ทางนฤพาน ตอนที่ 17

posted on 12 Jan 2008 11:48 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่  17  สาวเก่ง  

 

เป็นเวลาเกือบทุ่มครึ่งที่เกาทัณฑ์วางมือจากงาน ลุกจากโต๊ะ ลงลิฟต์ไปเข้าห้องประชุมเล็กตั้งความคาดหวังว่าจะได้นั่งจิบโกโก้ เอกเขนกมองแสงสีกรุงเทพฯยามราตรีจากมุมมองบนตึกสูงตามลำพัง ลืมงาน ลืมผู้คนเป็นการคลายเครียดเสียหน่อย

เปิดประตูเดินเข้าไปแล้วชะงัก เมื่อเห็นสองหนุ่มสาวกำลังนั่งสนทนาอยู่ มีแฟ้มวางตรงหน้า แสดงให้เห็นว่ากำลังคุยงาน

“อ้าว! โทษที นึกว่ากลับกันหมดแล้ว”

ทำท่าจะถอยฉาก แต่เชิงไทเรียกไว้เสียก่อน

“เฮ้ย! เสร็จธุระเรียบร้อย กำลังพูดถึงมึงอยู่พอดี มาคุยกันโว้ย”

“เหรอะ”

ความจริงเกาทัณฑ์สมัครใจจะย้อนกลับทางเก่ามากกว่า เพราะหญิงสาวผู้ร่วมโต๊ะประชุมกับเชิงไทมิใช่ใครอื่น เรือนแก้วนั่นเอง รู้สึกฝืนๆชอบกลนับแต่วันเจอกันที่โคราช จากที่เคยสนิท เคยเจอหน้ากันแล้วยืนทักทายหัวร่อต่อกระซิก เดี๋ยวนี้กลายเป็นสวัสดีแกนๆเฉพาะเมื่อเดินสวน บางทีถ้าอยู่ห่างหน่อยเดียว ก็เห็นหล่อนทำทีหมางเมินอย่างจงใจ

ตอนนี้เจอเข้าอย่างจัง แถมเชิงไทดันชวนให้อยู่คุยด้วย ถ้าหลบก็เหมือนประกาศเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหล่อนโดยใช่เหตุ จึงเลยตามเลย เดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะตามคำเชิญ โต๊ะนั้นกว้างยาวแค่พอนั่งแบบวางแฟ้ม วางกาแฟกันได้ประมาณแปดคน มีถ้วยใสเห็นเศษกาแฟติดก้นอยู่สองที่ แสดงว่าผู้ร่วมประชุมเพิ่งออกจากห้องเมื่อเร็วๆนี้ เหลือเพียงเชิงไทกับเรือนแก้วคุยค้างตามลำพัง

“ไงวะ วันนี้หน้าตาเอางานเอาการ มืดค่ำป่านนี้ยังไม่ไปหาน้องแพเหรอะ?”

เชิงไทกระเซ้า เกาทัณฑ์ยักคิ้วตอบเอื่อยเฉื่อย

“ว่าจะลาสักพักน่ะ ช่วงนี้เลยอยู่สะสางงานให้หมด”

“อะฮ้า! อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ไม่เลวนี่ รอบนี้คงนัดหวานใจไปสร้างหนังนิยายรักเรื่อง ‘เจ็ดวันรอบโลก’ กระมัง?”

เกาทัณฑ์อึดอัดกับความพยายามของเชิงไทที่ตั้งหน้าตั้งตามุ่งเข้าหาแพตรีเป็นหลัก ที่จริงถ้าอยู่กันตามลำพังประสาชายก็คงไม่กระไร ทว่านี่มีเรือนแก้วอยู่อีกคน แม้เค้าหน้างามในชุดสูทเนี้ยบกริบจะเบนมองไปทางหนึ่งห่างไกล แต่เกาทัณฑ์ทราบว่าหล่อนจะฟังทุกคำโต้ตอบระหว่างเขากับเชิงไท ก็เชิงไทเพิ่งบอกหยกๆว่าเมื่อครู่ประเด็นสนทนาคือเรื่องของเขาอยู่นั่นไง

“ลาพักเพราะเหนื่อย ไม่ใช่มีโครงการนัดเที่ยวที่ไหน กูยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขามากมายขนาดนั้น”

เชิงไทฟังคำแถลงนั้นแล้วแปลความหมายว่าเพื่อนจะแทงกั๊ก แบบบอกผ่านเข้าหูเรือนแก้วว่าที่จริงยังโสดสนิท จึงร้องว่า

“แอ๊ะๆ...แฮ่! พูดอู้อี้เหมือนอมลูกแตงโมไว้ในปาก ฮะๆ ไอ้บั่วเอ๊ย”

เรือนแก้วอดขำสำเนียงเสียดสีของเชิงไทไม่ได้ หล่อนเสเปิดแฟ้มตรงหน้า ทำทีคล้ายปลีกตัวออกนอกวงสนทนา เกาทัณฑ์ระบายลมหายใจยาว เป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อน

“แอ้”

หล่อนเงยหน้ามอง ก่อนขานรับด้วยเสียงหวานเจื้อยแจ้ว

“ขา...”

แถมด้วยการโปรยยิ้มโลกเปิดที่บาดใจเขามานาน เกาทัณฑ์รู้สึกแปลกๆ ดูทีเรือนแก้วทอดสนิทคืนเป็นปกติรวดเร็วเหลือเกิน สงสัยก่อนหน้าเขาเข้ามา คงมีรายการยำใหญ่ใส่ไข่จนชื่นมื่นได้ที่เหมาะแล้วกระมัง

กระแอมเล็กน้อย ทำอย่างไรได้ เรียกไปแล้วก็ต้องทักทายโอภาปราศรัยตามเรื่องตามราว

“วันนี้ดูสดชื่นดีนะ ถ้าจะเงินเดือนขึ้น”

“อ๋อ เปล่า...เปล่า เงินเดือนเท่าเดิม” หล่อนโต้ตอบอย่างคล่องแคล่ว “แต่สาวน้อยร้อยชั่งที่ยังโสดก็ดูหน้าระรื่นอย่างนี้แหละค่า มีเวล่ำเวลาตะแล้ดแจ๊ดแจ๋ไปเรื่อย เป็นเรื่องธรรมดา ประสาคนไร้ห่วง อิจฉาเหรอคะ?”

เกาทัณฑ์หัวเราะกร่อย เอานิ้วก้อยเขี่ยปลายจมูกเพราะคันคารมยั่วนั้น โดยเฉพาะที่หล่อนใส่จริต ออกเสียงควบกล้ำ ร. เรือเสียชัดเกินเหตุทุกคำ

“เปล่าอิจฉาแอ้หรอก คงอิจฉาเจ้าเชิงมากกว่ามั้ง เห็นมันมีเวลาส่วนตัวหลังประชุมกับสาวอย่างนี้”

“สาวคนนี้ไม่น่าปลื้มพอหรอกค่ะ สู้น้อง...น้องอะไรนะ?”

แสร้งเอียงหน้าถามเชิงไท ฝ่ายถูกถามซ่อนยิ้มไว้ ก่อนตอบสั้นๆ

“แพ”

“อ้อ ค่ะ ใครจะไปน่าปลื้มเท่าน้องแพคนสวยของเต้ล่ะ เมื่อกี้ก็เพิ่งปรึกษากับเชิงว่าวันแต่งจะช่วยใส่ซองเท่าไหร่ดี”

เชิงไทรับลูก

“กูจะให้เป็นคูปองแลกอาหารมังสวิรัติ”

แล้วสองหนุ่มสาวก็หัวเราะฮึ่มพร้อมกัน ทำเอาคนถูกรุมต้องพยักพเยิดผสมโรงห้วนๆ

“งั้นมึงไม่ต้องกินของในงานกู!”

“น้าน!” เชิงไทร้องเสียงหลง “ยอมรับแล้วใช่ไหมว่ากำลังจะแจกบัตรเชิญ?”

เกาทัณฑ์ยักไหล่ ถือคติพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง เรือนแก้วเห็นเขาเหลือบตาลงต่ำเช่นนั้นก็ดุเชิงไท

“เชิงอย่าถามเสียงดังสิคะ ฟังแล้วไม่น่าตอบเลย”

ดุคนหนึ่งเสร็จก็ยื่นหน้าถามอีกคนด้วยยิ้มอันน่าพิสมัยคล้ายปลอบเด็ก

“ตกลงพระคุณท่านจะแต่งเมื่อไหร่เจ้าคะ?”

เกาทัณฑ์เบือนหน้ายิ้ม ขำก็ขำ รำคาญก็รำคาญ เลยตอบส่งเดช

“พรุ่งนี้บ่ายๆมั้ง กะว่ากินข้าวเที่ยงเสร็จถ้าไม่จู๊ดๆก็คงพร้อม”

“โธ่โถ...เต เต่ เต้ เต๊ เต๋ ตอบเป็นเล่นอย่างนี้แสดงว่าจะทำตัวเป็นผู้โชคดีที่ปากแข็งอย่างเสมอต้นเสมอปลายสินี่ แล้วเรื่องของเรา...ว้าย! พูดไม่ชัดเดี๋ยวเข้าใจผิด แล้วตกลงนับแต่นี้แปลว่ากลุ่มเราถูกเต้ตัดตายขายขาด ไม่มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอีกแล้วใช่ไหม มีเจ้าของแล้วนี่?”

สายตาจรดนิ่งของหญิงสาวมีแรงดึงดูดรบกวนจิตใจเอาเรื่อง เกาทัณฑ์ไม่อยากหันมามองตรงๆ วันนี้หล่อนสวยเฉี่ยวบาดอารมณ์อย่างน่าแปลก ความเรียกร้องอันเร้นลับระอุไปทุกกระเบียดเนื้อ แค่ส่วนปลายเนินอกที่พ้นขึ้นมาจากคอเสื้อ ก็เห็นแหลมคมจัดจ้านพอจะเป็นชนวนระทึกใจได้ชะงัดแล้ว

หล่อนมีศิลปะในการแต่งหน้า แต่งองค์ทรงเครื่องให้เฉียบคมไฉไล และเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของแต่ละวันได้อย่างน่าทึ่ง เขาสังเกตวิธีปรุงแต่งสีสันของเรือนแก้วเสมอ ความเก่งรอบตัว ผสมกับความรู้จักเครื่องหน้าตัวเอง เข้าใจเนื้อหาของเครื่องสำอางกับกลิ่นน้ำหอม ทำให้หล่อนมีบุคลิกอะไรก็ได้ที่อยากจะเป็นไป

อย่างเช่นวันนี้แต่งเฉี่ยว ประทินโฉมไว้เข้ม ใส่น้ำหอมชนิดแรงจัดจ้าน แสดงอารมณ์กล้าและความเชื่อมั่นที่จะดึงดูดคนให้หันความสนใจจับตา ก็แทบทำให้ชายมโนธรรมต่ำทั้งหลายที่เฉียดผ่านนึกมันเขี้ยวอยากกระโดดกอดรัดฟัดเหวี่ยงดื้อๆ

มาดหล่อนก็เป็นอีกอย่างที่ดึงดูดใจได้ผลเสมอ ตอนใส่สูทสีขรึมแล้วนั่งนิ่งๆนี่ ทีแรกเห็นจากระยะไกลอาจนึกว่าเป็นผู้บริหารสักคน แต่หลังเลิกงานเมื่อคุยกันเองกับเพื่อน ก็ออกบุคลิกสาวรุ่นกระเตาะ พร้อมจะใส่เสื้อยืดรัดรูป กางเกงยีนส์ขากระดิ่งได้ไม่ขัดเขินทันทีเช่นกัน

เรือนแก้วทำงานตั้งแต่อายุ 17 ด้วยปัญหาการเงินทางบ้าน สามารถส่งตัวเองเรียนจบตรีได้ด้วยความขยันผิดวัย นับแต่รับจ้างพิมพ์วิทยานิพนธ์ให้พวกนักศึกษารวยแต่ขี้เกียจ รับแปลเอกสารอังกฤษและญี่ปุ่นตามความถนัด จนกระทั่งโชคดีมีผู้ใหญ่ในบริษัทนี้เห็นความสามารถ จ้างเป็นเลขาฯพาร์ทไทม์ให้ดูแลงานเอกสารต่างประเทศโดยเฉพาะ

พอจบตรีพร้อมทำงานเต็มเวลา ก็เลื่อนขั้นปุบปับเป็นผู้ช่วยผู้บริหารระดับสูง อันเป็นตำแหน่งพิเศษ เป็นหูเป็นตา และเผลอๆก็คิดแทนผู้ใหญ่ได้สารพัดเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับคู่ค้าต่างประเทศ เหลือเชื่อที่งานใหญ่บางงานเริ่มเจรจากันได้เพียงเพราะทางโน้นทราบว่าจะมีหล่อนเป็นผู้ประสาน

จนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่หล่อนทำอยู่นั้นง่ายมากต่อการล้ำเส้นผู้ใหญ่ แต่เรือนแก้วก็สามารถรักษาระดับของตัวเองไว้ได้พอเหมาะพอเจาะ ขนาดที่ไม่ถูกใครเพ่งเล็งจับผิดด้วยความหมั่นไส้เอาเลย

ด้านอุปนิสัย ถ้าตัดความเอาแต่ใจในบางครั้งทิ้ง ก็นับว่าเรือนแก้วเป็นคนน่ารัก น่าคบหายิ่ง หล่อนยกย่องส่งเสริมเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง กับทั้งไม่ถือเนื้อถือตัว ปรับสติให้อยู่ในสภาพพร้อมทำงานและพร้อมเล่นได้เสมอ น้องๆ