ทางนฤพาน ตอนที่ 23

posted on 12 Jan 2008 11:50 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่ 23   ใจสลาย  

 

บนเครื่องแอร์บัสเที่ยวบินกลับกรุงเทพฯนั้น ครึ่งทางช่วงแรกเรือนแก้วผูกขาดการสนทนาตลอด ทว่าสุ้มเสียงที่กระจายแรงหฤหรรษ์ได้สะพัดของหล่อนแทบไม่สะกิดให้เกาทัณฑ์หันเหมาสนใจเอาเลย เนื่องจากยิ่งใกล้น่านฟ้ากรุงเทพฯเข้าไปเท่าไหร่ ใจยิ่งเป็นกังวล ตะครั่นตะครอกับสถานการณ์ลำบากที่กำลังจะเผชิญมากขึ้นเท่านั้น

ปัญหาคาราคาซังที่กำลังเป็นชนักปักหลังนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เขาติดต่อถึงลุงคามภีร์สำเร็จ เพื่อรับรู้ว่าลุงพูดมึนชาใส่ราวกับคนแปลกหน้า และเมื่อโทร.หาพ่อ พ่อก็พูดแค่สั้นๆว่าอย่าเพิ่งคิดหมั้นคิดแต่งเลย ถ้ายังทำตัวเหลวไหล สองจิตสองใจเป็นเด็กอมมือ นั่นก็จะเอา นี่ก็จะเอาเหมือนอย่างนี้

ลิ้นจุกปากเพราะปฏิเสธพันธะทางใจที่มีต่อเรือนแก้วไม่ได้ ประเภทบอกว่าเป็นแค่เพื่อน เพิ่งแตะได้แค่ปลายเล็บตอนยื่นมือรับเอกสารงานบริษัทนั้น รู้แก่ใจชัดว่ามุสาแท้

ล่าสุดเมื่ออาการกระเตื้องขึ้นจนเลิกกระย่องกระแย่ง พอมองเนื้อตัวหล่อนแล้วก็ยิ่งคุกรุ่นไปด้วยความฟุ้งซ่านอุทธัจ ร่ำๆจะหมดความอดทน ย่องไปทำมิดีมิร้ายกลางดึกก็หลายครั้ง ก็เล่นหลับนอนอยู่ห้องเดียวกันตั้งหลายคืน ปรนนิบัติใกล้ชิดแค่เอื้อมถึงเพียงนั้น ถ้าปราศจากความรู้สึกเลื่อนเปื้อนอย่างว่าโดยสิ้นเชิง ก็คงต้องเป็นขันทีเสียก่อนหรอก

หากสุดกลั้น ระงับยับยั้งไว้ไม่อยู่ ป่านนี้คงยิ่งกลุ้มเป็นสองเท่า อ้อ...หรืออาจจะปลอดโปร่งโล่งใจไปเลย เพราะเป็นอันว่าหมดสิทธิ์ในตัวแพตรีอย่างเด็ดขาดตลอดชาติแล้ว

วานซืนมีนักข่าวขอเข้าสัมภาษณ์ ทำให้รู้ว่าสื่อมวลชนเล่นข่าวต่างประเทศที่มีคู่หนุ่มสาวไทยเข้าไปเอี่ยวนี้กันหลายวัน อาจหลงเป็นข่าวเล็กข่าวน้อยประเภทรายงานความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของเขา หรืออาจผูกเป็นตอนต่อดุเด็ดเผ็ดมันวันต่อวันตามอัธยาศัย ซึ่งสรุปแล้วจะอย่างไรก็ตามที หากแพตรีติดตามอ่านล่ะก็ เป็นต้องรู้ว่าเรือนแก้วอยู่ชิดใกล้กับเขาไม่คลาดสายตาเลย แม้เขาปฏิเสธการให้สัมภาษณ์และถ่ายรูป แต่เรือนแก้วก็ลอยหน้าลอยตาเดินออกไปคุยกับนักข่าวอย่างสม่ำเสมอในฐานะผู้อนุบาลเขา จนปัญญาจะห้ามหล่อนเสียด้วย

ขาออกจากโรงพยาบาลนึกว่าข่าวซาแล้ว คงเลิกติดตามกันแล้ว ที่ไหนได้ เจอแสงแฟล็ชวาบตั้งแต่ก่อนเข้าลิฟต์ ใครต่อใครคงคิดว่าเขายินดีกับการเป็นข่าวดังในทางดี ที่ประกอบวีรกรรมช่วยตนเองและคนรักให้รอดพ้นจากเงื้อมมือเหล่าร้ายอันเป็นที่หมายหัวของทางการ แต่เกาทัณฑ์รู้แก่ใจว่าการเป็นข่าวครั้งนี้น่าเครียด น่าขัดเคืองเพียงใด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพเดินคู่เคียงออกจากโรงพยาบาลระหว่างเขากับเรือนแก้วคงตำตาตำใจใครอีกคนที่รักเขา แต่ถูกเขาทรยศลับหลังเช่นนี้...

เมื่อเรือนแก้วพบว่ากว่าสิบนาทีที่ผ่านมาตนจ้ออยู่คนเดียวราวกับจำอวดราคาถูก ก็ชักมีน้ำโห หล่อนยิ้มหวานเป็นพิเศษก่อนฝืนถาม

“ทำหน้ายุ้งยุ่ง รูปหล่อของแอ้กลุ้มอะไรคะ? บอกมั่งซี สงสัยตอนหวีผมเมื่อเช้าเห็นหัวเริ่มเหน่งกระมัง”

เกาทัณฑ์ขำไม่ออกกับคำหยิกนั้น แต่ฟังโดยรวมแล้วรู้ว่าแม่นางในดวงใจข้างตัวชักเริ่มเขม่นที่เขาเงียบเฉย จึงจำใจโต้ตอบออกไปบ้าง

“หัวยังไม่เหน่ง”

ฝืนตอบทื่อๆแบบไม่ออกแรงคิด เรือนแก้วยกขาไขว่ห้าง ปรายตาแลเขาด้วยความรู้สึกอ่อนไหวของผู้หญิง

ความจริงก็พอรู้อยู่หรอกว่าที่นั่งเครียดเป็นตาแก่นี่ ก็เพราะเกาทัณฑ์กำลังหนักใจเกี่ยวกับใครคนหนึ่ง และเพราะรู้อย่างนั้นจึงเจ็บร้อนราวกับยืนเท้าเปล่ากลางแดด หล่อนมีค่าเกินกว่าจะหวงหึงกระบึงกระบอน เชือดเฉือนแปร๋นๆเป็นอีแร้งเจอลูกดอกในละครทีวี แรงกริ้วและไฟริษยาในหญิงมีลักษณะเผาผลาญรุนแรงเหมือนกันหมด สำนึกในความเป็นหงส์หรือกาเท่านั้นที่ยับยั้งไว้หรือปลดปล่อยออกมา

หล่อนนั่งอยู่ตรงไหนกันแน่? หนึ่งในตัวเลือกให้เขาลังเลว่าจะหยิบดีหรือไม่หยิบดี? อยากสะกิดถามให้รู้เรื่อง แต่นั่นเหมือนไร้ความมั่นใจในค่าของตนเองชัดๆ เขาเลือกหล่อน เพราะหล่อนอนุญาตให้เลือกแล้ว หลังจากดูใจ เห็นใจกันดีแล้ว

อยากสาธยายให้เขาฟังเป็นการขู่ ว่าทุกวันนี้มีใครเรียงคิวมาให้หล่อนเลือกบ้าง ได้ยินชื่อกับนามสกุลบางคนจะอ้าปากค้าง แต่นั่นก็เหมือนเห็นว่าค่าของตนที่ปรากฏต่อสายตาเขายังไม่ชัดพอ จึงต้องอาศัยแกนอ้างอิงอื่นมาเสริมอีก

ในที่สุดจึงตัดสินใจซ่อนวิสัยหญิงทุกรูปแบบ แม้น้อยใจเหลือทนที่ป่านนี้เขายังแสดงความครุ่นคิดวิตกกังวลอย่างประเจิดประเจ้อ ทั้งที่น่าจะยิ้มใสออดอ้อนหล่อนกระหนุงกระหนิงเยี่ยงคู่พิศวาสเมื่อแรกหวานทั่วไป

“เต้เอารถจอดไว้ที่สนามบินหรือเปล่า?”

พยายามเจรจาพาทีเป็นปกติ และถามแบบที่เขาจะต้องตอบ

“เอามา”

“แอ้มาแท็กซี่ล่ะ เดี๋ยวช่วยขับไปส่งหน่อยสิ?”

เกาทัณฑ์ยกนิ้วเขี่ยปลายจมูก

“ก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว”

เรือนแก้วอมยิ้ม

“ล้อเล่นน่า เธอเจ็บแผลอยู่ เดี๋ยวฉันจะขับไปส่งให้ต่างหาก”

“ทุเลาลงเยอะแล้วล่ะ ไม่อักเสบแบบนี้ขับได้สบายมาก”

เลี่ยงเช่นนั้นเพราะตั้งใจจะส่งเรือนแก้วให้เสร็จๆแล้วตรงดิ่งไปบ้านปู่ชนะทันที แม้ขี้เกียจอยู่บ้างเนื่องจากต้องย้อนไปย้อนมาอ้อมโลกก็ตาม

“ยังไงเธอก็ต้องพักผ่อนอีกระยะนะ แผลปริล่ะแย่เลย”

“แค่นี้จิ๊บจ๊อย ดูในหนังสิ พระเอกโดนยิงตั้งหลายนัด ยังทำปากเบี้ยวแค่เดี๋ยวเดียว ขับรถบรรทุกตะบึงบุกเตะต่อยกับผู้ร้ายต่อหน้าตาเฉย ผมจะยอมแพ้ได้ไง”

เรือนแก้วหัวเราะ สบายใจขึ้นนิดหน่อยกับบรรยากาศการสนทนาที่ใสกว่าเดิม ตะแคงข้างเอาไหล่พิงพนักมองเขาด้วยตาเป็นประกาย

“งั้นแข็งแรงพอจะพานางเอกไปเที่ยวได้หรือเปล่า?”

เกาทัณฑ์กะพริบตาปริบๆ ความเงียบอึ้งของเขาทำให้เรือนแก้วเอื้อมมือมาเขย่าปลายแขนรบเร้า

“แอ้อยากดูหนังอ้ะ”

ชายหนุ่มลอบถอนใจ บอกหล่อนตามตรง

“ผมต้องไปพบญาติผู้ใหญ่ล่ะแอ้ ผิดนัดธุระสำคัญกับท่านไว้”

หญิงสาวหน้าง้ำ

“ให้แอ้ไปด้วยนะ”

รุกอย่างเก็บซ่อนไว้ไม่อยู่ เพราะรู้ว่าที่หมายของเกาทัณฑ์คือแม่เทพธิดาลาวัณย์อีกนางหนึ่งนั่นเอง เขากำลังจะไปงอนง้อยายคนนั้น ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่ไหนหรอก

เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเกาทัณฑ์ที่เป็นสุขจะเคียงข้างกับผู้หญิงคนหนึ่งพร้อมกับรำคาญไปในตัว ที่เคยผ่านมาถ้ารำคาญก็จะอยากขับไสไล่ส่ง แต่นี่พิลึกที่เขาเองก็อยากตามติดหล่อนไปทุกหนแห่งเหมือนกัน หลายวันที่ผ่านมาเรือนแก้วกลายเป็นเงา กลายเป็นคู่ กลายเป็นส่วนหนึ่ง ราวกับชีวิตมิได้มีเพียงกายเดียวต่างหากจากกันอีกต่อไป แค่หล่อนห่างไปซื้อของหรือเข้าห้องน้ำนาน ก็หงุดหงิดคิดถึงจนเหลือจะรอแล้ว

แต่อย่างไรเมื่อถึงกรุงเทพฯ ก็ต้องไปพบแพตรีให้ได้...

“แอ้...เราต่างคนต่างมีเรื่องส่วนตัวน่าจะแยกกันไปทำ แอ้เข้าห้องน้ำผมยังไม่ตามเข้าไปเลย”

หญิงสาวครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง

“ก็ลองตามเข้าไปสิ”

ว่าแล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เอ่ยเรียบ แต่แววจริงจัง

“คืนนี้แอ้จะขนเสื้อผ้าไปค้างห้องเต้ ดูแลเธอ”

เกาทัณฑ์สำลักน้ำลาย อุทานเบาๆ

“เฮ่ย!” คิดอยู่ครู่ก่อนเอ่ยแบบผ่อนน้ำหนักคำเป็นเรื่องเล่น “ผมเลยกลายเป็นลูกแหง่ในสายตาแอ้ไปเลยหรือนี่? ดีนะ เดี๋ยวลงจากเครื่องขอรถเข็นเด็กมาซักคันซี”

เรือนแก้วกะพริบตาทีหนึ่ง เอียงคอใช้หางตามองเขาเฉยเป็นครู่อย่างอ่านใจ ก่อนพูดแบบขวานผ่าซาก

“แค่บอกว่าจะไปค้างด้วยหน่อยเดียวถึงกับตาเหลือกเชียวนะ ใครๆเขาก็คิดว่าแอ้เป็นของเต้แล้วทั้งนั้นแหละ โทร.คุยกับยายจ๋ายก็ถามระริกระรี้เลียบเคียงไปเลียบเคียงมา รำคาญเข้าเลยยอมรับไปตามที่คนอื่นน่าจะเข้าใจ สมัยนี้มันเรื่องธรรมดาจะตาย”

เกาทัณฑ์ก้มศีรษะยกมือขวาปิดหน้า ก่อนเงยขึ้น ตาปะทะตา

“แอ้ทำอย่างนั้นไม่ถูกนะ&