่รั้งท้ายสุด

หลวงพ่อพุธกำลังนั่งอยู่บนอาสนะของท่านเห็นไม่ใกล้ไม่ไกลออกไป มีภิกษุผู้เป็นสัทธิวิหาริกนั่งคอยดูแลอำนวยความสะดวกอยู่ด้านข้าง บรรยากาศในห้องเยือกเย็นน่าอยู่อย่างประหลาด ใครเข้าไปนั่งในนั้นจะต้องรู้สึกอยากอยู่ที่นั่นนานๆ ไม่อยากกลับออกไปเร็วนัก

หลวงพ่อท่านมิใช่พระผู้มีกิตติศัพท์เรื่องปลุกเสก ญาติโยมส่วนใหญ่มาเพื่อกราบเรียนถามข้อธรรมที่ติดขัด จึงบ่อยครั้งที่จะได้ยินท่านเทศนาธรรมหัวข้อสั้นๆ อย่างเช่นในวาระที่สองหนุ่มสาวเพิ่งเข้ามานี้ เผอิญเป็นจังหวะแห่งธรรมเทศนาพอดี

"…การฟังธรรมเป็นการฟังเสียงคนอื่นพูด ทีนี้วิธีรู้อริยสัจสี่นั้นฟังเสียงคนอื่นเฉยๆไม่ได้ ต้องหันมาฟังเสียงของหัวใจตัวเอง ให้กำหนดจดจ้องลงที่จิต กำหนดลงตรงที่ตัวผู้รู้ภายในจิตของตัวเอง ความรู้สึกมีอยู่ที่ไหน ตัวผู้รู้ก็มีอยู่ที่นั่น คอยจดจ้องดูว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น ในเมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นภายในจิต ก็ตามกำหนดรู้สิ่งนั้น อย่าปล่อยโอกาส เอาตัวรู้ตัวเดียวตามรู้ตามเห็นไปทุกวาระจิตที่เรามีความคิดขึ้น อันนี้สำหรับผู้ที่เคยภาวนามาจนชำนิชำนาญแล้ว”

กังวานเสียงทุ้มแน่นที่ขับออกมาจากดวงจิตเห็นธรรมนั้นจูงให้ผู้ฟังคล้อยลงสู่กระแสสงบพร้อมจะสดับฟังและตรึกนึกตาม เป็นอีกประสบการณ์ใหม่ของเกาทัณฑ์ ถ้อยคำที่เหมือนเคยได้ยินมาก่อนกลับกลายเป็นของใหม่ที่ฟังกระจ่างอย่างน่าฉงน

“สำหรับผู้ที่เริ่มใหม่ ซึ่งจิตยังไม่เคยมีสมาธิ และไม่เคยเกิดภาวะตัวผู้รู้ขึ้นมาในจิต ให้อาศัยกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออกบ้าง หรือกำหนดบริกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตนเองชอบใจ เช่น ‘พุทโธ' เป็นต้น

ให้กำหนดจดจ้องลงที่จิต แล้วเอาจิตนึกพุทโธ พุทโธ พุทโธ นึกอยู่อย่างนั้น นึกอยู่เฉยๆ    อย่าไปทำความรู้สึกว่าเมื่อไรจิตของเราจะเกิดความสงบ เมื่อไรจิตจะเกิดความสว่าง เมื่อไรจิตจะเกิดความรู้ความเห็นขึ้นมา

การภาวนาในเบื้องต้นนี้ ไม่ใช่เพื่อจะรู้ เพื่อจะเห็นสิ่งอื่น แต่เพื่อให้รู้ให้เห็นความเป็นจริงของจิต รู้อย่างไร รู้ตรงที่จิตของเรากับการบริกรรมสัมพันธ์กันหรือไม่ มันไปด้วยกันหรือไม่ จิตอยู่กับพุทโธไหม หรือว่ามันลืมพุทโธเป็นบางครั้งบางขณะ ไปอยู่กับสิ่งภายนอกซึ่งเป็นอดีต เป็นสิ่งอื่นนอกจากพุทโธ นั่นแสดงว่าจิตเราละพุทโธ เป็นอาการของจิตฟุ้งซ่าน

แต่ถ้าจิตละจากพุทโธไปอยู่กับความนิ่งว่าง ก็อย่าไปสร้างความรู้สึกนึกคิดอะไรขึ้นมา ขอให้กำหนดรู้ความว่างอยู่อย่างนั้น…"

ทุกปลายเสียงที่ทอดเนิบด้วยพลังเมตตาเมื่อสิ้นแต่ละวรรคแต่ละประโยคของหลวงพ่อพุธนำมาซึ่งความสงบซึ้งในวิเวกธรรม เกาทัณฑ์ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้เดี๋ยวนั้นว่า ‘การฟังธรรม' คืออะไร ไม่ใช่เพียงรับคำพูดของผู้แสดงธรรม แต่ยังเป็นการซึมซับเอาความสงบ ความรู้แจ้งที่ถ่ายทอดผ่านกระแสเสียงอันทรงธรรมมาก่อกุศลจิตในปัจจุบันอีกโสด

ทำนองเดียวกับคนในโลกชอบฟังดนตรีที่ตนโปรดไม่อิ่มไม่เบื่อ ผู้ปรารถนาธรรมย่อมชอบฟังธรรมจากผู้ทรงคุณบ่อยๆมิรู้หน่ายเช่นกัน แม้จะฟังซ้ำแล้วสักกี่รอบก็ตามที

เหมือนธรรมะอันสูงส่งอยู่ใกล้แค่เอื้อมและอาจแตะต้องได้ เพียงด้วยความเชื่อมั่นและอยู่ใกล้หลวงพ่อพุธท่าน สิ่งนี้นับเป็นปาฏิหาริย์ล้ำค่า ให้คุณเหนือการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์อื่นใดทั้งปวง เพราะเป็นอำนาจวิเศษที่ชักจูงจิตวิญญาณให้คล้อยสู่กระแสนิพพานอันประเสริฐสุด เมื่อถึงแล้วจะสถิตถาวรชั่วกาลนาน ฤทธิ์ของท่านมิใช่เพียงปาฏิหาริย์ชักจูงให้เกิดความทึ่งหรืออัศจรรย์ใจชั่วครู่ชั่วคราว

ชายหนุ่มจดจ้องดูความผ่องใสฉายราศีสง่าจับตาของหลวงพ่อพุธ แม้จะอยู่ในวัยชรา ท่านก็คล้ายมากไปด้วยพลกำลัง ซึ่งแน่นอนย่อมเกิดจากธรรมานุภาพในดวงจิตโดยแท้

สง่าราศีที่เห็นในท่านมีความแตกต่างจากสามัญชน คนในโลกนั้นให้สูงส่งแค่ไหนก็ไปหยุดกันที่ความน่าเลื่อมใส ความน่าเทิดทูน หรือความน่ายำเกรง แต่สำหรับหลวงพ่อพุธนั้น ภาพปรากฏของท่านเป็นอารมณ์จิตให้ผู้พบเห็นแล่นเลยมาถึงการสัมผัสความปล่อยวาง และความน่าบูชาเหนือโลก ทั้งที่มิได้อยู่ในเครื่องแต่งกายภูมิฐานหรือสถิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอลังการอันใด

เห็นแสงแฟลชวาบอยู่เป็นระยะ ทุกคนคงปรารถนาจะเก็บภาพท่านนั่งเด่นเป็นประธานธรรมไว้ไปบูชา นั่นทำให้เกาทัณฑ์นึกขึ้นได้ แกะกล้องของตนออกจากซองบ้าง ยกขึ้นเล็งและปรับซูมให้เข้าระยะโฟกัสเหมาะ แล้วชันเข่าขึ้นกดชัตเตอร์ คิดในใจว่าควรถ่ายไว้เพียงสองภาพ แบบจับหน้าใกล้และดึงออกไกลตามระยะจริง ไม่มากกว่านั้น ด้วยเกรงแสงแฟลชจะเป็นที่รบกวนทั้งหลวงพ่อและญาติโยมด้วยกัน

กลับลงนั่งเก็บกล้องเข้าที่ เหลือบแลและลอบสังเกตรอบด้าน เห็นอุบาสกอุบาสิกาบางคน บางกลุ่ม นั่งปิดตาสงบในกิริยาสมาธิเพื่อรับฟังธรรมด้วยจิตที่เข้าใกล้ท่านมากขึ้น ก็เกิดความเห็นดีเห็นงามตาม หันมาตั้งหน้าตรง ดำรงสติมั่น ปิดตากำหนดจิตเข้าสู่ความทรงนิ่ง สงัดราบคาบจากความคิดทั้งมวล กระทำประสาทหูให้เป็นที่รับธรรมเทศนาชั้นดี บังเกิดความตระหนักว่าเมื่อฟังธรรมจากผู้มีจิตเป็นสมาธิ ก็ควรมีจิตเป็นสมาธิตามท่าน เพื่อรับกันได้สนิทเช่นนี้

แจ่มแจ้งแล้วว่าเหตุใดพระผู้ปฏิบัติชอบจึงถือเป็นนาบุญของโลก หากปราศจากปูชนียบุคคลผู้สืบทอด ผู้เป็นแบบอย่าง ผู้นำความเลื่อมใสศรัทธาเหล่านี้ ใครเล่าจะเชื่อหรือมีกำลังใจอยากปฏิบัติให้ถึงซึ่งวิมุติตามพระพุทธองค์

เมื่อใดโลกว่างจากพระอริยเจ้า ต่อให้ท่องบ่นสาธยายธรรมกันมากมายเพียงใด ก็ย่อมเกิดวิจิกิจฉา สงสัยลังเลว่าสุดทางปฏิบัติคือดวงธรรมอันประเสริฐ หรือว่าคือความสูญเปล่าไร้ประโยชน์ และผลการปฏิบัตินั้นประจักษ์ได้ในปัจจุบัน หรือว่าต้องรอแตกดับไปพบพานในปรภพ

ต่อเมื่อมีท่านผู้เป็นหลักฐานธรรมเช่นหลวงพ่อพุธอยู่ แม้เพียงสัมผัสพบเห็นและฟังท่านกล่าวพอสังเขป ใจส่วนหนึ่งก็พร้อมจะซึมซับรับรู้ของจริง โน้มเอียงไปในทางเชื่อได้แล้วว่าสวรรค์ มรรคผล นิพพานนั้นคือปลายทางการปฏิบัติถูกปฏิบัติชอบ ไม่ใช่เรื่องกุแต่อย่างใด

หลวงพ่อพุธตอบคำถามญาติโยมอีกพักใหญ่ก็ขอตัวไปทำกิจของท่าน  เกาทัณฑ์กับแพตรีได้แต่กราบลาอยู่ห่างๆโดยไม่ทันมีโอกาสไถ่ถามธรรมะข้อใด เนื่องจากเผอิญมาในวันที่ญาติโยมออกันข้างหน้าเยอะ

 

ใจโปร่งเบาเป็นที่สุดเมื่อเดินออกมาจากกุฏิเจ้าอาวาส สองหนุ่มสาวเดินเคียงกันเงียบเชียบบนทางร่มด้วยเงาสน เมื่อผ่านโบสถ์พระประธาน เห็นประตูแง้มเปิดอยู่ เกาทัณฑ์ก็เกิดความคิดฉับพลันและชวนขึ้นว่า

"เข้าไปกราบพระประธานกันไหม?"

หล่อนพยักหน้าและเดินตามเขาไปโดยดี

ในโบสถ์มีแม่ชีคนหนึ่งกวาดพื้นอยู่ตามลำพัง เมื่อเห็นสองหนุ่มสาวก้าวเข้ามาก็ให้ความสนใจมองเพียงเล็กน้อยแล้วทำความสะอาดเก็บกวาดฝุ่นผงของตนต่อ

เกาทัณฑ์และแพตรีมาก้มกราบเบญจางคประดิษฐ์พร้อมกันหน้าองค์พระปฏิมาด้วยลักษณาการอ่อนน้อมนอบนบ เมื่อกราบแล้วก็นั่งนิ่งอยู่ด้วยความสำรวมในที

ใจเหมือนทะเลเรียบและกว้างโล่ง ชายหนุ่มเงยหน้ามองพระพักตร์ฉายสงบขององค์ปฏิมาแล้วบังเกิดความอิ่มละไมออกมาจากส่วนลึกที่สุดของหัวใจ ผู้สร้างช่างมีศรัทธาแก่กล้าจริงหนอ ประดิษฐ์พระพักตร์ยิ้มรู้เยือกเย็นไร้มลทินจนมองแล้วคล้อยซึ้งถึงเพียงนี้ การสร้างถาวรวัตถุอันก่อกุศลจิตอันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้พบเห็นนั้นควรได้รับรางวัลสนองตอบจากธรรมชาติบุญกรรมสักเพียงใด?

คิดแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยใจอนุโมทนา เชื่อมั่นว่าผู้เป็นช่างและผู้ให้ทุนสร้างคงมีรูปโฉมงามหมดจดเจริญตาเจริญใจผู้พบเห็นไปทุกภพทุกชาติตราบเข้าถึงพระนิพพาน เกิดไปเถอะ กี่ชาติๆจะต้องได้อัตภาพอันงดงามยิ่งใหญ่เป็นหนึ่ง น้อมใจให้นึกรัก เลื่อมใส อยากใกล้ชิดเกินใคร

นี่แหละหนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นครั้งหนึ่งเปิดทางให้ผู้คนมีโอกาสสร้างบุญได้มากมายเหลือคณานับ แรงปีติในบัดนี้ก็ดี ธรรมเทศนาของหลวงพ่อพุธก็ดี วัดนี้และวัดอื่นทั่วตลอดทั้งเจ็ดแผ่นดินก็ดี ล้วนปรากฏมีปรากฏเป็นด้วยต้นทางคือพระมหาบุรุษเพียงหนึ่งเดียว

คิดถึงสังสารวัฏอันน่าสะพรึงกลัว ความไร้ที่จบสำหรับสัตว์ที่ท่องไปโดยปราศจากจุดหมาย ก่อเวรก่อกรรมโดยมีเงื่อนธรรมชาติแกล้งไม่ให้รู้ว่ามีนรกสวรรค์ดักรออยู่เป็นจุดๆ แล้วคิดถึงพระสัพพัญญูผู้กระทำความจบให้เกิด และตรากตรำตลอดพระชนมพรรษาเพื่อรื้อขนเวไนยสัตว์จากทางวิบากอันไร้แก่นสารเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ยิ่งตรึกนึกระลึกถึงพระคุณของตถาคต ก็ยิ่งบังเกิดแรงบันดาลศรัทธาขึ้นล้นเกล้า ชนิดที่เข้าใจเลยว่าความเคารพรักและบูชาขนาดยอมตายให้ใครสักคนได้นั้นเป็นอย่างไร

คิดถึงพระพุทธวจนะแล้วระลึกได้ว่าสิ่งบูชาที่พระองค์พอพระทัยสูงสุด มิใช่ดอกไม้หรือชีวิตใคร แต่เป็นธรรมบูชา ปฏิบัติภาวนาจนจิตเห็นแจ้งในธรรม แล้วน้อมความเห็นนั้นเป็นเครื่องถวายพระองค์

ปลงใจเห็นชอบดังนั้นก็หันมาทางแพตรี

"ผมขอเวลาทำสมาธิสักพักหนึ่งได้ไหม?"

หญิงสาวกำลังมองพระพักตร์และระลึกถึงพระพุทธคุณอยู่เช่นกัน เมื่อได้ยินเขาถามแสดงเจตจำนงก็เหลียวมาหาและกระซิบ

"ตามสบายค่ะ"

เห็นรอยยิ้มตอบของหล่อนในบัดนั้นแล้วก่อให้เกิดความรู้สึกสนิทแน่นแฟ้นฉันสหธรรมิก หรือเพื่อนผู้ยินดีร่วมเสพธรรม เป็น