ทางนฤพาน ตอนที่ 18

posted on 12 Jan 2008 11:49 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่  18  เจ้าเสน่ห์  

 

เกาทัณฑ์และเรือนแก้วกำลังท้องร้องจ๊อกๆอยู่พอดี เมื่อเชิงไทชวนทานข้าวจึงตกลงตามกัน

“กินไหนดี?”

เรือนแก้วถามด้วยเสียงติดเบื่อหน่อยๆเมื่อคิดถึงร้านใกล้ละแวก ช่วงค่ำคืนเช่นนี้เหลือตัวเลือกน้อยเต็มที

เชิงไทเอ่ยชื่อร้านสเต๊กแห่งหนึ่ง เพิ่งเปิดใหม่และเนื้ออร่อยนุ่ม เรียกน้ำลายชุ่มลิ้นชะงัด เสิร์ฟพร้อมไวน์แดง ช่วงแนะนำตัวราคาถูกอีกต่างหาก เพื่อนทั้งสองฟังเขาพรรณนาแล้วเกิดอยากลองทันใด เผื่อวันหลังจะได้พาใครไปร่วมอร่อยบ้าง

เชิงไทบอกคร่าวๆว่าร้านตั้งอยู่ตรงไหน แต่อันเนื่องจากเป็นกลางซอยไม่คุ้นถิ่นไกลออกไป จำเป็นต้องเขียนแผนที่ ชายหนุ่มขี้เกียจขึ้นมา เลยชวนขึ้นรถตนเองคันเดียวสิ้นเรื่องสิ้นราว จะได้ถึงพร้อมกัน ไม่ต้องมีใครนั่งแกร่วรอด้วย

สองหนุ่มและหนึ่งสาวมานั่งรับประทานมื้อเย็นด้วยกัน ท่ามกลางแสงเทียนและเสียงดนตรีละเมียด สนทนาเรื่องเบาหัว เรือนแก้วเป็นสีสันสดใสและความน่ารักน่าใคร่ของโต๊ะ ทำให้เวลาชั่วโมงครึ่งผ่านไปด้วยความเพลิดเพลินเจริญอาหาร

เกาทัณฑ์ดื่มไวน์ทั้งรู้ว่าเป็นของมึนเมา ผิดศีล ขณะนี้เขาไม่นับตนเองเป็นคนถือศีล แต่ตระหนักว่าเมื่อละเมิดข้อใดข้อหนึ่งแล้วเป็นภัย จึงตั้งสติรู้ตัวว่าดื่มเพราะอยากในรสนุ่มลิ้นทว่าบาดคอนั้น แต่ไม่ปล่อยให้มึนเมา เอาพอกำซาบร่วมหมู่กับเพื่อนได้ตามปกติ กับทั้งกำหนดใจว่าจะพิจารณาให้เห็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปรุงขึ้นโดยปราศจากเจตนาใช้เป็นตัวยานั้น บ่อนทำลายสติ ฉุดวิญญาณให้ตกต่ำลง เพื่อว่าวันหนึ่งจิตจะเห็นจริง และคิดผละจากไปเองโดยปราศจากการบังคับ

จวนห้าทุ่ม เป็นเวลาร้านใกล้ปิด สามหนุ่มสาวเดินออกมาตามทาง บรรยากาศสรวลเสเฮฮาประสาเพื่อนสนิทยังกระจายรอบ เชิงไทกดรีโมตคอนโทรลปลดล็อกประตูแต่ไกล เรือนแก้วได้ยินเสียงสัญญาณแล้วหัวเราะออกมาเอิ๊กอ๊ากตามอารมณ์ไวน์

"ตุ๋ย...ตุ๋ย"

หญิงสาวร้องเลียนรีโมตฯ เกาทัณฑ์กับเชิงไทหัวเราะตาม เมื่อเกาทัณฑ์มาที่ประตูหน้าด้านข้างคนขับขยับจะเปิด เรือนแก้วก็ชิงเบียดเขี่ยเขาออกนอกทางด้วยสะโพกกลมมนเสียก่อน

“ให้แอ้เป็นตุ๊กตาหน้ารถของเชิงมั่งซิ”

หล่อนเอ่ยเสียงปกติ แต่ตาฉ่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เกาทัณฑ์ผายมือสองข้างออกอย่างเชื้อเชิญตามอัธยาศัย ความจริงเรือนแก้วอยากเอนเบาะนอนพักตานั่นเอง

เมื่อรถเคลื่อนจากที่และเชิงไทจะเบนทิศกลับบริษัทเพื่อให้เพื่อนหญิงชายไปเอารถของแต่ละคน เรือนแก้วก็ห้ามไว้และขอว่า

“ตรงนี้อยู่ครึ่งทางระหว่างออฟฟิศกับห้องพักแอ้แถวพัฒนาการ เชิงช่วยส่งหน่อยได้ไหม อยากงีบน่ะ ขี้เกียจกลับไปเอาแล้ว พรุ่งนี้เช้ามาแท็กซี่ดีกว่า”

เชิงไทพยักหน้าด้วยความเต็มใจ

“ได้ซี่”

หญิงสาวบอกที่หมายว่าถึงศูนย์การค้าใหญ่แห่งหนึ่งให้ปลุก หล่อนจะลุกขึ้นมาบอกทางต่อ เกาทัณฑ์อยู่ในเงามืดตอนหลัง รู้สึกนุ่มสบาย อากาศเย็นฉ่ำ ก็เอนตามยาวเหมือนกัน แต่ไม่หลับ ยังคงส่งเสียงคุยเป็นเพื่อนเชิงไทเรื่อยๆ

ทีแรกก็คุยกันเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องทิศทางของนโยบายบริษัท ซึ่งมีเนื้อหาใหญ่น้อยกินเวลานานเอาการ แต่พอถึงจุดหนึ่งเมื่อต่างเงียบกันเป็นครู่ เชิงไทซึ่งยังคาใจกับเรื่องที่เหมือนค้างๆไว้ในห้องประชุมเล็ก ก็เอ่ยขึ้นมา

“ตอนนี้มึงเป็นพุทธเต็มตัว เต็มใจแล้วสิ”

ช่วงทานข้าวเย็นและบทสนทนาเรื่องทั่วไปที่พักคั่นมาระยะหนึ่งทำให้กลับมาคุยประเด็นธรรมะต่อได้ราบรื่นขึ้น สุ้มเสียงเชิงไทฟังลดความตั้งแง่ยียวนลงกว่าเดิมเยอะ

“ก็คงงั้น”

“เล่าให้ฟังหน่อยซิเป็นไงมาไง จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เราคุยกันเกี่ยวกับอะไรเทือกนี้เมื่อหลายปีก่อน มึงยังออกท่าแอนตี้อยู่เลย”

“หรี่แอร์หน่อยดิ๊เฮ้ย เร่งเข้าไปได้เกือบสุด หนาวจะตายชัก”

“ยายแอ้เป็นคนเร่งนี่หว่า”

เชิงไทหรี่ให้ตามคำขอ แล้วถามซ้ำ

“เล่าให้ฟังหน่อยสิ เป็นไงมาไงถึงเจอพระดีได้ อยู่ๆมึงคงไม่ขับรถเข้าไปฟังเทศน์ในกุฏิเองแน่”

เกาทัณฑ์เอาสองมือหนุนศีรษะ ขี้เกียจเล่า แต่ก็รวบรัดอย่างเสียไม่ได้

“เมื่อเดือนก่อนไปเยี่ยมปู่ คุยไปคุยมาเกี่ยวกับธรรมะแล้วติดลมน่ะ เผอิญวัดใกล้บ้านปู่มีพระดี ทำให้กูเข้าใจและรู้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง ความศรัทธาเลยมาเอง”

“น้องแพเป็นคนพาไปล่ะสิ?”

เชิงไทดักคอ เกาทัณฑ์เงียบ

“กูฟังมึงพูดก็ชักสนใจเหมือนกันโว้ย วันหลังพาไปหาพระอาจารย์ของมึงหน่อยสิ ท่านต้องมีดีอะไรสักอย่างทำให้เห็นจริงเห็นจังได้ ลำพังข้อธรรมะอย่างเดียวคงไม่ทำให้มึงเลื่อมใสศรัทธาเร็วอย่างนี้”

เกาทัณฑ์มองเพดานรถนิ่ง จับน้ำเสียงแล้วพอเดาถูกว่าเพื่อนอยากรู้อยากเห็นมากกว่าอย่างอื่น ก็คล้ายตนเองตอนเริ่มแรกนั่นแหละ

แต่ด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาในพระอาจารย์ คิดว่าถ้าบุญพาวาสนาส่ง เชิงไทเคยมีนิสัยกับท่านมาก่อน อาจเกิดโอกาสได้ดี ก็ตกปากรับคำเบาๆ ทว่าหนักแน่น

“โอเคเลยเชิง”

“พาแอ้ไปด้วยนะ”

เรือนแก้วพึมพำ

“อ้าว ไหนว่าหลับไงล่ะนี่”

เชิงไทหันมองข้างกาย ทักยิ้มๆ

“กำลังละเมอมั้ง”

หล่อนตอบทั้งยังปิดตา

“ใกล้ถึงตรงที่แอ้ให้ปลุกพอดีแหละ”

เมื่อคนขับบอกเช่นนั้น หญิงสาวจึงเปิดเปลือกตาขึ้นมา รถกำลังเร่งความเร็ว จังหวะเดียวกับที่หล่อนเห็นเงาคนวูบไหวจะข้ามถนน จึงยกมือชี้เตือนดังๆ

“คน…คน!”

เชิงไทยิ้มเย็น

“ก็คนน่ะสิ กลัวผมเห็นเป็นลิงเหรอะ”

แล้วก็หักเบี่ยงขวาอย่างรู้ว่าคนข้ามถนนคงไม่เสียสติกระโจนตามหัวรถมาแน่ๆ เกาทัณฑ์หัวเราะมาจากด้านหลัง ถนนว่างโล่งและติดไฟแดงแต่ละจุดครู่เดียว สองอึดใจต่อมาเรือนแก้วก็บอกให้เชิงไทเข้าซอยหนึ่งทางซ้ายมือ ลัดเลาะตามทางได้เกือบสามร้อยเมตรก็ถึงอาคารสูงหลายสิบชั้นอันเป็นที่พักอาศัยของหล่อน

หญิงสาวบอกตำแหน่งจอด เชิงไททำตามบัญชา แต่ขยับหลุกหลิกเหลียวล่อกแล่ก

“ชั้นล่างมีห้องน้ำให้เข้าไหม?”

เรือนแก้วหันมองท่าทีรุ่มร่ามของเพื่อนหนุ่ม ทีแรกจะบอกทางไปห้องน้ำของยามและคนเฝ้าเคาน์เตอร์ แต่เปลี่ยนใจคิดให้ความเอื้อเฟื้อ ไหนๆเขาก็อุตส่าห์มาส่ง และตึกนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ ใครคิดไม่ดีเห็นหล่อนหิ้วหนุ่มติดมาเข้าห้องสองคนก็ช่างหัว

“เข้าในห้องแอ้แล้วกัน”

เชิงไทยิ้มออก เปลี่ยนกิริยาเป็นนิ่งตามปกติ หญิงสาวชี้ทางลงที่จอดรถชั้นใต้ดินซึ่งมีช่องจอดเฉพาะของห้องหล่อนอยู่ ยามเห็นหน้าจำได้ก็ปล่อยรถผ่านไปโดยดี

ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นยี่สิบสาม สภาพภายในอาคารใกล้เคียงกับโรงแรมหรู พื้นปูหินอ่อนแล่นรอบตลอดชั้น ผนังและเพดานเรียบกริบดูแข็งแรง กันเสียงรบกวนข้ามห้องอย่างเด็ดขาด ระบบป้องกันอัคคีภัยวางไว้ถูกตำแหน่งตามเกณฑ์ รวมแล้วรู้ว่าเป็นหลักแหล่งอาศัยของคนรายได้สูงลิ่วแน่นอน

เรือนแก้วนำสองสหายมาถึงประตูห้อง 2307 ไขกุญแจสองระดับ เปิดออกกว้างแทนคำกล่าวเชื้อเชิญ พอหล่อนกดปุ่มบนแผงควบคุมที่ผนังด้านหน้า ทั่วทั้งห้องก็สว่างโร่ด้วยแสงไฟหลากชนิด ไอเย็นตามมาในเวลาไม่ช้านานโดยปราศจากเสียงหึ่งรำคาญหูของเครื่องปรับอากาศ

“ไม่เลวแฮะ”

เกาทัณฑ์เปรย ขณะที่เชิงไทปราดไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเรือนแก้วให้ไปเข้าห้องชั้นใน เนื่องจากประปาของห้องน้ำชั้นนอกชำรุด ความจริงเขาไม่ถึงขนาดเดือดร้อนหนักหนาสาหัส ที่แท้แค่อยากยลรังนอนของเรือนแก้วเท่านั้น

พื้นห้องปูพรมน้ำตาลอ่อน เข้ากับผนังสีเหลืองอมขาว ที่ประดับประดาด้วยภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่สองสามกรอบ สะท้อนสายตาที่มีให้กับงานศิลป์อันลุ่มลึกของผู้เป็นเจ้าของ ทว่าบางมุมก็ประดับประดาด้วยตุ๊กตาการ์ตูนหลากหลาย แสดงให้เห็นว่าเรือนแก้วยังคงไว้ซึ่งจินตนาการและอารมณ์แบบเด็กซุกซ่อนอยู่ เหมือนกับหญิงสาวหลายคนที่โตมากั