ทางนฤพาน ตอนที่ 7

posted on 12 Jan 2008 11:47 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

  

 

  ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน 

    ตอนที่  7  อุปจารสมาธิ   

เกาทัณฑ์ขับรถกลับที่พักด้วยความรู้สึกเศร้าอย่างประหลาด มีความอาลัย เสียดาย คล้ายทำสิ่งหวงแหนหาย

หวงแหน…

เคยหวงมานับครั้งไม่ถ้วน ผิดกันก็แต่คราวนี้มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป กับทั้งรุนแรงและกัดลึกอย่างน่าอับอาย จิตใจวนเวียนอยู่กับภาพบาดตาที่บ้านปู่ชนะเมื่อครู่จนคล้ายตกอยู่ในห้วงฝันหลอน

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อรถจอดที่แยกไฟแดงแห่งหนึ่ง หัวเราะเพราะขบขันความบ้าบอของตนเอง กะแค่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่...น่าสนใจ...อยู่กับชายอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่เขา ถึงกับเกิดอาการวังเวงเชียวหรือ? หล่อนมีดีอะไรกัน ก็แค่สวย เขาหาสวยๆ อย่างนี้ได้เยอะแยะ

หรี่ตามองออกไปนอกกระจกรถ สบตากับสาวน้อยในรถด้านข้าง หล่อนนั่งอยู่ริมซ้ายและเผอิญหันมาจังหวะพอดีกัน

กะพริบตาทีหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างมีแรงดึงดูดที่ทำให้ไม่อาจถอนสายตาจากกันง่ายนัก แต่ชั่วขณะเมื่อใจเกิดนึกเปรียบเทียบกับผู้หญิงอีกคนที่บ้านปู่ เกาทัณฑ์ก็เบือนหน้าไปทางอื่น ได้คำตอบบางอย่างให้ตนเอง

เกือบจะเป็นครั้งแรกๆในชีวิตที่นึกขึ้นได้ ว่าตลอดมาเขาตีค่าผู้หญิงด้วยรูปร่างหน้าตาเป็นหลัก เพียงเพราะหลงใหลอยากกอดจูบสิ่งที่เห็นและจับต้องได้ภายนอก ถ้ารวย เก่ง พูดจาดี ก็จะเป็นแค่ปัจจัยเสริมให้รู้สึกเร้าใจขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่เขาจะคำนึงถึงและยกย่องว่าควรค่าแก่การฝากใจอะไรเลย

เดี๋ยวนี้รู้แล้ว ว่าค่าทางใจมีความหมายอย่างไร...

มาถึงห้องพักและเปิดตู้เย็นทำแซนด์วิชทานไปแกนๆ เลิกคิดวกวนและพยายามกลับมาเป็นตัวของตัวเอง เขาเกลียดเรื่องรบกวนจิตใจที่บั่นทอนความเชื่อมั่นทุกชนิด

เมื่อทานอาหารเที่ยงมื้อง่ายเสร็จก็เข้าห้องน้ำ ขัดสีฉวีวรรณเสียใหม่จนแจ่มใส ผิวปากหลอกตัวเองว่ากำลังสดชื่น เห็นเจ้าหล่อนที่รบกวนจิตใจเขาเป็นแค่ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง หล่อนไร้รสนิยมจนมองไม่เห็นค่าในตัวเขา ทำไมเขาจะต้องพยายามลืม แบบหล่อนนี่น่าลืมโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

หลอกตัวเองให้คิดและเชื่อเช่นนั้น ก็ดันนึกขึ้นมาได้อีกว่ามีแต่เขาเท่านั้นที่เป็นฝ่ายเห็นค่าหล่อน รสนิยมชั้นสูงของเขานี่แหละที่ให้ค่าหล่อนปีนระดับขึ้นจนเกินขีด ต้องว้าวุ่นอย่างน่ารำคาญตัวเองอยู่นี่ เสียเชิงพิลึกล่ะ

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย มายืนอยู่นิ่งๆกลางห้องโดยไร้ความคิดหลอกตัวเอง ก็พบความจริงที่เหลือฝืนจะยอมรับ นั่นคือเขากระวนกระวาย คิดถึงหล่อน อยากคุยกับหล่อน อยากให้ตนไปถึงบ้านปู่เร็วกว่านั้น ก่อนหน้าที่ใครมาชิงจับจองเวลาไปก่อนเขา

ชายหนุ่มยกมือเสยผม เกลียดความหดหู่ที่เกิดจากเพศตรงข้าม แบบเดียวกับคนเชื่อมั่นว่าต้องสอบได้คะแนนเต็มเสมอ ต้องมาพบว่าครั้งหนึ่งตกรูดอย่างหมดท่า

สั่งตัวเองว่าต้องเคลื่อนไหว ต้องหาอะไรทำให้ลืมหล่อน ซึ่งดูไม่น่าจะยากนัก

หยิบวารสารต่างประเทศที่ชอบขึ้นมากางอ่าน เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆจับใจเขาได้เสมอมา เขาสามารถอ่านหนังสือเชิงเทคนิคที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนได้ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายแบบเดียวกับหนังสืออ่านเล่น สงบใจขลุกขลุ่ย เพลิดเพลินอยู่ได้เป็นวันๆ

ลำบากตอนรวบรวมสติให้มีใจนึกตามข้อความที่กำลังผ่านตา แต่ความเคยชินในการไล่สายตาแบบไล่กวาดลงทีละบรรทัดบังคับให้เกิดการรวมกระแสสติในเวลาอันสั้น สายตาของเขาเห็นได้กว้าง เก็บได้ครบ เข้าอกเข้าใจถี่ถ้วน และจำได้แม่น คลื่นความปั่นป่วนในสมองเมื่อครู่ถูกแทรกแซงด้วยคลื่นความคิดอ่าน ความคำนึงนึกต่างรูปแบบที่เป็นระบบระเบียบมากกว่ากัน

อ่านจบไปสองเรื่องก็ลุกขึ้นรินน้ำอัดลมใส่แก้ว เปิดสเตอริโอฟัง แล้วกลับมานั่งเอกเขนกอย่างบรมสุข หยิบหนังสือขึ้นพลิกหาเรื่องอ่านต่อ ปากดูดน้ำจากแก้วในมือแล้ววางลงบนโต๊ะกระจกข้างตัวดังกริ๊กเล็กๆ เกิดความรู้สึกขึ้นมาในชั่วขณะนั้นว่าชีวิตคนเราเต็มไปด้วยรายละเอียดและสีสันหลายหลาก หากจะพลิกจากทุกข์เป็นสุข หรือสุขเป็นทุกข์ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกหยิบสิ่งที่มีอยู่รอบตัวแต่ละคนขึ้นมา

ลืมน้ำผึ้งผสมบอระเพ็ดอึกเดิมไปเสียได้ มีใจเต็มๆให้กับข่าวคราวทันสมัยเรื่องแล้วเรื่องเล่า หมดเรื่องน่าสนใจเล่มหนึ่งก็หยิบอีกเล่มขึ้นอ่านต่อ กระทั่งเงยหน้าดูนาฬิกาบนผนังห้อง เห็นได้เวลาออกกำลังก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เขาชอบกีฬาหลายอย่าง ต่อให้เป็นวันทำงานก็ต้องหาเวลาเล็กๆน้อยๆยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดอย่างนี้ก็มีโอกาสบันเทิงกับการกีฬาได้มากขึ้น

เลือกไปว่ายน้ำ เกาทัณฑ์โทร.ไปชวนเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกัน แต่หมอนั่นออกไปข้างนอก เลยตัดสินใจไปคนเดียว

สระว่ายน้ำแห่งนั้นอยู่บนยอดตึกโรงแรมชั้นหนึ่งกลางกรุงซึ่งใกล้กับที่พัก มีคนมาลงว่ายประปรายทั้งไทยและฝรั่ง เป็นผู้ใหญ่ล้วนๆ ส่วนมากรวย เพราะค่าบริการและค่าสมาชิกแพงหูฉี่สมกับที่อยู่ชั้นลอยฟ้า

วันนี้พอมาถึงก็กระโจนลงว่ายเอาๆเป็นปลา ไม่รู้ว่ากี่รอบต่อกี่รอบ ถ้านับเป็นระยะคงเกือบสองกิโลฯ เขาว่ายน้ำทน เมื่อสมัยเรียนมัธยมเคยเล่นกีฬาให้โรงเรียน ได้ยืนบนแป้นหมายเลขหนึ่งบ่อยกว่าใครเพื่อน

ขึ้นจากสระด้วยอาการมึนนิดๆ ปีนี้เขายังไม่ถึงยี่สิบหก แต่เหมือนร่างกายเริ่มเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ความอึดความทนลดน้อยลง นั่นทำให้ไพล่นึกถึงความเป็นอนิจจังแห่งสังขารขึ้นวูบหนึ่ง คิดแล้วก็หัวเราะ ถ้าเห็นอะไรๆเข้าข่ายความเป็นอนิจจังอย่างนี้บ่อยๆคงแก่ทันปู่ชนะในเร็ววัน

เช็ดตัว เช็ดผม แล้วลงนั่งผึ่งลมบนเก้าอี้ยาวริมสระ ทอดตาดูน้ำสีฟ้าสวยใสที่มีชาวไทยและเทศลงไปสำเริงสำราญกัน 4-5 คน มันเป็นยามเย็นที่น่าระรื่นบนตึกสูงขนาดควันรถขึ้นมากวนไม่ถึง ลมพัดเฉื่อยฉิวท่ามกลางบรรยากาศสบายด้วยสวนหย่อมประดับพื้นที่ แถมมีตาสีเขียวมรกตปิ๊งๆของสาวผมทองส่งมาให้จากฝั่งสระตรงข้ามอีกต่างหาก

ชายหนุ่มส่งตาตอบพลางจุดยิ้มมุมปากหน่อยๆ ท่าทางหล่อนเอกเขนกตรงนั้นนานแล้วและกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ทุกขณะ การว่ายไปว่ายมาไม่หยุดก็เป็นจุดเด่นของสระได้เหมือนกัน เพื่อนๆวิจารณ์ด้วยความอิจฉาเสมอเกี่ยวกับความกำยำได้รูปสวยของเรือนกายเขา โดยเฉพาะเมื่อกำลังว่ายฟรีสไตล์หรือท่าผีเสื้ออยู่ในน้ำ และจากการเห็นเองแทบทุกครั้งเมื่อขึ้นจากน้ำ ก็มักพบสายตาชนิดนี้จากเพศตรงข้ามส่งมาให้เป็นประจำ

เกาทัณฑ์ยีผมบนศีรษะเบาๆด้วยผ้าขนหนู สายตายังวางจับแน่นิ่งไปทางสัดส่วนโดดเด่นในชุดว่ายน้ำเว้าแหว่งล่อตาจนหล่อนต้องแสร้งเมินไปทางอื่นอย่างมีมายา สะสวยไม่ใช่เล่นทีเดียวล่ะ ประมาณจากตาเปล่าเดี๋ยวนี้ เก็งดูอายุแค่เฉียดสามสิบ ทรวดทรงองค์เอว ขา แขน ผิวกายยังไร้ที่ติไปทุกกระเบียดเนื้อ ท่วงทีสำรวยระเหิดระหงเท่าที่เห็น ชวนให้นึกชมมองไม่เบื่อ ต่อให้ถูกบังคับห้ามถอนสายตาไปจากหล่อนสักชั่วโมงก็ตาม

ดูท่าคงไม่ใช่แหม่มที่มาเมืองไทยตัวคนเดียว หล่อนอาจมากับแฟน กับเพื่อน หรือกับพ่อแม่ แต่สายตาที่หวนกลับมาสบอย่างเปิดเผยนั้นประกาศให้ทราบชัดราวกับมีโทรจิตสื่อกันว่าเขาอาจเดินเข้าไปทักทายทำความรู้จักกับหล่อนได้ และหล่อนก็พร้อมที่จะมีเพื่อนชายชาวไทยสักสองสามวันโดยไม่มีใครมากั้นขวางขัดกลาง

ความคิดของเกาทัณฑ์ลึกลงไป คนเจนโลกีย์ด้วยกันย่อมดึงดูดเข้าหากันโดยง่ายคล้ายมีแม่เหล็กคนละขั้วฝังอยู่ในตัวแต่ละฝ่าย เชื้อชาติที่แตกต่างคือรูปแบบแปลกตาน่าระทึก วาดได้เป็นฉากๆว่าหากต้องการรู้จักหล่อน เขาจะต้องเข้าไปด้วยลีลาเช่นไร เริ่มต้นทักด้วยคำพูดใด และหล่อนจะมีทีท่าโต้ตอบมาไม้ไหน ในที่สุดเขาจะต้อนหล่อนเข้ามุม ลงเอยเกษมสันต์หรรษากันครั้งแรกถึงใจเพียงใด ความขึ้นใจกับเกมชีวิตประเภทนี้ทำให้เขามีสัมผัสต่อเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึงได้ชัดเจนราวกับเกิดขึ้นแล้ว

เกาทัณฑ์รู้ว่าถ้าปล่อยหล่อนผ่านไป พลาดโอกาสทำความรู้จักเสียเดี๋ยวนี้ คงหมายถึงการจากกันชั่วนิรันดร์ เหมือนไอศกรีมสุดอร่อยที่จ่อปากอยู่รอมร่อ จะอ้างับก็ง่ายนิดเดียว แต่เมื่อรอนาน มันก็จะละลายหาย หมดเวลารับรางวัลสำหรับคนอ้อยอิ่ง

ร่ำๆจะลุกขึ้นและก้าวเดินไปสู่อนาคตคือวิมานฉิมพลี แต่เวรกรรมที่ยังจำได้ชัดว่าให้สัญญากับหลวงตาแขวนไว้อย่างไร ตลอดอาทิตย์นี้เขาจะต้องงดเสพกาม…

ถอนใจเฮือก เตือนตนเองว่าแม้สบตาด้วยกระแสความรู้สึกใคร่อยากเช่นนี้ก็เท่ากับละเมิดสัญญาทีละน้อย เหมือนปล่อยข้าศึกให้เข้าประชิดเมือง ขึ้นชื่อว่าข้าศึกนั้น เมื่อถึงเมืองแล้วจะให้อยู่เฉยหรือถูกเชิญถอยไปดีๆคงไม่มี อย่างไรก็ต้องปะทะ อย่างไรก็ต้องล้มตายกันในที่สุด

ดีเหมือนกัน เมื่อทุกอย่างผ่านเลยไปแล้วๆเล่าๆ ถึงเวลาเสียทีกระมังที่เขาจะปรารถนาบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่าการเสพสมเนื้อหนังมังสา ถึงเวลาแสวงหาผู้หญิงสักคนที่ทำให้รู้จักโลกนี้ในอีกมิติหนึ่ง ที่ห่างไกลจากเบื้องต่ำอันอุดมด้วยความหยาบโลนชั่ววูบผ่านผิวเผิน

เกาทัณฑ์ลุกขึ้นเดินจากสระแห่งนั้นไปไม่เหลียวหลัง ตอนนี้จะคิดอะไร ทำอะไร ให้มาลงเอยที่เจ้าหล่อนหลานปู่ชนะจนได้ซีน่า

 

ทานข้าวเย็นคนเดียวจนอิ่มตื้อ นี่เห็นจะเป็นการอยู่ตามลำพั