ทางนฤพาน ตอนที่ 19

posted on 12 Jan 2008 11:49 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่  19  ใจแกว่ง  

 

เกาทัณฑ์กำลังหลับสบาย เมื่อได้ยินเสียงกระซิบปลุกที่ข้างหู

“เต้...”

ลืมตาตื่นขึ้น มีสติชัดพอจะรู้ทันทีว่าไม่ได้อยู่ในห้องนอนตนเอง แต่เป็นของเพื่อนสาว และเสียงนั้นก็มิใช่ใครอื่น เรือนแก้วนั่นเอง บัดนี้ดวงหน้าสะอ้านมาลอยอยู่ใกล้เพียงสัมผัสลมหายใจได้

ดึงตัวนั่ง พลิกข้อมือดูเวลา เพิ่งตีห้า หันมองเชิงไทก็เห็นยังนอนกอดหมอนเค้เก้บนโซฟาฝั่งตรงข้าม นึกทบทวนความรู้สึกเมื่อครู่ว่าตนนอนอ้าปากหวอไร้สติอย่างที่เห็นเพื่อนเป็นอยู่อย่างน่าอับอายขายขี้หน้าในตอนนี้หรือเปล่า

“มีอะไรเหรอ?”

ถามเรือนแก้วพลางกวาดสำรวจร่างงาม พบว่าอยู่ในชุดเสื้อยืดกระโปรงยาวเลยเข่าสีชมพูหวาน ดูเป็นเลดี้กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

“ตามแอ้มานี่หน่อยสิ”

หญิงสาวดึงมือเขาอย่างสนิทสนม ทำให้เกาทัณฑ์ต้องเดินตามไปงงๆ และยิ่งประหลาดใจเมื่อทิศทางที่เรือนแก้วพาเดินนั้น คือห้องนอนชั้นในที่เปิดไฟไว้เพียงสลัวของหล่อนเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านล่วงเข้ามา หล่อนผลักประตูเปิดค้างไว้เกือบสุด อีกทั้งเดินนำเขาตัดผ่านห้องทะลุออกระเบียงเล็กอันเป็นจุดหย่อนใจด้านนอก ขณะนั้นทุกหนแห่งยังหม่นมืด กรุงเทพฯยามใกล้รุ่งมีสีกระดำกระด่างไปทั่ว เบื้องใกล้เป็นตึกเตี้ยแบบย่านเมืองใหม่ เบื้องไกลเป็นตึกสูงเกาะกลุ่มอยู่ลิบๆ

ความสดชื่นของอากาศเบื้องสูงทำให้ตาตื่นขึ้นเต็มหน่วย เกาทัณฑ์ปรับสติ รับรู้ว่าเพื่อนสาวอาจมีธุระอยากคุยด้วยเป็นส่วนตัวนั่นเอง เขารอให้หล่อนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

“ขอบใจนะเต้”

เรือนแก้วเอ่ยขณะวางศอกประสานปลายแขนกับราวกั้น เกาทัณฑ์เบิกตาอย่างนึกไม่ออกว่าหล่อนหมายถึงอะไร

“เรื่อง?”

“ที่เธอทำให้ฉันกลับมามีความรู้สึกด้านดีกับ...สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้อีก”

เกาทัณฑ์คลายสีหน้าอย่างถึงบางอ้อ

“อ๋อ...”

ขานรับรู้เพียงเท่านั้น มิได้เอ่ยต่อความยาว เนื่องจากเห็นว่าตนพูดสิ่งที่ควรพูดไปหมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวาน

หญิงสาวพักเงียบเป็นครู่ก่อนเอ่ย

“นั่นแหละสิ่งที่อยากบอก เช้านี้แอ้มีความสุขมาก” หล่อนยิ้มจนสุด “รบกวนเธอมากไหมที่ปลุกนี่? จำได้ว่าเคยบอกตื่นตีห้า”

“อือม์ เมื่อคืนนอนผิดเวลานิดหน่อย เลยไม่ตื่นเองอย่างเคย แต่หลับเต็มตาแล้ว”

“ถ้าอยากเข้าห้องน้ำเชิญตามสบายนะ ใช้ผ้าเช็ดตัวแอ้ก็ได้”

“ไม่เป็นไรหรอก อีกเดี๋ยวคงได้เวลากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องอยู่ดี”

“นัดกับเชิงหรือเปล่าว่าจะออกกี่โมง?”

“คิดว่าสักตีห้าครึ่ง รถรายังบาง พอวิ่งสะดวก”

“มีธุระช่วงเช้าหรือเปล่า?”

“ไม่มี”

“แอ้อยากชวนใส่บาตรด้วยกัน ก้นซอยมีอยู่วัดหนึ่ง เราไปทำกันตอนพระจะออกบิณฑบาตช่วงหกโมง เสียเวลาสักห้านาที-สิบนาที คิดว่ารวมเวลาพวกเธอกลับไปเปลี่ยนเสื้อแล้วก็คงทันเข้างานเก้าโมง”

เกาทัณฑ์เห็นแววตั้งใจดีจริงจังของเพื่อนสาวแล้วก็ไม่อยากขัดศรัทธา ตอบเกือบเป็นอัตโนมัติ

“โอเค ถึงสายหน่อยจะเป็นไรไป เราสามคนถึงที่ทำงานเจ็ดโมง-แปดโมงเป็นประจำอยู่แล้ว ต่อให้ไปถึงเอาเกือบเที่ยงสักวันหนึ่ง ก็คงไม่มีใครเหล่หรอก”

เรือนแก้วสยายยิ้มยินดี แล้วเดินกลับไปกลับมาผ่านหลังของเขา เกาทัณฑ์เหลียวมองอยู่ครู่หนึ่งก็หันกลับมาเล็งแลเบื้องบน เพดานโลกกลางใจเมืองประดับกระจุกดาวเพียงหย่อมหยิบมือ ห่างชั้นกับความน่าซาบซึ้งในถิ่นห่างไกลแสงสีลิบลับ

หญิงสาวกลับมาหยุดยืนข้างๆ แล้วโดยที่เกาทัณฑ์ไม่คาดคิด หล่อนกลับหลังหันสปริงตัวขึ้นนั่งบนราวกั้น ทำเอาชายหนุ่มถึงกับผวา ขยับแขนจะคว้า เพราะระดับที่อยู่ด้วยกันนั้นเป็นชั้น 23 ก้มมองลงไปเห็นพื้นไกลลิบ ถ้าหล่อนสปริงตัวเกินแรง หรือคว้าราวยึดพลาด หงายหลังพลัดตกลงไป ก็คงมีสภาพเหมือนกุหลาบถูกขยี้เท่านั้น

แต่เรือนแก้วก็ใช้ข้อเท้าเกี่ยวซี่กรงไว้ ประดิษฐานเด่นแน่วนิ่งบนราวมั่นคงดี ดูไม่น่าเป็นห่วง เกาทัณฑ์จึงได้แต่ส่งสายตาตำหนิว่าเสี่ยงเล่นอะไรเป็นเด็กซนอย่างนี้ กับทั้งเป็นหน้าที่ของเขาจะต้องจับตาระแวดระวังไม่กะพริบนับแต่นั้น จับพลัดจับผลูเสียหลักจะได้ฉวยทัน

เบื้องหลังหล่อนคืออากาศว่างเวิ้งละโล่งลิ่วชวนเสียวสันหลังแทนเป็นอย่างยิ่ง เรือนแก้วเห็นสายตาพะวงของอีกฝ่ายแล้วนึกอยากยั่วให้เป็นกังวลหนักขึ้นอีก จึงเอนหลัง เกร็งหน้าท้องเอี้ยวตัวก้มมองย้อนลงไปตามแนวดิ่ง กางสองแขนกระพือคล้ายจะเลี้ยงตัวไม่อยู่และร้องออกมาดังๆ

“เจ้าข้าเอ๊ย! สูงอะไรอย่างนี้!”

ภาพน่าหวาดเสียวนั้นทำให้คนเห็นถึงกับโหวงหวิวไปจนสุดท้องน้อย เกาทัณฑ์เกรงว่านั่นจะกลายเป็นตลกเลือด ขอเพียงเรือนแก้วหมดแรงทรงกำลังหน้าท้อง หรือเท้าหลุดจากการยึด และเขาคลาดสายตาเพียงกะพริบ มัจจุราชที่กำลังส่งเสียงหวีดแผ่ววังเวงในสายลมก็พร้อมจะกระชากคนอวดดีให้ปลิวร่วงลงสู่แท่นประหารเบื้องล่างโพ้น มอบความเจ็บร้าวตั้งแต่ข้อกระดูกถึงวิญญาณเป็นรางวัลก่อนถึงแดนพญายมทันที

รำคาญที่ต้องฝืนเกร็งขาแข้งไม่เป็นสุข จึงตัดสินใจก้าวประชิด ตั้งหลักอย่างมั่นคง อ้อมปลายแขนช้อนเอวกิ่วออกแรงดึงกลับเข้ามา เรือนแก้วหัวเราะใส สองเท้าหย่อนตุ้บลงพื้นด้วยพลกำลังของเขา

“คึกอะไรขึ้นมานะเช้านี้? ถ้าพลั้งไปไม่คุ้มกันเลย”

ทำเสียงเอ็ดคล้ายพี่ปรามน้อง เรือนแก้วหัวเราะก้องอยู่ในสายลมผ่าน พลางถอยเท้าห่างออกไปแลบลิ้น ยกสองนิ้วฉีกตายียวน เกาทัณฑ์ส่ายหน้าดิก

“เพิ่งรู้นะว่าเป็นโรคชอบทำให้คนอื่นห่วง”

“ใครใช้ให้ห่วงล่ะ ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย”

ชายหนุ่มเท้าเอว ไม่แน่ใจว่านั่นคือตัวอย่างอาการเรียกร้องความสนใจของอดีตเด็กมีปัญหาหรือเปล่า

“ตอนยังเล็กแอ้คงน่าตีพิลึกนะ”

“ตอนนี้ก็น่า...” จีบปากยิ้มท้า “อยากตีไหมล่ะ?”

เกาทัณฑ์ระบายลมหายใจยาว ก่อนชวน

“เข้าข้างในกันเถอะ”

“ทำไมอ้ะ อุตส่าห์จะชวนออกมาดูวิวสวยๆ กลัวความสูงเหรอ มองนานๆแล้วหวิว ลมจะใส่กระมัง?”

“ฮื่อ ผมมันปอดแหก...เตรียมของใส่บาตรหรือยัง อีกเดี๋ยวจะได้เวลาแล้ว”

“ยังไม่ได้เตรียม”

“งั้นไปเถอะ”

“ไปก็ไป”

หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงเย้า เกาทัณฑ์ยอมรับว่าทีท่าน่าพิสมัยของหล่อนทำให้จิตใจเขาว้าวุ่นไปหมด

เข้าข้างในด้วยกัน เรือนแก้วสาวเท้าเนิบๆไปหมุนปุ่มเพิ่มความสว่างจากเดิมสลัวเป็นกระจ่างจ้า แล้วเปิดตู้เสื้อผ้า รื้ออยู่อึดใจเดียวก็นำผ้าเช็ดตัวพับหนึ่งมาส่งให้

“อาบน้ำสิ เดี๋ยวใส่บาตรจะได้ใจดีๆ”

ก้มมองผืนผ้าตรงหน้า อยากอาบน้ำอยู่เหมือนกัน จึงรับมา น่าแปลกที่หล่อนไม่ยักนึกรังเกียจดังควรจะเป็น อาจเพราะตัดใจบริจาค เสร็จแล้วทิ้งเลยก็ได้

“ขอบใจนะ”

จากนั้นก็แยกย้าย เรือน