ทางนฤพาน ตอนที่ 28

posted on 12 Jan 2008 11:51 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่ 28  วังวน  

เมื่อผู้รับรางวัลปลอบใจคนที่ยี่สิบเจ็ดลงจากเวที และไฟหลักถูกเปิดสว่างพร้อมการกล่าวอำลาของพิธีกร ทุกคนก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง ซึ่งมองกวาดแล้วยังคงเหลือกว่าค่อนของเมื่อเริ่มพิธีแจกรางวัล ผู้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ย่อยๆกลับไปก่อน

โดยมากศิลปินทั้งหลายจับกลุ่มคุยกันเองในแวดวงเพื่อนฝูงที่รู้จัก บ้างก็ตระเวนดูภาพไปเรื่อย หากปราศจากการติดโบว์ประกันคุณภาพว่าได้รับรางวัลใหญ่น้อยแล้ว ก็คงต้องใช้เวลาอีกวันกว่าจะกวาดเก็บภาพและเนื้อหาครบ จนแยกแยะถูกว่ามีภาพใดเข้าขั้นควรนิยมบ้าง

ถกเถียงกันอย่างหน้าชื่นบ้าง หน้าง้ำบ้าง ว่าใครเป็นใคร เจ้าของผลงานไหน ทำไมถึงเชิดเงิน ทำไมจึงชวดรางวัล บางคนก็เอะอะมะเทิ่ง ชี้โบ๊ชี้เบ๊ บอกว่างานนั้นงานนี้ฝีมือไม่น่าจะถึงขั้น ทำไมได้รางวัลชมเชยบ้าง รางวัลปลอบใจบ้าง ส่วนของตนดีกว่าตั้งเยอะกลับปิ๋ว

ประเภทนี้น่าฝึกระงับโทสะให้ได้ก่อนแล้วค่อยลองสร้างผลงานชวนเย็นใจใหม่ในปีหน้า

อย่างน้อยวันนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินหลายคนมองยาวไปถึงปีหน้าแล้ว ต่างได้แนวคิดและหลักสร้างผลงานกันถ้วนทั่ว นี่ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา การระดมสมองของผู้มีฝีมือหลายร้อยคนให้ผลเป็นความรุ่งเรืองกว้างขวางทางปัญญาแน่นอน

เจ้าของรางวัลใหญ่ทั้งสามถูกขอร้องให้ไปยืนประจำภาพของตน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมนิทรรศการได้พูดคุยซักถาม รวมทั้งให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล มติเดินผ่านตรอกซอยมาจนพบทีฆายุจากระยะไกล ยืนเด่นเห็นหน้าบานเป็นจานเชิงท่ามกลางการสัมภาษณ์จากกลุ่มนักข่าว ใจหนึ่งอยากอนุโมทนากับเพื่อน แต่อีกใจไม่เป็นปีติล้นพ้นเหมือนอย่างที่เห็นใครต่อใครมะรุมมะตุ้มกฤติยาผู้รับรางวัลเหรียญทอง กับขวัญหล้าผู้รับรางวัลเหรียญทองแดง สองคนนั่นน่าจะพูดแทนชาวพุทธได้เต็มปากเต็มคำทางด้านการปฏิบัติอันเป็นเส้นทางเข้าสู่แก่นแท้ของพระศาสนา

แต่สำหรับทีฆายุ มติกลัวอยู่ในส่วนลึกว่าจะพูดผิดพล่ามเพี้ยนเลอะเทอะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับประเด็นลึก ด้วยภาพลักษณ์ที่ทีฆายุถูกดันขึ้นไปยืนบนแป้นอันทรงเกียรติ มีภาระเสมือนตัวแทน หรือภาพแทนชาวพุทธเช่นนี้ พูดอะไรออกมาย่อมมีน้ำหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำหนักที่เกิดจากระดับสติปัญญา รู้จักคิด รู้จักพูดฉลาดเฉลียวฉะฉานเสียด้วย

เท่าที่คบหากับทีฆายุมา แม้ค่อนข้างห่างเหิน มติก็ทราบได้ว่าฝ่ายนั้นมีอคติอย่างรุนแรงเกี่ยวกับหลายประเด็นทางศาสนา นับแต่บาปบุญคุณโทษ นรกสวรรค์ ชาติก่อนชาติหน้า ยิ่งประเด็นเกี่ยวกับนิพพานด้วยแล้ว ทีฆายุเคยประกาศชัดว่าตายเมื่อไหร่ทุกคนก็คงนิพพานเหมือนกันหมด เพราะกายดับ ใจดับแล้วจะเหลืออะไรให้ทุกข์ต่อ

ว่างเปล่าและสาบสูญแน่นอน…

เรื่องของสิ่งที่เห็นไม่ได้ด้วยตา พิสูจน์ไม่ได้ด้วยผัสสะของสามัญมนุษย์ หากมีใครสักคนที่ทรงปัญญา พูดได้แยบคาย จุดพลุขึ้นมาดังๆแบบฟันธงว่าไม่มี ไม่ต้องกังวล ไม่ควรสนใจ เราศึกษามาแล้ว อ่านพระไตรปิฎกมาหมดตู้แล้ว ก็แน่นอนว่าอัตโนมัติของคนส่วนใหญ่ย่อมคล้อยตามโดยง่าย เพราะการปิดหูปิดตาไม่ยอมรับนั้น ย่อมง่ายกว่าการพยายามเปิดหูเปิดตามองให้เห็นจริงผ่านการพิสูจน์มากนัก

ผลงานของทีฆายุมีความเป็นกลาง งานศพเป็นสิ่งปรากฏต่อตาเปล่าได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ทีฆายุอาศัยสำนวนโวหารของกวี และทักษะชั้นสูงของจิตรกรมากล่าวถึงงานศพได้อย่างมีพลัง อีกทั้งงานศพและความตายก็เป็นข้อธรรมเตือนสติหนึ่งของพุทธศาสนาจริงๆ

อย่างไรก็ตาม การตระหนักว่าทุกคนอยู่ในเงื้อมมือมรณา อาจแยกสายเป็นปัญญาและโมหะได้เท่าๆกัน คนหนึ่งอาจคิดว่าในเมื่อต้องตายแล้วก็ไม่ควรประมาท เร่งทำความดีหนีนรก เร่งเข้านิพพานเอาตัวรอดจากทะเลทุกข์ แต่อีกคนอาจคิดว่าไหนๆก็ต้องตายแน่แล้ว เร่งกิน เร่งโกย เร่งกามให้จุใจ อย่าคิดอะไรให้หนักหัวจะดีกว่า

มติพยายามวางใจเป็นกลาง ขณะนั้นต้องยอมรับว่าไม่อาจอนุโมทนากับความสำเร็จ ความสมหวังของทีฆายุได้เต็มร้อย แต่ขณะเดียวกันก็เร่งสำรวจจิตใจว่ามีความอิจฉาริษยาปนอยู่ในความไม่อนุโมทนาบ้างหรือเปล่า พบว่าเมื่อตรวจในแง่นั้น ใจตนเงียบสนิท ความตาร้อนสักแม้น้อยไม่เกิดกับเขาเลย จึงค่อยสบายอกขึ้น

ถอนใจเฮือกหนึ่ง นึกอยากขยายความคิดเกี่ยวกับทีฆายุให้แพตรีฟัง แต่ก็เห็นว่านั่นเหมือนนินทาโดยไม่ยังผลให้เกิดประโยชน์กับใคร โดยเฉพาะในจังหวะนั้น ถ้าปล่อยคำติฉินให้หลุดจากปาก แม้แพตรีก็อาจเข้าใจผิดได้ว่าเขากล่าวด้วยความริษยา

ด้วยเหตุดังนั้น ความคิดปรุงแต่งคำพูดที่เกิดขึ้นในหัวจึงกลายเป็นสิ่งระคาย มติระงับไว้ไม่พูดบ่น ทำใจเสียว่านี่อาจเป็นงานเดียวที่ทีฆายุจะเข้ามาข้องเกี่ยวในแวดวงพุทธศาสนา พอข่าวรางวัลงานประกวดซาแล้วก็แล้วกัน

ผู้เข้าถึงกระแสธรรมย่อมรักที่จะพูดแต่ในเรื่องอันชวนสงบ เย็นใจ สอดคล้องกับความโปร่งโล่งประณีตในอกตนเอง ทั้งนี้มิใช่ว่าคิดเรื่องกิเลสๆไม่ได้ หรือพูดจาเป็นอกุศลไม่ออกเสียทีเดียว ยังคิดได้ พูดได้ตามนิสัยเดิมของเจ้าตัว แต่จะรู้สึกขัดๆ ไม่สบายใจอย่างแรง ยิ่งพูดคอยิ่งแห้ง พูดนานเท่าไหร่ใจยิ่งมัวเท่านั้น หากมีนิสัยเก่าเป็นพวกพูดมาก ชอบคิดฟุ้งซ่านเลอะเทอะ พอนานเข้าก็จะค่อยปรับตัวให้สมภูมิจิต เช่นเดียวกับคนเคยผิวกร้านหนาเหมือนช้างม้า ชอบเดินเล่นในดงหมามุ่ย ก็ไม่แสบระคายมากนัก อาจคันๆสะใจด้วยซ้ำ ต่อมาพอผิวบางลง เมื่อกลับไปเดินเล่นในดงหมามุ่ยอีกก็ไม่สนุกแล้ว ไม่อยากเอาอีกแล้ว ปวดแสบปวดร้อนจะเป็นจะตายออกอย่างนั้น

สำหรับปุถุชนธรรมดา นิสัยเคยเสียอย่างไร ก็อาจเสียอย่างนั้น หรือกระทั่งหนักหน่วงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆตามทิฐิแห่งอายุ ต่างกับผู้เข้าถึงธรรม ถ้านิสัยเคยเสีย ก็เที่ยงที่จะถูกปรับแต่งให้ดีขึ้นเรื่อยเป็นแน่แท้

เดิมทีมติไม่ใช่คนชอบพูดให้ร้ายส่อเสียดอยู่แล้วโดยนิสัย เมื่อได้ดวงตาเห็นธรรม นิสัยส่วนนี้จึงกลืนกันสนิทกับภูมิจิต โดยไม่จำเป็นต้องให้จิตขัดเกลาตนเองแรมเดือนแรมปีแต่อย่างใด

พาแพตรีเยี่ยมชมงานที่ยังไม่ผ่านตาด้วยความเพลิดเพลิน เห็นแพตรียังมีความสุขดี ไม่เบื่อหน่ายหรือเหน็ดเหนื่อยก็เดินเรื่อย

ขณะเดินเปลี่ยนซอย ในอารมณ์หนึ่ง แพตรีนึกพอใจจะยกมือขึ้นสอดเกาะแขนเขา และเบียดไหล่ใกล้เข้ามา พอมติรู้สึกตัวก็หน้าแดง เดินเกร็งขึ้นหน่อยหนึ่ง ภาคภูมิปรีดาที่แพตรียอมแสดงความชิดเชื้อชนิดนั้นให้ใครต่อใครเห็น

“เฮ้! มติ!”

จำได้ว่านั่นเป็นเสียงของบางกอกเพื่อนร่วมคณะ เมื่อหันไปก็พบกับเพื่อนร่วมรุ่นทั้งหญิงชายกลุ่มใหญ่ มีอาจารย์สมบูรณ์ซึ่งเขาเคารพนับถือยืนอยู่ด้วย อาจารย์ยิ้มยิงฟันโร่เพราะได้รับรางวัลชมเชยเหมือนกัน ทุกคนมองมาที่เขากับแพตรีเป็นตาเดียว

มติกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกขัดๆ พะว้าพะวังขึ้นมาเล็กน้อย หากเขาอยู่ตัวคนเดียวคงเดินตรงไปหาเพื่อนและสวัสดีอาจารย์ แต่นี่มีแพตรีควงแขนอยู่ เลยประดักประเดิดเก้อเขิน เรื่องของเรื่องคือเกรงแพตรีจะอึดอัดกับการเข้าวงใหญ่ อีกอย่างเข้าหาเพื่อนทั้งที่คนสวยควงแขนอย่างนี้ ก็คล้ายจะเป็นเชิงเปิดตัวคู่ใจผู้เป็นสาวเด่นอวดเพื่อนฝูงอย่างไรชอบกล

พูดง่ายๆแพตรีสวยเกินคู่ควรนายกระจอกอย่างเขา ชักรู้สึกผิดฝาผิดตัวจนขัดเขินที่จะเอาไปอวดใครต่อใครว่านี่แฟนฉัน แค่เห็นแววสุดพิศวงของพวกนั้นก็ฝ่อแล้ว

หันมาทางหล่อน กระซิบว่า

“ผมขอตัวไปทักทายเพื่อนหน่อยนะ”

แพตรีพอจะเดาความรู้สึกของอีกฝ่ายออก เพราะเขาเกร็งและเสียงแหบผิดปกติ เลยแกล้งถามห้วนๆ

“ทำไม ถ้าแพขอตามไปด้วยนี่จะมีอะไรน่ารังเกียจรึเปล่า?”

“ปล่าว…” รีบปฏิเสธเพราะไม่เท่าทันมายาหญิง นึกว่าแพตรีเคืองจริงๆ “เผื่อพี่แพรำคาญเพื่อนๆผม เอ้อ…”

เขาพยายามหาคำอธิบายอ้ำอึ้งตะกุกตะกัก