ทางนฤพาน ตอนที่ 22

posted on 12 Jan 2008 11:49 by bannpeeploy in articles, buddhism
 

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่ 22   คราวเคราะห์  

ขณะแห่งความหน้าสิ่วหน้าขวาน มึนมืดอึมครึมด้วยคลื่นความชั่วช้าที่กระจายมาจากสองคนร้าย เกาทัณฑ์สามารถข่มความหวาดผวาเยี่ยงปุถุชนลงได้เกือบราบคาบ เปิดทางให้เกิดสติวิเคราะห์สถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างถ้วนถี่ในเวลาเพียงสองสามพริบตา

คนยืนเอาปืนขย่มขวัญเขาอยู่บัดนี้ ต่างจากลูกจีนสิงคโปร์ ดูออกไปทางชาวอาทิตย์อุทัยชัด ท่วงทีราศีฉายเหนือกว่าโจรกระจอก ออกเค้าว่าเป็นชั้นลูกพี่ในแก๊งยากูซ่าสักกลุ่ม ชุดสูทที่สวมอยู่นั้น ทำให้รูปหน้าเหี้ยมเกรียมดูทรงภูมิ หากใส่แว่นดำปิดบังดวงตากร้าวผิดสุจริตชนสามัญ ก็พอหลอกว่าเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆกับเขาได้อยู่ หมอนี่คงอายุมากแล้ว เกือบครึ่งศตวรรษเห็นจะได้ แต่ร่างกายยังดูบึกบึนแข็งแกร่งเป็นแรดแบบนักมวยปล้ำ ถ้าไม่ใช่ทีเผลอคงโค่นลำบาก

ส่วนคนยืนคุมเชิงที่ประตูนั้น สูงโย่งและท่าทางหนังเหนียว อาจทนมือทนเท้าได้แบบนักรบกระดูกเหล็ก มองผาดหรือมองจ้องก็สังหรณ์ได้ทันทีว่าผ่านการฆ่ามือเปล่ามาแล้วอย่างโชกโชน แค่นัยน์ตาที่เขม็งจ้องมาทางเขานั้น ก็ซ่านเลือดและแข็งค้างราวกับวิญญาณอาฆาตมาขอชำระหนี้แล้ว หลบห่างได้เป็นดีที่สุด

ทั้งลูกพี่ลูกน้องเหงื่อกาฬแตกพลั่กราวกับวิ่งหนีเสือมา ฉะนั้นการจู่โจมยึดห้องครั้งนี้ น่าจะไม่ใช่เพื่อเข้ามาฆ่า ไม่ใช่เพื่อรื้อค้นปล้นทรัพย์ แต่เพื่อขู่เจ้าของห้องพักไว้เป็นตัวประกัน เกาทัณฑ์สันนิษฐานว่าคงหนีตำรวจมาด้วยพฤติกรรมสามานย์ชนิดหนักแผ่นดินสักคดีนั่นเอง สีหน้าสีตาจึงเครียดเคร่งอย่างผู้อยู่ในฐานะครึ่งเป็นครึ่งตายดังฟ้องชัด

สิ่งน่าประหวั่นคือทั้งสองอาจเผื่อแผ่ฐานะครึ่งเป็นครึ่งตายมาให้เขากับเรือนแก้วไปด้วย ดูประกายตาร้อนรนถึงขีดแล้วเดาว่านี่คงเป็นเรื่องใหญ่ระดับนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า หรือฝ่ายนี้ยอมสู้ถวายหัวดีกว่าถูกจับ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น คงหวังการลงเอยด้วยดีไม่มีริ้วรอยขีดข่วนยากยิ่ง

และต้องยอมรับอย่างไม่น่าอับอายนักว่าปืนพกที่ชี้เล็งแสกหน้าอยู่ในขณะนี้ ทำให้เขาเกิดความเสียวหน้าผากยิ่งกว่าใครเอาแหลนเหล็กแหลมมาจี้จ่อ เพราะพิษสงของลูกปืนขนาด .38 นั้น แม้ไม่เคยโดนก็รู้ว่าเจ็บถึงใจแน่ ให้เจาะเนื้อลงตรงจุดไหนก็เถอะ โดยเฉพาะถ้าเข้าแสกหน้าเขาตามวิถีเล็งในบัดนี้ รับรองกลายเป็นศพสวัสดีทันที

เขาหวังจะตายแบบท้ายทอยปิดๆ อย่าต้องเปิดเว่อแบบเจ้าพ่อในรถเบนซ์หลายๆคันเลย ขยาดกับจินตนาการเห็นภาพตนอ้าปากหวอเลือดโทรมในหนังสือประเภทเจาะข่าวอาชญากรรม มันคงทุเรศน่าอ้วกไม่ต่างจากมาเฟียทั้งหลายนั่นเอง

สรุปคือตอนนี้ต้องห้ามมือห้ามเท้าตนว่าอย่าบุ่มบ่ามฮึดสู้แบบโง่ๆ

ยุ่นร่างบึกจ้องอย่างชั่งใจเป็นครู่ เห็นเขาสงบพอดีๆ ไม่ถึงกับแหยแฝ่น ขณะเดียวกันก็ไร้วี่แววหือสู้จากดวงตาและแข้งขา จึงหย่อนน้ำหนักตะคอกขู่ขวัญลงหน่อยหนึ่ง

“บอกเมียมึงให้สงบซะ อย่าหวีดร้อง อย่าทำตัวรุ่มร่ามเป็นปัญหา ให้เข้าใจว่ากูรักษาอาการขวัญกระเจิงเป็นอยู่วิธีเดียว คือยิงทิ้ง!”

ยังคงลงเสียงสรรพนามยูไอแบบกระแทก สื่อความหมายสำรากกูมึงไม่สร่าง ที่บอกผ่านเขาเพราะคิดเผื่อว่าเรือนแก้วจะฟังอังกฤษไม่ถนัด

“ตกลง พวกเราจะอยู่เฉย ผมจะบอกเธอว่าคุณจะไม่ทำร้าย”

คำสั่งของผู้รุกรานเปิดโอกาสให้เขาได้พูดคุยกับเรือนแก้วถนัด เกาทัณฑ์เอี้ยวตัวยกมือตบปลอบเบาๆลงบริเวณขมับเพื่อนสาวผู้ถูกมองว่าเป็นเมีย

“มันคงหนีตำรวจมาน่ะแอ้ เฉยไว้ก่อน ตอนนี้ยังไม่มีเหตุผลให้มันทำร้ายพวกเราหรอก แค่อาจยึดห้องเป็นที่หลบชั่วคราว เดี๋ยวคงไป”

ปลอบให้สถานการณ์ดูเบาลง ทั้งที่ใจคิดอีกอย่าง

“แอ้กลัว...”

“ผมก็เหมือนกัน”

เขายอมรับ ใครเอาปืนมาจ่อหน้าใกล้แค่นี้แล้วทำเก่ง ยืดอกคุยโตว่าไม่กลัวเลยน่ะโม้แน่ แต่ร่างสั่นเป็นลูกนกของเพื่อนสาวที่เบียดชิดหลัง และช่วงแขนที่คล้องรัดเอาเขาเป็นโล่บังนั้น ก็ปลุกสัญชาตญาณปกป้องของชายให้เขารำงับความตระหนกประหม่าลงมาก อีกทั้งคิดคำปลอบได้เรื่อยๆ

“แต่ตอนนี้ถ้าเราใจฝ่อ คุมสติไม่อยู่ หากคับขันจะคิดอ่านนัดแนะรับมือพวกมันลำบาก”

ความเย็นทั้งกิริยาและวาจาของเขาช่วยบรรเทาความกระสับกระส่ายของเรือนแก้วได้นิดหน่อย อย่างน้อยเขาก็ปักหลักบังกระสุนให้หล่อนเฉย ไม่ส่อเค้าขอผลัดมาอยู่ข้างหลังบ้าง พอเป็นความอุ่นใจในคราววิกฤตขีดสุด รวมทั้งสร้างจิตวิทยาให้โน้มเอียงที่จะเชื่อว่าสถานการณ์คงคลี่คลายไปในทางดีในบั้นปลาย

โคเฮจิเริ่มประเมินสถานการณ์ของฝ่ายตนเองเช่นกัน แม่สาวหน้าสวยนั่นท่าทางดีดพลั่กเดียวปลิว ไร้พิษสงอย่างสิ้นเชิง ส่วนหนุ่มที่นั่งเฉยเป็นรูปปั้นนั้น แม้มีสัดส่วนและกล้ามเนื้อสมบูรณ์อย่างคนเล่นกีฬาเป็นกิจวัตร ทว่าหน้าตาคมสันสะอาดสะอ้านอย่างนายแบบเจ้าสำอาง ก็ไม่เรียกศรัทธาให้เชื่อว่ากระดูกจะแข็งสักเท่าไหร่ ทิ้งหมัดเดียวคงกองนิ่งกับพื้น ไม่ควรวิตกให้กลุ้มเปล่าเช่นกัน

สบายใจขึ้นเมื่อแน่แล้วว่าเจอหมู เขากับลูกน้องใช้ลิฟต์หนีตายจากชั้นที่พัก และวิ่งขึ้นบันไดเพื่อลวงตำรวจอีกสามชั้น กะหลอกแขกเปิดประตูรับเพื่อยึดห้องและจับไว้เป็นตัวประกัน หรือถ้าเห็นจวนตัวจวนเวลาหาหมูหลอกไม่เจอ ผิดนักก็ยอมสร้างพิรุธยิงลูกบิดเปิดเข้าไปเอง นึกไม่ถึงว่าจะโชคดี เสี่ยงหมุนห้องแรกก็เข้ามาได้สะดวกดายแบบโชคช่วย แถมเจอผัวหนุ่มเมียสาวที่ดูรักกันปานจะกลืน ท่าทางละอ่อนและขยาดความรุนแรงทุกชนิด เพียงจิกหัวใครไว้จ่อปืนขู่ อีกคนคงยอมถวายชีพ ยินยอมปฏิบัติตามทุกคำสั่งเพื่อรักษาลมหายใจคนรักไว้แน่ๆ

คู่นี้เป็นคนไทย เขาหมายตาหญิงสาวที่ถ้ายึดไว้ก็เปรียบเสมือนลูกไก่ในมือ จึงตะแคงหน้าเล็กน้อยสั่งความกับคนของตนเป็นภาษาญี่ปุ่น

“ไซ! เดี๋ยวเราหลบกันในห้องน้ำ ยึดตัวนังคนสวยนี่ไว้เป็นประกัน จับแก้ผ้าเสียด้วยเผื่อโดนขอค้น อาจหลุดตรวจ”

โคเฮจิไม่ทันเฉลียวใจว่าหญิงไทยผู้กำลังงันงกจะรู้ญี่ปุ่นทะลุปรุโปร่งแทบเทียบเท่าภาษาแม่ อีกทั้งชะล่าว่าสองหนุ่มสาวนี่ขยำทีก็บี้แบน ต่อให้ฟังออกก็หือไม่ขึ้นอยู่แล้ว

เรือนแก้วแทบน้ำลายติดคอ อกสั่นขวัญแขวนเพราะได้ยินถนัด กระซิบบอกเกาทัณฑ์อย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“เต้ มันว่าจะเอาแอ้เป็นตัวประกัน ซ่อนตัวในห้องน้ำ แล้วจะ...จะแก้ผ้าแอ้ด้วย”

คำหลังแผ่วระโหย มือไม้อ่อนเปียกไปหมด เกาทัณฑ์รับทราบแล้วสามารถวาดภาพได้เป็นฉากๆ วายร้ายหน้าหักคงกะลวงตำรวจโดยให้เรือนแก้วนุ่งผ้าเช็ดตัวเปิดประตูห้องน้ำยื่นหน้าแบบเปียกๆ โดยเอาปืนจี้หัวไว้ข้างหลัง ถึงแม้ตำรวจพบพิรุธก็เปลี่ยนแผนเป็นขู่ฆ่าได้ทันควัน เหตุการณ์ถัดจากนั้นยากจะเดา ตำรวจจะเลือกสวัสดิภาพของแขกบ้านแขกเมืองหรือมรณกรรมของคนร้ายเป็นหลักก็ไม่ทราบ และฝ่ายคนร้ายที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาติดตันในโรงแรมจะใช้ตัวประกันแหวกผ่านวงล้อมสันติบาลแบบไหน ล้วนเกินความหยั่งรู้

แต่ที่แน่คือตราบใดที่พวกมันยังไม่ถึงถิ่นตัวเองหรือเขตปลอดภัย เรือนแก้วก็จะยังคงถูกยึดตัวไว้อย่างเหนียวแน่นแทนโล่ป้อง เพราะนี่คือจุดประสงค์ของการบุกห้องพักแขกอยู่แล้ว

เรือนแก้วคงหมดประโยชน์เมื่อถึงรัง เพราะพวกนี้ไม่ใช่โจรลักตัวเรียกค่าไถ่ รูปร่างหน้าตาอย่างหล่อนคงกลายเป็นของแถมจากการฉุดคร่าที่น่าปู้ยี่ปู้ยำอีกโสด ถ้าไม่โดนข่มขืนฆ่าก็ถูกจับขายอย่างใดอย่างหนึ่งนั่นแหละ ที่จะทิ้งไว้ตามโคนต้นไม้ให้หาทางกลับเองโดยไม่ตะกุยข่วนเลยสักรอยนั้นอย่าหวัง

สำหรับเขาเองคงอยู่ในข่ายปลอดภัย เพราะมีหน้าที่เปิดประตูรับตำรวจ และเสแสร้งแกล้งทำว่าไม่รู้เห็นเหตุการณ์เลวร้ายอันใด กับทั้งเมื่อถูกขอค้น ก็ต้องอ้างว่ามีเมียอีกเพียงคนเดียวอยู่ในห้องน้ำ ประกอบธุระส่วนตัวของหล่อน ตำรวจจะได้กระอักกระอ่วนในการขอตรวจอย่างละเอียดทุกซอกมุม

หนังตาขยิบแปล๊บ เขาจะปลอดภัยอย่างลอยลำเพียงเมื่อตำรวจมาถึง...

ประสาทเกาทัณฑ์ชักเครียดเขม็ง ฝ่ายลูกน้องร่างโย่งคล้ายออกความเห็นแย้งความคิดลูกพี่ ซึ่งลูกพี่ก็ดูท่าวางตำแหน่งอีกฝ่ายไว้ในฐานะกุนซือ ไม่ใช่แค่ลิ่วล้อไว้เป็นมือเท้าอย่างเดียว ยังรับฟังและโต้ตอบเป็นเรื่องเป็นราวยาวอยู่

นั่นเองเกาทัณฑ์จึงมีโอกาสสั่งเสียกับเรือนแก้ว

“เราต้องชิงเล่นงานมันก่อน ให้แอ้อยู่ในมือพวกนี้เท่ากับกระโจนลงนรกดีๆนี่เอง แอ้เลือกเอานะ จะเสี่ยงตายกับ