ทางนฤพาน ตอนที่ 24

posted on 12 Jan 2008 11:50 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่ 24   งานศพ  

 

เป็นเช้าที่อากาศสดชื่น เย็นสบาย รอบละแวกทางเดินชะอุ่มงามด้วยหญ้าขจีและพฤกษายืนต้น สมควรที่จะบันดาลความสุขสงบให้แก่ผู้ตัดผ่านทุกๆคน

แต่สำหรับเรือนแก้วแล้ว ทั้งหมดคืออีกฉากหนึ่งของความเงียบเหงา

เดินถือคันธนูขนาดห้าฟุตครึ่งพร้อมกระบอกลูกศรมาที่สนามซ้อมในอาณาบริเวณคอนโดมิเนียมซึ่งหล่อนพักอาศัยอยู่ ธนูเป็นหนึ่งในกีฬาโปรดของหล่อน นอกจากทำให้ใจสงบ ได้ออกแรง และสั่งสมความเชื่อมั่นอย่างดีแล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดความรู้ภายใน หรือสัญชาตญาณพิเศษในการเข้าสู่เป้าหมายที่อธิบายยาก ทุกครั้งยามเกิดความสับสนฟุ้งซ่าน หรือแก้ปัญหาใดไม่ตก เรือนแก้วจะลงมายิงธนูต่างระยะเป็นการปลดปล่อยเรื่องหนักอึ้งทิ้ง และก็มักจะทำสำเร็จเสมอ

ภาพสลักตามผนังถ้ำเป็นหลักฐานที่ดีว่ามนุษย์รู้จักยิงธนูล่าสัตว์แทนการพุ่งหอกพุ่งหลาวมาไม่น้อยกว่าสองหมื่นห้าพันปี และมีวิชายิงธนู หรือที่เรียก ‘จาปเวท’ สืบทอดกันอย่างเป็นศิลปศาสตร์นับพันปีแล้ว หล่อนทราบด้วยว่าพระเซนจำนวนมากนิยมการยิงธนูเป็นอย่างยิ่ง ขนาดมีตำรายิงธนูตามหลักเซนออกมามิใช่น้อย นัยว่าเป็นอีกอุปเท่ห์หนึ่งของการฝึกสมาธิ

บางคนทุ่มเวลาทั้งชีวิตกับการฝึกแผลงศรให้ได้ไกล ให้ได้เข้าเป้า และให้ได้ความเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณ พวกที่สำเร็จจาปเวทขั้นสูงอาจเห็นเป้าจากระยะไกลขยายใหญ่เกินขอบเขตของประสาทตามนุษย์ธรรมดา ว่ากันว่าเพราะเล็งเป้าจนเกิด ‘ปฏิภาคนิมิต’ หดขยายได้ตามต้องการทั้งยังลืมตา

ชมรมยิงธนูในปัจจุบันโดยมากมักมีเรื่องการล่าสัตว์เข้าไปแทรกแซม แต่สำหรับเรือนแก้วแล้ว จะเห็นเป็นเครื่องมือคลายทุกข์ ขจัดเหงามาตลอด หล่อนยิ้มออก ผ่อนคลายความตึงเครียดได้ทุกครั้งที่สามารถส่งศรเข้าเป้าคะแนนสูงติดๆกัน

ยืนห่างเป้าประมาณเดียวกับความยาวสนามเทนนิส อันเป็นระยะหวังผลสำหรับหล่อน ปลีขาสลักเสลาเกลากลึงแยกจากกันในท่าเตรียม ชุดดำเสื้อคอกลมและกางเกงยีนรัดรูปช่วยให้รู้สึกกระชับเมื่อเริ่มตั้งท่ายิง คันธนูของหล่อนติดรอกทุ่นแรงน้าว แม้จิตใจยังอ่อนปวกเปียก อันมีผลกระทบให้แรงกายถดถอย ก็สามารถเหนี่ยวสายได้ค่อนข้างง่าย

ศรดอกแรกพุ่งหวือแบบเหินๆคล้ายไม่ค่อยเต็มใจวิ่งเข้าปักเป้าเท่าไหร่ วัตถุที่ไร้เจตจำนงมุ่งมั่นกำกับการเคลื่อนไหวย่อมปรากฏความอ่อนแอ ดูออกในสายตาผู้เคยฝึกควบคุมตนเองและวัตถุในมือมาแล้ว

เรือนแก้วเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างเนือยนาย กำลังใจและแรงกายถอยน้อยลงอีก เพราะการปักเด่เฉเกของลูกธนูดอกแรกนั้น อยู่เกือบวงนอกสุดของเป้า ฟ้องชัดถึงความไม่เอาไหน

จับดอกสองวางขึ้นสายอย่างตั้งใจกว่าเดิม หน้าเท้าซ้ายชี้ตรง มือซ้ายกำคันจับแน่นยื่นไปทางเดียวกับปลายเท้า มือขวารวบหางศรพร้อมน้าวสายจนสุด ประสานเป็นจังหวะเดียวกับการสูดลมหายใจอัดเต็มปอด เพ่งใจกลางเป้า หางตาสัมผัสรู้เรียวแท่งธนูตลอดลำที่ขนานกับพื้นและชี้ตรงเข้าจุดหมาย ขณะเดียวกันก็รู้พร้อมในองค์ประกอบอื่น ไม่ว่าจะเป็นกำลังที่ใช้น้าว ความนิ่งได้ดุลตลอดร่าง ไปจนถึงสัมผัสทิศทางลมอันแสนอ่อนทว่ามีผลกับการวิ่งของศร

ผสานความรู้พร้อมทั้งหมดแล้ว กลายเป็นนิมิตเส้นทางธนูในคลองตา เห็นเป็นท่อไร้ตนจากปลายศรถึงเป้าหมายแจ่มชัด อย่างที่เรียกพิชาน หรือความรู้สึกตัวทั่วพร้อมในการเล็งส่งเข้าเป้าด้วยใจ ความมั่นคงและอาการทั้งหมดในกายเป็นไปเพื่อสร้างนิมิตเส้นทางให้เที่ยงตรงเข้าฝักทั้งสิ้น ขยับเปลี่ยนนิดเดียวแม้คลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ คันธนูไหวติงเพียงน้อย ก็มีผลรบกวนวิถีรู้ในใจได้แล้ว พูดง่ายๆว่าเพื่อส่งลูกธนูเข้าเป้า อวัยวะใหญ่น้อยทั่วทั้งกายภายนอก รวมทั้งจิตใจภายในต้องช่วยกันส่งเสริมเป็นหนึ่งเดียว

ปล่อยมือด้วยความรู้สึกดิ่งสงบเข้าฝักถึงที่สุด ลำลูกศรแล่นด้วยแรงดีดผึงอันสะสมอยู่ในการงอคันธนู ลัดลิ่วเป็นเส้นตรงแหวกอากาศด้วยพลังเจตจำนงอันคมกริบ หัวศรปักฉึกเข้าวงดำชั้นในสุด ส่งแรงสะท้อนฉับพลันกลับมากระทบใจเป็นฤทธิ์อันหนักแน่นเฉียบขาด เร้าอัตตาให้เติบกล้าขึ้นข่มความเงียบเหงาวังเวงสนิทชั่วขณะหนึ่ง

รอบด้านยังร้างผู้คน มีเพียงหมู่ไม้และใบหญ้าที่ประจักษ์ในความขมังแม่นของมือธนูสาว คลื่นลมในหัวสงบลง เกิดสติรู้ความปรากฏอยู่ของกาย เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกายกับเป้าเบื้องหน้า รวมทั้งธรรมชาติรอบตัว ทั้งที่ปรากฏต่อประสาทตาและประสาทหูอันกว้างขวางเป็นพิเศษ ศรเข้าเป้าดอกเดียวเปลี่ยนแปลงหล่อนได้ไวเท่ากับความเร็วของมัน

เรือนแก้วดึงศรดอกต่อไปออกจากกระบอกบนพื้นด้วยจิตใจที่สงัดนิ่งเหมือนแผ่นน้ำ สูดลมหายใจยาวขณะออกแรงน้าวอีกครั้ง หยุดสงบเป็นดุษณีในอาการเกร็งเหนี่ยวสุดสายครู่หนึ่ง หยาดน้ำใสค่อยๆรินจากปลายหางตาทั้งสอง แต่ไม่นานจนเอ่อเป็นม่านน้ำพร่าพราย หล่อนปล่อยใจ ปล่อยมือด้วยสติอันมั่นคง ส่งลำธนูอันล้นไปด้วยพลังเหลือเฟือในการแหวกอากาศพุ่งเข้าเป้า

เกาทัณฑ์...ธนู

จิตดิ่งอยู่กับฤทธิ์ของการส่งศรเข้าเป้า รู้พร้อมไปทั่วทุกองค์ประกอบการยิง เห็นความเป็นเกาทัณฑ์แช่มชัด...

แล่นจากแล่ง ตัดตรงเข้าเป้าไม่อ้อมค้อม กำกับด้วยจิตใจที่คมกล้า ราวกับหัวศรมีวิญญาณแสวงจุดปักของตนเอง เมื่อส่งออกไปแล้ว ยากที่จะมีอะไรมาดักขวางได้ทัน

อุตส่าห์หาเครื่องยึดจิตให้เลิกประหวัดคิดถึงเขาเป็นการพักอารมณ์ ดันกลายเป็นเครื่องเตือนให้ยิ่งย้ำคิดหนักเข้าไปอีก เกือบเหวี่ยงคันธนูทิ้ง ทว่าสติอันหนักแน่นในขณะนั้นห้ามไว้ เพราะหยั่งรู้ว่าเหมือนทุบแก้วเนื้อดีที่เพียรสร้างอย่างยากลำบากให้แตกละเอียดลงอย่างน่าเสียดายเพียงชั่ววูบโทสะ

ใจเป็นหนึ่งกับการยิงธนูเนิ่นนาน เดินไปถอนกลับมาเปลี่ยนระยะหลายรอบ พอแขนล้าจึงวางมือ เก็บอุปกรณ์เดินเข้าตึก

กายและใจที่รวมเป็นหนึ่งเพื่อก่อนิมิตเส้นทางวิ่งของธนู กับกล้ามเนื้อที่กระชับแน่นทั่วร่าง ช่วยให้ความรับรู้ทั่วไปหลังเลิกเล่นคมใสกว่าปกติเป็นสองเท่า ราวกับข้างในมีใบมีดขนาดใหญ่วางตั้งตลอดแนวหน้าผากถึงกลางอก หันด้านคมชี้ไปข้างหน้า ให้ความรู้สึกเหมือนพร้อมจะเปล่งประกาศิตที่เฉียบขาดหรือออกฤทธิ์ออกเดชได้สารพัน

คนทั่วไปแม้เคลื่อนไหวอวัยวะน้อยใหญ่หลายส่วนพร้อมกัน อย่างมากจะรับรู้เพียงจุดใดจุดหนึ่ง เช่นอาการเบนหน้ากลอกตาอย่างเดียว ส่วนอื่นถูกเพิกเมินไปหมด หรือที่หนักกว่านั้นคือไม่รู้ตัวเอาเลยด้วยซ้ำว่ากำลังอยู่ในท่วงทีกิริยาใด ปล่อยให้สติขาดหาย เหม่อลอยทั้งวัน

แต่ในบัดนี้ เมื่อทรงนิ่งด้วยภาวะจิตอันคมคาย เรือนแก้วแยกรู้ได้พร้อมกันเกือบทั่วพร้อม เมื่อเดินสวนกับผู้จัดการทั่วไปของคอนโด หมอนั่นทักทายหล่อนด้วยท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ย ดวงตาหล่อนสามารถมองเห็นอาการผงกหัว ยิ้มกว้างเห็นฟันทั้งปากของเขา ขณะเดียวกันใจก็ทราบอาการเยื้องกรายสลับคู่เรียวขาระเหิดระหงของตน พร้อมทั้งรู้ชัดว่าตนเบนหน้านิดหนึ่ง ชายตาแลหมอนั่นคล้ายเจอชะนีแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกที่ข้างทาง ในหัวผุดคำสั้นๆว่า ‘ชิ!’

หล่อนยังไม่ตระหนักว่าสติรู้พร้อมชนิดนั้น เพียงพลิกกลับนิดเดียว คือแทนที่จะหันออกข้างนอก แต่ส่งกลับเข้ามาดูข้างใน คล้ายเข้าไปนั่งในใจคนอื่น ไม่ให้เหลืออุปาทานว่ากายใจเป็นตน ก็จะปฏิรูปเป็นรุ่งอรุณแห่งการปฏิบัติธรรมทันที ลักษณะความรู้ชัดคมคายจะแปรเป็นรู้ชัดอ่อนโยนลง ด้วยเพราะพลังอัตตาอันเข้มข้นปฏิรูปเป็นพลังรู้บริสุทธิ์ไป

ระหว่างอยู่กับเกาทัณฑ์ที่สิงคโปร์ มีเรื่องพูดคุยแลกเปลี่ยนเยอะมาก เพลินที่จะคุยกันตลอดวันด้วยเรื่องหลากหลายไหลลื่นไปเรื่อย หนึ่งในข้อสนทนาคือการทำสมาธิ เขาพูดให้ฟังค่อนข้างละเอียด รวมทั้งฝึกการนั่งเบื้องต้นให้เกือบทุกวัน เรือนแก้วจึงแยกแยะถูกว่าภาวะน่าพอใจอันเป็นผลจากการซ้อมยิงธนูในบัดนี้ นับเข้าเป็นสมาธิแบบสงบได้เหมือนกัน

เมื่อก่อนจะนึกว่าสมาธิคือความสามารถเอาใจจดจ่อกับงานได้ ซึ่งก็ถูก แต่ตอนนี้เข้าใจเพิ่มขึ้นมาคือสมาธิจิตนั้นมีหลายประเภท ทั้งแบบที่เป็นสมาธิแล้วยังวุ่น กับแบบที่เป็นสมาธิแล้วสงบลงบ้าง กับแบบที่เป็นสมาธิแล้วราบคาบสนิท

ตอนทำงานเอกสาร งานติดต่อผู้คน หากจิตรวมลงเป็นสมาธิ จะมีลักษณะคมกริบ มีฤทธิ์ทางโลก คุมเกมการเจรจาได้ คุมงานให้สำเร็จลุล่วงตามลู่ตามแนวที่ตั้งใจได้ รู้สึกตลอดกายดีว่ากำลังขยับไหวหรือนิ่งทรงอยู่ตรงไหน อยู่กับใคร เพื่ออะไร หล่อนจะมุ่งมั่นเพ่งแน่วตลอดเวลาว่าม