ทางนฤพาน ตอนที่ 3

posted on 12 Jan 2008 11:45 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่  3   คู่บุญ   

แพตรีจัดของสังฆทานใส่ถัง เตรียมตัวไปทำบุญกับปู่ที่วัดทางนฤพาน นั่นเป็นสิ่งที่หล่อนกับท่านปฏิบัติอยู่เป็นนิจศีล อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง นอกเหนือจากการใส่บาตรพระทุกเช้าซึ่งเป็นกิจวัตรของหล่อนอยู่แล้ว

เสร็จจากการจัดของ หญิงสาวก็เดินออกไปหน้าปากซอยเพื่อเรียกแท็กซี่มาขนของและรับปู่ เดิมทีบ้านนี้มีรถเก่าของปู่ให้หล่อนขับไปไหนมาไหน แต่เพราะถึงอายุขัย จึงเพิ่งขายไปเมื่อเร็วๆนี้เอง

บอกโชเฟอร์รอหน้าบ้านแล้วขึ้นเรือนเพื่อบอกปู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

“แท็กซี่มาแล้วนะคะ”

บอกเสร็จก็ต้องชะงักด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นปู่ยังอยู่ในชุดเสื้อนอนคอกลมกางเกงแพรบนเก้าอี้โยก ท่านยิ้มตอบ พยักหน้านิดหนึ่ง

“หนูไปเถอะ” ปู่บอกง่ายๆ “ลองไปคนเดียวดูบ้าง”

หญิงสาวยืนงงอย่างทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ที่สุดก็ถามเสียงแผ่ว

“ทำไมล่ะคะ?”

ปู่เอนหลังหลับตาและโยกเก้าอี้เฉย หญิงสาวมองผู้อุปการะตนมาด้วยความไม่เข้าใจพักใหญ่ แต่แท็กซี่ที่กำลังรอก็ทำให้หล่อนไม่อาจยืนเคว้งอยู่ตรงนั้นได้นาน จำต้องก้มหน้าก้มตาหิ้วถังสังฆทานสองใบแรกลงเรือนไปใส่ท้ายรถที่เรียกมา แล้วกลับขึ้นมาอีกครั้งเพื่อขนสองถังที่เหลือตามลำพัง

แต่ขณะจะดึงหูหิ้วของถังเข้ามือ ปู่ก็เรียกไว้เสียก่อน

“เดี๋ยว…หนูช่วยชงชาให้ปู่ก่อนนะแพ”

แพตรีต้องประหลาดใจอีกคำรบ ย่นคิ้วเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรมาท่านไม่เคยรั้งหล่อนด้วยธุระเล็กน้อยเช่นนี้เลย ทว่าก็ก้าวไปจัดแจงชงชาตามคำสั่ง ทั้งที่พะวงกับการคอยของคนขับแท็กซี่ หล่อนทำอย่างค่อนข้างเร่งรีบ พอเสร็จก็วางบนโต๊ะข้างเก้าอี้โยกของปู่เรียบร้อย แต่เมื่อจะหยิบถังปู่ก็เรียกไว้อีก

“ปู่อยากดูตารางอะไรในหนังสือพิมพ์ฉบับวันศุกร์ที่ยี่สิบของเดือนก่อนหน่อย แพช่วยลงไปเอาจากกองมาให้ปู่ทีนะ เช้านี้แข้งขาขัดชอบกล ไม่อยากขึ้นลงบันได”

หญิงสาวชักนึกโมโห แต่พอรู้ตัวก็รีบสะกดลงอย่างรวดเร็ว เม้มปากเดินลงบันไดไปค้นหนังสือพิมพ์จากห้องเก็บของ ต้องเสียเวลาพอควรเนื่องจากถูกซ้อนไว้หลายชั้นด้วยความที่ไม่นึกว่าจะต้องรื้อกลับใช้อีก หล่อนหาอย่างตั้งใจจนพบ ตลอดมานับแต่จำความได้ปู่ไม่เคยสั่งอะไรไร้เหตุผลผิดกาลเทศะ คิดว่าท่านคงมีความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่

พอขึ้นเรือนวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะข้างปู่เสร็จก็ทำท่ากระวีกระวาดเป็นพิเศษ ฉวยถังได้รีบก้าวลงบันไดราวกับแมวกระโจน ด้วยเกรงจะได้ยินเสียงปู่ทักรั้งเอาไว้อีก แล้วก็โล่งอกที่ออกมาถึงหน้าบ้านจนได้

เมื่อเช้ามืดฝนหลงฤดูตกลงมาปรอยปราย อากาศจึงยังโปร่งเย็นชุ่มชื่นแม้จะล่วงเข้าแปดโมงครึ่งแล้ว แพตรียิ้มให้คนขับแท็กซี่แทนการขอโทษที่ทำให้ต้องรอนาน พอเห็นยิ้มของหล่อนเท่านั้น หน้าตาที่เริ่มจะบูดบึ้งของชายร่างอ้วนใหญ่ก็ดูผ่อนคลายลง แถมเดินมาช่วยยกถังใส่ท้ายรถให้อีก

วางถังสุดท้ายเข้าที่ ยังไม่ทันปิดฝากระโปรง หางตาแพตรีก็เห็นเงารถคันหนึ่งโฉบเข้ามาเทียบรั้ว ต่อท้ายแท็กซี่ ประตูด้านคนขับเปิดปับ เงาร่างสูงของชายคนหนึ่งโผล่พรวดออกมายืนเด่น

“จะไปไหนหรือฮะแพ?”

หญิงสาวมองหน้าเขา น้ำเสียงค่อนข้างกระตือรือร้นกับนัยน์ตาสีเหล็กที่จ้องจับเขม็งทำให้หล่อนหน้าขึ้นสีชมพูนิดหนึ่ง แต่เพียงครู่เดียวก็จางไป เหลือไว้แต่ความสงบและรอยยิ้มเย็นของคนมีความสุขอยู่กับตัวเอง

“ไปทำสังฆทานค่ะ” แล้วหล่อนก็เบือนหน้าไปทางตัวบ้าน “คุณปู่อยู่ข้างบนแน่ะค่ะ”

เกาทัณฑ์ชักกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกางเกงยีนส์ ดึงธนบัตรใบละร้อยออกมาจากร่องเก็บยื่นให้คนขับแท็กซี่หน้าตาเฉย

“เอาไปเลยลุง เดี๋ยวฉันพาน้องสาวไปเอง”

พอมอบเงินซึ่งแน่ใจว่าเกินเลขมิเตอร์เสร็จก็ไปเปิดกระโปรงท้ายรถของตน แล้วหันมากุลีกุจอหยิบยกถังสังฆทานโยกย้ายถ่ายเทเป็นการด่วน แพตรีเบิกตามองอย่างสุดทึ่ง ได้แต่ยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออกสักคำ

จนธุระถ่ายเทเรียบร้อย แท็กซี่วิ่งหายลับตาไป และเกาทัณฑ์ปิดกระโปรงท้ายแล้วนั่นแหละ ถึงได้มายืนสบตากันนิ่ง สายตาหญิงสาวไม่เชิงไม่พอใจ ทว่าก็มิได้ส่อแววยินดี หรือมีการกล่าวขอบคุณแต่ประการใด ต่างเป็นตรงข้ามกับสายตาของชายหนุ่ม ที่เปล่งประกายยินดีปรีดาจัดจ้า

“ไปกันเถอะฮะ”

เกาทัณฑ์อมยิ้ม เดินไปเปิดประตูด้านซ้ายและทำหน้าใสค้อมตัวให้ล้อๆราวกับข้าราชบริพารรอเสด็จ ดูเหมือนรู้จักมักจี่สนิทสนมกับหล่อนเสียเต็มประดา หญิงสาวยืนอยู่กับที่ครู่หนึ่ง เขาอาศัยความเป็นหลานปู่ถือสนิทช่วยเหลือเยี่ยงคนในครอบครัว หล่อนไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ แม้กระอักกระอ่วนใจอย่างยากจะกล่าว ที่สุดคือต้องยอมเดินไปขึ้นรถเนือยๆ

เมื่อเห็นหล่อนลงนั่งเรียบร้อย เกาทัณฑ์ก็ปิดประตูให้ แล้วเดินอ้อมหน้ารถมาทางด้านคนขับ รอไว้สนิทกันมากกว่านี้หน่อย จะบอกว่าพิธีเปิดปิดประตูรถให้สาวตามธรรมเนียมรุ่นปู่นี้ เขาเพิ่งปฏิบัติกับหล่อนเป็นคนแรก

“ไปวัดไหนฮะ?”

ชายหนุ่มกดปุ่มหรี่เครื่องเสียงถาม หญิงสาวนิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยิน ใจกำลังครุ่นคิดว่าเหตุใดจึงประจวบเหมาะเหลือเกิน ปู่ไม่ยอมไปกับหล่อนอย่างเคย ส่วนเขาคนนี้ก็เผอิญมาแทนพอดี จนเมื่อเกาทัณฑ์ถามซ้ำ แพตรีจึงตอบเบาๆ

“วัดทางนฤพานค่ะ”

คนขับร้องอ๋อ เพราะคราวก่อนแวะเข้ามาก็ด้วยความอยากจะเห็นวัดชื่อสะดุดหูสะดุดตาแห่งนี้เอง ทว่าขากลับจากบ้านปู่ดันลืมไปเสียสนิท เนื่องจากมัวแต่เหม่อลอย ใจถูกใบหน้าสวยหวานครอบงำจนความคิดอ่านเตลิดเปิดเปิงไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสียแล้ว

เกาทัณฑ์ออกรถเชื่องช้า ท่าทางมีความสุขอย่างล้นเหลือกับการถ่วงเวลาอยู่กับหล่อนให้นานที่สุด

“ทำบุญเนื่องในโอกาสอะไรครับ?”

แพตรีมองตรงไปเบื้องหน้า ทอดจังหวะเล็กน้อยก่อนตอบ

“ทำกับปู่ทุกเดือนค่ะ ไม่ใช่โอกาสพิเศษ”

“อ้อ” ทำทีรับรู้และเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่แล้วก็ทักว่า “อ้าว...แล้วปู่ล่ะครับ วันนี้ไม่ออกมาด้วยหรือ?”

ชะลอรถลงมองกระจกหลัง นึกว่าตนเองทิ้งปู่ไว้ที่บ้านโดยไม่เจตนา

“คงต้องการพักผ่อนมั้งคะ”

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างไม่ติดใจ

“ผมเองกำลังนึกๆอยากทำบุญอยู่พอดี สบโอกาสเลย ขอร่วมด้วยคนนะ รังเกียจหรือเปล่าฮะนี่?”

หันมาดูท่าที เห็นหล่อนเงียบเหมือนปล่อยให้คิดเองอย่างคลุมเครือ จึงรีบเบี่ยงประเด็น

“ดีนะ ปู่ยังแข็งแรงอยู่เลย โชคดีที่มีแพดูแลอย่างนี้”

เกาทัณฑ์หักเลี้ยวขวา ทางต่อจากนั้นค่อนข้างขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อจนต้องชะลอความเร็วลงวิ่งแค่เกียร์ต่ำ เลื่อนมือไปเปลี่ยนเพลง เลือกหมายเลขที่ตรงกับอัลบั้มโรแมนติกจากซีดีเชนเจอร์ เพิ่มเสียงขึ้นเล็กน้อยอวดความนุ่มลึกของชุดเครื่องเสียงราคาแพงที่เขาภาคภูมินักหนา ทุกสิ่งดูสดใสชวนกระหยิ่มยิ้มย่องไปหมดในสายตายามนี้

“คุณปู่กับแพคงศรัทธาพุทธศาสนามาก ท่าทางใจบุญด้วยกันทั้งคู่ นี่ผมคุยกับปู่แล้วได้ซึมซับอะไรมาเยอะ ค่อยตาสว่างเห็นธรรมกับเขาบ้าง”

คลื่นความไม่จริงใจที่แฝงมากับน้ำเสียงของชายหนุ่มทำให้แพตรีผินหน้าเมินออกข้างทางและรักษาความเงียบไว้ เกาทัณฑ์รู้สึกถึงความห่างเหินที่หล่อนจงใจก่อ เขาซ่อนยิ้ม ยังดูไม่ออกทะลุปรุโปร่งว่าหล่อนเป็นผู้หญิงอย่างไรกันแน่ เขาเคยชินกับอาการเล่นตัวของผู้หญิงสวยมามากต่อมาก หากแต่สัมผัสใจพวกหล่อนได้เสมอว่าแท้จริงแล้วอยากให้เขาอ้อนหนักๆเท่านั้นแหละ

ทว่าสำหรับหลานปู่คนนี้ เวลานี้ ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดหรือพะวงอะไรอยู่สักอย่างมากกว่าจะวางมาดเพราะเห็นเขาแสดงท่าทีอยากตีสนิท

เมื่อมีโอกาสใกล้ ก็ยิ่งเห็นเป็นสิ่งแปลกและท้าทาย หล่อนเยือกเย็นอย่างชนิดที่เข้าใกล้แล้วมีความสุขประ