ทางนฤพาน ตอนที่ 20

posted on 12 Jan 2008 11:49 by bannpeeploy in articles, buddhism
 

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่ 20  กรรม   

เมื่อเรือนแก้วมาถึงเคาน์เตอร์เช็กอิน ก็เห็นร่างสูงของเกาทัณฑ์กำลังยกกระเป๋าเดินทางขึ้นสายพานลำเลียงอยู่พอดี หล่อนยิ้มนิดหนึ่ง รีบลากกระเป๋าของตนรุดไปหา และส่งเสียงเหมือนลูกน้องเจอเจ้านาย

“สวัสดีค่ะท่าน”

พอเขาหันมามองตามเสียงทัก เรือนแก้วก็นึกสนุกพนมมือไหว้ ยอบกายถอนสายบัวอย่างพินอบพิเทา เกาทัณฑ์เห็นแล้วเกือบหัวเราะ หล่อนไหว้สวย ดูชดช้อยนอบนบ อ่อนโยนจริงใจจนต้องรับมุขด้วยการพยักหน้าหงึกหนึ่ง

“อือม์ ไหว้พระเถอะหนู”

นั่นกลายเป็นละครโรงเล็กที่แต่ละฝ่ายลวงตาด้วยภูมิอันมีจริงในตน สบตาแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน ถอดโขนกลับสู่สภาพปกติ

“มานานแล้วเหรอ?”

เรือนแก้วถามพลางเตรียมยกข้าวของขึ้นสายพานเอ็กซเรย์

“ก็เดี๋ยวนี้แหละ”

เกาทัณฑ์ตอบแล้วช่วยเป็นธุระ ออกแรงยกของหนักให้

“จ๋ายมารึยัง?”

“ไม่เห็นนี่ อาจเข้าไปนั่งรอข้างในแล้วมั้ง”

สองหนุ่มสาวผ่านขั้นตอนเช็กอินและเสียค่าธรรมเนียมต่างๆเรียบร้อยแล้วเดินเข้าห้องโถงผู้โดยสารรอขึ้นเครื่องด้วยกัน

“ได้ตั๋วบิสเน็ซคลาสหรือเปล่า?”

หญิงสาวถามอย่างกะจะชวนเขาใช้สิทธิ์พิเศษเข้าไปนั่งในเลานจ์เพื่อทานของว่างและเครื่องดื่ม แต่เกาทัณฑ์สั่นศีรษะ

“ยายจ๋ายเพิ่งจองให้ตอนเช้าวันพฤหัส ก็เหลือแต่ที่นั่งด้านหลังน่ะซี คุณพิจัยเล่นสั่งปุบปับอย่างนี้”

มานั่งเคียงข้างกันที่เก้าอี้รับรองธรรมดา เรือนแก้วแอบยิ้มสะใจไม่ให้เขาเห็น แต่ถามเสียงรื่นฟังเป็นปกติ

“แล้วไงจ๊ะ งานด่วนพิเศษกะทันหันนี่ทำให้ผิดแผนสุดสัปดาห์กับใครหรือเปล่า?”

ถามจี้ใจดำแท้ ชายหนุ่มแสยะยิ้มหน่อยหนึ่งก่อนวางหน้าเป็นปกติ ขณะคิดหาคำตอบอยู่นั้น เผอิญเงาร่างจ้อยผ่านเข้าหางตาดึงความสนใจให้เหลือบมอง ลูกสาวฝรั่งอายุประมาณ 2 ขวบ ตาสีฟ้า ผมสีทองเดินกะด๊อกกะแด๊กเหมือนตุ๊กตาจวนหมดลานใกล้เข้ามา แม่หนูน้อยเงยหน้าขึ้นเห็นสาวผมสั้นนั่งไขว่ห้างแล้วชะงัก ทำตาแป๋วจับจ้องคล้ายสงสัยติดใจอะไรบางอย่าง เรียกว่าตุหรัดตุเหร่มาสะดุดของแปลกแล้วถึงกับมองค้าง

“อุ๊ย! น่ารัก!”

หญิงสาวอุทาน แต่พอหล่อนยิ้มใจดี แบสองมือยื่นเหมือนจะขออุ้ม แม่หนูก็ลังเล เริ่มหันรีหันขวาง และที่สุดคือตัดสินใจหมุนตัว ซอยเท้าปร๋อกลับไปหาแด๊ดดี้กับมัมมี่ที่ยืนหัวร่อเอิ๊กอ๊ากอยู่กับชายไทยคนหนึ่ง

“เฮ้อ! ทำงานจนลืมอยากมียังงี้มั่ง”

เรือนแก้วเปรยบ่นอย่างปราศจากความขวยเขิน

“โถ แม่คุณ ทำเป็นบ่นแล้ว เพิ่งอายุเท่าไหร่เอง”

“ก็เท่าที่สมัยก่อนเขามีลูกกันครึ่งโหลล่ะน่า”

ชายหนุ่มยิ้มในหน้า คนเราพอมีความมั่นคงในอาชีพการงานถึงจุดหนึ่ง เมื่อเห็นเด็กน่ารักเข้าก็มักเกิดแรงบันดาลใจอยากมีของตัวเองไว้อุ้มเล่นบ้าง

“เห็นลูกคนอื่นน่ารัก อยากมีลูกกับเขามั่ง พอลูกออกมาหน้าเหมือนหนูถีบจักรก็เสร็จเลยนะเธอ”

เขาพยายามเบี่ยงเบนให้เป็นเรื่องชวนหัว

“ถ้าพ่อหล่อแม่สวยลูกออกมาต้องน่ารักอยู่แล้วล่ะ ไม่กลัวหรอก”

เรือนแก้วโต้คล้ายค้าน มีนัยแฝงในน้ำเสียงและวิธีปรายหางตาที่พอเชื่อว่าเจตนาจูงใจให้คิดถึงเงาร่างที่เคียงข้างกันระหว่างหล่อนกับเขา และเห็นความเข้าคู่เหมาะเจาะราวกับเป็นสองข้างปีกผีเสื้อลายเท่แปลก ซ้ายขวาดุจเงาสะท้อนที่รักษาดุลของแต่ละฝ่ายไว้พอดีกัน

เกาทัณฑ์พลอยนึกตามถึงความน่าจะเป็นที่ลูกผู้มาเกิดกับตนและเรือนแก้วคงน่าเอ็นดู สังสารสัตว์มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เมื่อมาเกิดกับพ่อแม่คู่ไหน ก็ต้องอาศัยระดับบุญบารมีที่คล้องจองตามนั้น ช่วงชีวิตนี้ของเขากับหล่อนมีแต่น้ำขึ้นกับขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าวิบากดีกำลังให้ผลเต็มกำลัง ดังนั้นเมื่อได้ลูก ก็ควรเป็นวิญญาณที่มีดีพอมาร่วมเสวยสุขที่พ่อแม่สั่งสมไว้ปูพรมรอรับ

จับตาเล็งแลแม่หนูน้อยผมทองคนนั้น ซึ่งบัดนี้ไปยืนเกาะขาแหม่มผู้เป็นแม่แจ รู้สึกครึ้มจนเผลอระบายยิ้มอยู่พักหนึ่ง ก่อนหุบลงก้มหน้าขมวดคิ้วตำหนิตนเองเมื่อรู้ตัวว่าคิดเลยเถิดมาถึงไหนแล้ว

ใจ…

อยู่ใกล้ใครก็ไขว้เขวมาหาคนนั้น

“เต้ เธอเชื่อไหมว่าคู่สร้างคู่สมนี่จะหน้าตาคล้ายกัน?”

เรือนแก้วถามเหมือนลืม…ลืมสนิทว่าเขากับหล่อนมีความละม้ายจนใครต่อใครทักถามหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า

“ก็…”

เกาทัณฑ์คิดอยู่ครู่ ถ้าสมัยก่อนเขาคงตอบกลั้วหัวเราะทำนองเห็นเป็นเรื่องไร้สาระไปแล้ว

“ถ้าเอาที่ผมเชื่อตอนนี้ คนเราหน้าตาคล้ายกันก็เพราะทำอาจิณณกรรม หรือกรรมที่ทำจนสั่งสมเป็นความเคยชินมาทำนองเดียวกัน ถ้าทำด้วยกันก็เป็นความผูกพันดึงดูดมาเข้าคู่ได้ แต่ถ้าต่างคนต่างทำ ก็คงไม่มีความเกี่ยวพันอะไร แบบดารานำที่ดูละม้าย สมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก ก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่เห็นมาจับคู่กันนอกจอเลย”

เรือนแก้วคิดครวญแล้วพึมพำ

“แอ้ก็เคยนึกนะว่าในบรรดาการเข้าจับคู่กันของสิ่งต่างๆในธรรมชาติ การจับคู่ของมนุษย์หญิงชายมีเงื่อนไขซับซ้อนพิสดารกว่าอย่างอื่นหมด...”

เมื่อคิดถึงคำว่า ‘อาจิณณกรรม’ ที่เกาทัณฑ์ใช้เมื่อครู่ ก็ถามสืบต่อมา

“ว่าแต่กรรมนี่คือการกระทำใช่ไหม?”

เกาทัณฑ์พยักหน้า

“นั่นคือคำแปล แต่เมื่อพูดว่า ‘การกระทำ’ นี่คนมักนึกถึงการลงไม้ลงมือทำเรื่องราวให้เกิดอะไรขึ้นสักอย่าง พระพุทธองค์ตรัสไว้อย่างชัดเจนคือ ‘เรากล่าวว่ากรรมคือเจตนา เจตนาคือกรรม’ หมายความว่าแค่คิดก็เป็นกรรมได้แล้ว ยังไม่ต้องพูด ยังไม่ต้องเคลื่อนไหวมือไม้กันเลย”

เรือนแก้วเอียงคอข้องใจ

“แอ้มักหงุดหงิด ขับรถแล้วนึกด่าพวกซิ่ง พวกปาด พวกเร่งจี้หลังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ก็ถือว่าเป็นอาจิณณกรรม เป็นตัวนำมาเกิดเป็นนั่นเป็นนี่ได้?”

เกาทัณฑ์ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะผนึกจิตให้รวมแน่นอยู่ในสภาพเห็นกายเป็นอนัตตา แล้วจึงทบทวนคำถามของเรือนแก้วใหม่ อาศัยจิตของตนเป็นเวทีทดสอบของจริง ชั่งน้ำหนักแล้วกล่าวตอบอย่างละเอียดตามความเห็นที่เกิดขึ้น

“สมมุติว่าแอ้ขับรถอยู่เพลินๆ จู่ๆมีรถกระบะคันหนึ่งวิ่งปาดหน้าแซงเข้าเลน ทำให้ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน แอ้ตกใจและเกิดความโมโหจัด พร้อมกันนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมักเป็นคำด่าสั้นๆในหัว โดยไม่ต้องเค้นคิด หรือตั้งใจไว้ล่วงหน้าว่าพอโมโหแล้วเราจะคิดอย่างนี้ ใช่หรือเปล่า?”

เรือนแก้วจินตนาการตามแล้วพยักหน้ารับไม่คัดง้าง

“นั่นคือความเคยชินที่จิตคัดสรรคำร้ายๆขึ้นมากระแทกใส่คนขับมารยาททราม จะเป็นคลื่นความคิดอย่างเดียว หรือเป็นตะคอกออกจากปากก็ขึ้นอยู่กับระดับความตกใจที่จุดโทสะขึ้นมา อันนี้แหละจัดเป็นอาจิณณกรรม เพราะทำจนเคยชิน

ทีนี้ว่ากันในแง่นำให้เกิดเป็นนั่นเป็นนี่ จะเล็งเอาเฉพาะตอนอยู่ในรถอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูจังหวะอื่นเช่นตอนขัดแย้งกับคนอื่นในห้องประชุม ตอนหาของไม่เจอ ตอนแอร์เสียในหน้าร้อน และอีกสารพัดเหตุการณ์วัดใจ คือดูโดยรวมว่าเมื่อเกิดโทสะขึ้นแล้วสิ่งที่ตามมาคืออะไร คำหยาบในหัว เจตนาร้าย กิริยากระบึงกระบอน หรือสติสัมปชัญญะ ความข่มใจ ความฉลาดในการเปลี่ยนอารมณ์

พูดง่ายๆ วัดเอาจากทั้งชีวิตว่าช่างโกรธไปหมดทุกเรื่องหรือเปล่า ผลของความช่างโกรธเสมอๆนั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวสร้างอัตภาพใหม่ เช่นทำให้มีผิวพรรณไม่น่าดู ทำให้รูปทรามแสลงตาคนเห็น

แต่ถ้าเคราะห์หามยามร้าย ก่อนตายเกิดโมโหโกรธาอะไรขึ้นมาแล้วจิตดับขณะเป็นอกุศล เช่นกำลังนึกด่ารถกระบะคันหน้าแล้วรถเครนล้มตึงลงทับเราขาดใจตายคาที่ อกุศลกรรมนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่เรียก ‘ชนกกรรม’ ส่งให้เป็นเปรต หรือผีตายโหงวนเวียนแถวที่เกิดเหตุ หรือดีไม่ดีอาจพุ่งหลาวลงนรกไปเลย กระแสวิญญาณมันสร้างรูปสร้างเรือนให้ตัวเองอยู่ตามสภาพล่าสุดของตัวเองเสมอ”

“สรุปแล้วแอ้เป็นคนขี้โมโห ตายไปเกิดใหม่จะรูปร่างหน้าตาขี้ริ้ว?”

“ผมไม่มีญาณหยั่งรู้หรอก เพราะแอ้มีอะไรมากกว่าความ ‘ขี้โมโห’ อยู่มาก และที่ผมพูดถึงโทษของความเป็นคนขี้โมโหนี่ก็ว่าตามเนื้อผ้า เอาตามที่พระพุทธองค์เคยตรัสกับมเหสีกษัตริย์ใหญ่องค์หนึ่งว่ามาตุคามผู้มักโกรธจะมีรูปทราม ใช่จะสรุปรวบรัดว่าคราวหน้าแอ้เกิดแล้วจะขี้เหร่แน่ๆ”

“ผู้หญิงก็ยัวะเก่งทั้งนั้นแหละ”

“ถึงหาที่ผิวสวย หน้าใส ดูชื่นตาชื่นใจยากไง”

“หลายคนที่แอ้รู้จัก เห็นผิวสวย หน้าใส ก็ด่าเก่งเป็นไฟแลบเยอะแยะ เรียกว่าทั้งมโนทุจริต วจีทุจริตเหมาหมด ทำไมเป็นงั้นล่ะ? ผลของความสวยใสน่าจะเกิดจากอาจิณณกรรมฝ่ายกุศลของชาติใกล้ ซึ่งเป็นผู้ไม่มักโกรธนี่นะ ทำไมถึงไม่ติดนิสัยมาถึงชาติปัจจุบันกันบ้าง?”

เกาทัณฑ์ส่ายหน้ายิ้ม

“ยังไงไม่รู้แฮะ ผู้หญิงสวยกับความปากจัด ความเจ้าอารมณ์นี่มักจะมาด้วยกันจริงๆ อาจเป็นเพราะความเคยชินที่ได้รับการพะนอเอาใจมาก เลยอ่อนไหวกับเรื่องขัดใจมั้ง พอสวยแล้วลืมนิสัยเก่าหมด ดูง่ายๆในช่วงชีวิตเดียวก็ได้ อย่างคนจนที่เคยเสงี่ยมเจียมตัว พอรวยก็ยะโสโอหังกันไป

และก็ใช่ว่าความเก่งในการระงับโกรธจะผูกขาดเป็นตัวสร้างอัตภาพที่สวยงามอย่างเดียว ศีลบริสุทธิ์ก็ทำให้สวยได้ ขัดล้างทำความสะอาดพระพุทธรูปก็ทำให้สวยได้ หรือแม้ไม่ใช่บุญกิริยาในพุทธมณฑลก็อาจทำให้สวยได้อีกเหมือนกัน ขอให้เป็นอาจิณณกรรมเข้าล็อกที่จะให้เกิดการบันดาลรูปอันเป็นฝ่ายกุศลอย่างสม่ำเสมอเถอะ เช่นถ้าเคยชินกับการมองคนและสัตว์ด้วยความรักออกมาจากใจจริง ก็ทำให้นัยน์ตางามอย่างที่เขาว่าแลตะลึง”

เรือนแก้วย่นจมูกนิดหนึ่ง

“อย่างกับคนในโลกนี้น่าให้มองด้วยความรัก ความจริงใจนักล่ะ”

เกาทัณฑ์หัวเราะหึๆ

“เหมือนเล่นเกมไง สภาพแวดล้อมถูกออกแบบไว้ให้เข้ารกเข้าพงกันเกือบหมด เหลือหลุดรอดเข้าปราสาท เข้าวิมานกันน้อยเท่าน้อย รอบด้านบีบคั้นให้เราครึ่งดีครึ่งร้าย ไม่ผิดแผกจากกันเท่าไหร่นัก อย่างลูกฝรั่งเมื่อกี้เนี่ย โตขึ้นตาสวยหาตัวจับยากแน่ ถ้าแอ้เห็นอย่างนี้บ่อยๆจะร้องออกมาดังๆเหรอว่าน่ารัก นั่นแสดงว่าเขาเคยฝ่าด่านยากมาไม่เหมือนใคร”

“พูดก็พูดเถอะ เท่าที่แอ้คบสนิทกับเพื่อนสวยๆหลายคน ยิ่งเห็นจิตใจ เห็นไส้เห็นพุงกันมากเท่าไหร่ ยิ่งไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากรรมเวรมีจริง คนเราถ้าเคยแสนดีมาจนแสนสวย รวยหรูกันได้ขนาดนั้นก็น่าจะเหลือเค้า เหลือร่องรอยกันบ้าง นี่อะไร เลวตลอดศกอย่างกับยักษ์มารมาเกิด”

“เรื่องกรรมนี่ซับซ้อนมากนะแอ้ ถ้าศึกษาลงไปลึกๆแล้ว จะเห็นว่าสิ่งที่เรียก ‘เจตนา’ นั้น เป็นประธานการปรุงแต่ง