ทางนฤพาน ตอนที่ 21

posted on 12 Jan 2008 11:49 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

 

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่ 21  สะกดจิต  

 

เช้าวันนั้น เกาทัณฑ์กับเรือนแก้วออกจากโรงแรมในย่านออร์เชิร์ดสตรีท ทอดเท้าเรื่อยเฉื่อยปะปนไปกับลูกจีนชาวสิงคโปร์ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ เนื่องจากออฟฟิศของ เดวิด ชุน อยู่ห่างออกไปเพียงสามร้อยเมตรเท่านั้น

เช้านี้เรือนแก้วคมคายไปทั้งตัว เรือนผมหล่อนแสกกลางโหย่ง เห็นไรผมแหลมจิกกลางหน้าผากส่วนบนเก๋ไก๋ สูทสีน้ำตาลอ่อนเรียบกริบดูภูมิฐาน ท่วงทีแต่ละย่างก้าวประเปรียวเชื่อมั่นราวกับกำลังเดินแบบบนแคตวอล์คอวดความเฉิดฉาย เกาทัณฑ์สังเกตเห็นทั้งหนุ่มทั้งแก่บนฟุตบาทที่เดินสวนต่างเหลียวตามราวกับเจอมนต์สะกด เขาเองขนาดเห็นหล่อนมานานยังลอบชำเลืองเป็นพักๆเลย บางวันเรือนแก้วมีอำนาจเสน่ห์ดึงดูดความสนใจราวกับแม่เหล็กแรงสูง โดยเฉพาะขณะกำลังมาดมั่นเอางานเอาการอย่างเดี๋ยวนี้

ทั้งสองมาถึงก่อนเวลา และถูกเชื้อเชิญเข้าห้องทำงานของนายชุนทันที นายชุนยิ้มแย้มโอภาปราศรัยกับเรือนแก้วราวกับญาติสนิท เพราะเคยคุ้นกันมาก่อน และหล่อนก็พูดจีนกลางกับฝ่ายนั้นเป็นต่อยหอย เกาทัณฑ์กลายเป็นใบ้และหูหนวกไปโดยปริยาย เนื่องจากฟังไม่ออกแม้แต่คำเดียว จึงนั่งเป็นตัวประกอบ หรือพูดให้ชัดคือส่วนเกิน ฟังคู่สนทนาส่งภาษาหว่าๆเหวยๆไปเรื่อย

บางทีเรือนแก้วก็หัวเราะแฮะๆๆๆเหมือนเพื่อนเล่น และท่าทางนายชุนเจอมุขเด็ดเข้าไปหลายขนาน บางทีถึงกับหัวเราะจนตาปิด อย่างนี้ไม่ต้องรู้ภาษา เกาทัณฑ์ก็ทราบได้ว่าบทสนทนาทั้งหมดทั้งปวงห่างไกลจากการงานสุดกู่ เห็นนายชุนคึกคักกระชุ่มกระชวย ยิ้มไม่หุบจ้องเรือนแก้วตาเป็นมันอย่างกับหนุ่มละอ่อนแล้วชักนึกหมั่นไส้ขึ้นมารำไร

กระทั่งได้เวลานัด ผู้จัดการฝ่ายอีกคนก็เคาะประตูเดินทื่อราวกับผีดิบเข้ามาสมทบ และหลังจากทักทายเสวนากับเรือนแก้วได้เดี๋ยวเดียว ผีดิบก็เปลี่ยนสภาพเป็นปลากระดี่ได้น้ำตามนายชุนไปอีกราย เกาทัณฑ์ชินเสียแล้ว เสน่ห์น่าทึ่งของหล่อนนอกจากไม่หย่อนลง บางทีจะแรงขึ้นตามวัยและชั่วโมงบินด้วยซ้ำ

อพยพจากโต๊ะทำงานนายชุนไปนั่งที่ชุดรับแขก หันหน้าคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวด้วยภาษาอังกฤษ เพื่อให้ ‘ส่วนเกิน’ อย่างเขาเข้าร่วมวงได้

เรือนแก้วทำหน้าที่ได้อย่างวิเศษ หล่อนใช้ภาษาอังกฤษที่ไพเราะและชัดเปรี๊ยะไร้ที่ติในการปูพื้นเกี่ยวกับความพร้อมทั้งกำลังคนและเทคโนโลยีซึ่งถูกกับงาน จากนั้นค่อยๆผ่อนจังหวะ ถ่ายเทบทบาทด้านเทคนิคมาทางเขาทีละเปลาะ สร้างบรรยากาศเป็นกันเองให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งถึงเวลาที่ต้องฉายไฟล์สไลด์ด้วยมัลติมีเดียโปรเจ็คเตอร์ เกาทัณฑ์ต้องไปยืนชี้รายละเอียดหน้าสกรีน ความแรงของแสงกว่าหนึ่งพันแอนซีลูเมนส์จากเครื่องฉายทำให้ไม่ต้องหรี่ไฟห้องให้ต่ำลงกว่าเดิม ดังนั้นเมื่อมองเข้าหาโต๊ะประชุมจึงเห็นความเป็นไปอย่างถนัด ว่าพ่อเจ้าประคุณทั้งสองไม่ได้ให้สมาธิกับการฟังเขาบรรยายสักเท่าไหร่ เอาแต่แวะเวียนสายตาไปทางเรือนแก้ว บางคราวก็ทำทีสงสัย เขายืนอยู่ข้างหน้าทั้งคนไม่ถาม ไปถามเอากับสาวสวยนั่นแหละ พอเรือนแก้วอึกๆอักๆจะเบนมาถามเขาต่ออีกทอด ก็ทำเป็นโบกมือหัวเราะกลบเกลื่อน ซึ่งแปลว่าที่แท้ไม่อยากรู้คำตอบ หรือรู้แล้วแต่แกล้งถามเพราะอยากคุยด้วยเท่านั้นเอง

เสียสมาธิจากคนฟังผู้เป็นเป้าหมายไม่พอ บางทีถูกล่อตาจากกิริยายกเรียวขาไขว่ห้างอย่างแนบเนียนของเพื่อนร่วมงานสาวเข้าอีก ปุบปับชะวากลึกเห็นถึงไหนต่อไหน ทำเอาเขาพูดอยู่แทบอ้าปากค้าง ผู้หญิงเป็นเสียอย่างนี้ แกล้งยั่วให้อยากถลาใส่ พอเกิดเรื่องก็โวยวายโทษความหน้ามืดของเพศชายฝ่ายเดียว น่าอ่อนใจน้อยอยู่เมื่อไหร่

นายชุนนำไปเลี้ยงข้าวกลางวันในภัตตาคารหรูเกินเหตุ เกาทัณฑ์ทราบชัดเลยว่านั่นคือการได้กินบุญของเรือนแก้ว สองชั่วโมงเศษบนโต๊ะจีนแพงระยับนั้น เกลื่อนไปด้วยอาหารโอชารสชั้นอ๋องที่ทยอยมาจานแล้วจานเล่า เจ้าภาพใช้งบส่วนตัวด้วยความต้องการเอาใจหล่อนเพียงคนเดียว

ช่วงบ่ายแก่ๆ กลับมานั่งหน้าดำคร่ำเครียดกับงานต่ออีกพักใหญ่ ทำวิเคราะห์เบื้องต้นให้เดี๋ยวนั้นทั้งยังไม่ตกลงเซ็นสัญญา เกือบหนึ่งทุ่มจึงจับมือเซย์กู๊ดบายกันได้ ทั้งเกาทัณฑ์และเรือนแก้วรู้สึกเหนื่อย แต่ก็สนุกพอควร เนื่องจากนี่เป็นงานช้าง และนายชุนบอกอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่าโอเคแน่ โดยทิ้งท้ายด้วยการหยอดว่าขอให้เรือนแก้วประสานงานไปจนกว่าจะเสร็จเหมือนโปรเจ็คต์ก่อนๆ

เห็นกันและกันเป็นสองแรงเสมอกัน ช่วยผลักดันให้งานสำเร็จอย่างงดงาม เกาทัณฑ์กับเรือนแก้วมานั่งชนแก้ว ทานข้าวเย็นในห้องอาหารของโรงแรมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แม้เคยเดินทางร่วมกันมาก่อน แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่อยู่ในต่างประเทศตามลำพังสองต่อสอง

ช่วงแรกคุยกันเรื่องงานอย่างติดใจ แต่พอถึงเวลาของหวาน เรือนแก้วก็ยักคิ้วให้

“ว่าไง จะสะกดจิตแอ้คืนนี้เลยไหม?”

เกาทัณฑ์เบิกตา ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปแล้วอย่างสนิท เพราะนับแต่เครื่องบินย่างเข้าสู่น่านฟ้าสิงคโปร์ ในหัวมีแต่งานเท่านั้น

“อยากลองจริงๆน่ะเหรอะ?”

เขาย่นคิ้วถามยิ้มๆ

“จริงสิ แอ้โลเลเปลี่ยนใจง่ายเหมือนเต้เสียที่ไหน”

เรือนแก้วถือโอกาสเหน็บนิดเหน็บหน่อย เกาทัณฑ์แยกเขี้ยว

“ห้องแอ้หรือว่าห้องผมดีล่ะ?”

“ห้องแอ้!”

 

เกาทัณฑ์อาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวมาอยู่ในชุดลำลอง ออกจากห้องพักขึ้นลิฟต์ กดปุ่มตรงไปสู่ชั้นของเรือนแก้ว

เมื่อย่างเท้าออกจากลิฟต์ เดินทอดน่องไปตามทางปูพรมสีเลือดนกอันเงียบเชียบนั้น เพิ่งใจเต้นผิดจังหวะ และถามตนเองว่าเป็นการสมควรแล้วหรือที่เขาจะเข้าหาหล่อนและอยู่ด้วยกันตามลำพังในยามวิกาล

พยายามไม่คิดอะไรให้มากนัก เที่ยวบินกลับกรุงเทพฯของเขาเป็นเวลาเช้าตรู่ของที่นี่ ส่วนของเพื่อนสาวเป็นช่วงเย็น เพราะหล่อนเตรียมแผนช็อปปิ้งต่อ หากเลื่อนไปเป็นเวลาอื่นในไทย ก็อาจได้สถานที่ที่ไม่เหมาะ ไม่เป็นข้ออ้างแบบผลพลอยได้เหมือนเมื่อมางานด้วยกันอย่างนี้

หยุดยืนหน้าประตูสีเหลืองอ่อนของห้องแรกปีกขวา สูดลมหายใจลึกๆ กำหนดจะรู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไร เพื่ออะไร ก่อนยกมือเคาะเรียกเพื่อนสาวด้วยใจเกือบปกติ เงียบเป็นครู่ก่อนประตูจะแง้มเปิดเล็กน้อย เขาต้องเป็นฝ่ายดันออกกว้างเนื่องจากเรือนแก้วแง้มค้างไว้แค่นั้น

ก้าวเท้าล่วงเข้าสู่เขตส่วนตัวของหล่อน รู้สึกงงเคว้งขึ้นมาในหัววูบหนึ่ง สัญชาตญาณเก่าๆแวบเวียนมาเยือนเป็นระลอก บรรยากาศฉ่ำเย็นวังเวงในห้องพักโรงแรมหรูกับสาวสวยยวนตาไม่ค่อยจุดชนวนความคิดอันดีงามได้เท่าไหร่ สถานที่และสถานการณ์จริงไม่เชิญชวนให้นึกถึงการทดลองเล่นวิชาเช่นขณะคุยวางแผนกันตอนอยู่บนเครื่องบินหรือห้องอาหารเอาเลย

กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ สายตาตามร่างงามในชุดเสื้อยืดกางเกงยาวที่เดินไปหย่อนกายรอบนม้านั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สีหน้าหล่อนสงบเฉยขณะทอดมองมาทางเขา

ชายหนุ่มเกิดความลังเลว่าควรแง้มประตูไว้เล็กน้อยหรือปิดสนิท แต่แล้วเมื่อคิดถึงกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ตัดสินใจเลือกอย่างหลัง ทว่าไม่ลงล็อก คือแค่ผลักบานประตูคืนที่ เพื่อสกัดกั้นใจจากความเห็นห้องนอนของเรือนแก้วเป็นเขตลับสนิท

แม้ทำไปด้วยเจตนาดี แต่ก็เกิดความสังหรณ์ขึ้นมาแปร่งๆ คล้ายมีเสียงกระซิบแว่วมาจากส่วนลึกบอกให้ล็อกเถิด ล็อกเถิด...

เดินมานั่งลงที่ปลายเตียงห่างจากหล่อนหลายก้าว พยักพเยิดไถ่ถาม

“เพลียหรือเปล่า?”

เรือนแก้วสั่นศีรษะ

“แปลกเหมือนกันนะ สงสัยตื่นเต้นมั้ง พออาบน้ำเสร็จรู้สึกสดชื่นยังกับเพิ่งตื่นเช้าแน่ะ เต้ล่ะ เหนื่อยไหม?”

ชายหนุ่มสั่นศีรษะเช่นกัน

“มาเริ่มกันเลยดีกว่า”

เรือนแก้วลุกขึ้นในท่าพร้อมอย่างง่ายๆ

“จะให้นั่ง นอน ยืน หรือเดินยัง