ทางนฤพาน ตอนที่ 28.2

posted on 15 Jan 2008 21:59 by bannpeeploy in articles, buddhism

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน ผลงานของ ดังตฤณ

ชุดนี้มีทั้งสิ้น 29 ตอนค่ะ

สนใจ เลือกรับฟังและอ่านในตอนอื่นๆ   คลิ๊กได้ที่นี้นะค่ะ

ธรรมนิยาย ชุด ทางนฤพาน

ตอนที่ 28 วังวน

นั่นเป็นภาพที่น่ากลัวและไม่อยากให้เกิดขึ้นจริงเลย แต่ตัวรู้ในสมาธิก็บอกว่านั่นแหละที่จะต้องเกิดขึ้น เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องทางแยกในชีวิตก็ในบัดนั้นเอง หากเขาเลือกบำเพ็ญพรตอยู่ในป่าไปเรื่อยๆ ก็จะได้วิถีทางให้เกิดสายเหตุการณ์แบบฤาษี หมดความข้องเกี่ยวกันอย่างสิ้นเชิงกับศัตรูในชาตินี้ แต่หากออกจากป่าเข้าเมือง ก็ไม่แคล้วต้องถูกตามราวีในวันหนึ่ง

ไซคงไม่ยอมให้เขาตายง่ายเหมือนที่ส่งเรือนแก้วขึ้นสวรรค์ อาจมีลีลาทรมานคู่อาฆาตตามแรงแค้นคั่งอก ทว่าพลาดเสียเอง จับพลัดจับผลูกลับกลายเป็นฝ่ายเขายืนจังก้าเตรียมฆ่าเสียแทน ตามความรู้สึกในนิมิต ดวงเขาแข็งกว่าไซเป็นคนละชั้น แม้ไซจะเกิดใต้ฤกษ์เพชฌฆาต ก็หาได้มีตบะข่มขี่มากพอจะเอาชีวิตเขาสำเร็จ

เมื่อปะติดปะต่อเข้ากับคำเตือนของเรือนแก้ว ผู้บัดนี้อยู่ในภาวะเห็นล่วงหน้าด้วยอภิญญาแห่งเทวดา ขอร้องให้เขาตั้งจิตอโหสิแก่ศัตรู อย่าฆ่าแกงผูกเวรต่อเนื่อง ก็ยิ่งเกิดความเชื่อมั่นว่าภัยถึงชีวิตจะไม่มีแก่ตน แต่เขาเองนั่นแหละจะมีสิทธิ์เลือกระหว่างให้อภัยทาน กับทำตนเป็นมัจจุราชล้างกังวล

เมื่อพ้นกำหนดเสี่ยงชีวิตตามสัจจาธิษฐาน เขายังไม่ถูกจงอางทำร้าย ทั้งที่นั่งดักใกล้ทางเข้าออกแท้ๆ ก็เชื่อมั่นว่าหากกลับเมืองแล้วจะต้องเจอะเจอกับไซ ญาติพี่น้องและคนรักคงไม่พลอยติดร่างแหบาปเคราะห์ไปด้วยเป็นแน่

เห็นเกาทัณฑ์นิ่งเงียบอยู่นาน แพตรีก็เตือนว่า

“กำลังรอฟังอยู่นะคะ พี่เห็นนิมิตอะไร?”

ชายหนุ่มหันกลับมา เคยได้ยินมาว่าถ้าบอกเล่านิมิตในอนาคต เหตุการณ์จะเคลื่อน จึงตัดบท

“เอาเป็นว่าสิ่งที่พี่รับรู้นั้นอยู่เหนือสังหรณ์ธรรมดา แต่ไม่ถึงอนาคตังสญาณหยั่งรู้อนาคตเต็มขั้น พี่เชื่อว่ากลับมาครั้งนี้ปลอดภัยพอสำหรับตัวเองและคนรอบข้าง”

ทอดถอนใจด้วยความหนักอก

“พี่ทิ้งทุกร่องรอยที่ไซน่าจะใช้สืบสาวมาถึงตัวได้ งานก็จะหาใหม่ ห้องพักเดิมก็จะไม่กลับไปอีก นั่นน่าจะเพียงพอแล้ว”

กล่าวจบก็เม้มปาก ค่อยๆก้าวเดินกลับมานั่งเคียงคนรัก สีหน้าวิตกขณะดึงมือหล่อนมากุม

“เราเกิดมาเพื่ออยู่ด้วยกัน…”

พูดด้วยนัยน์ตาทอดสนิททรงอิทธิพล ขนาดที่แพตรีใจอ่อนให้อีกจนต้องหลบ

“ถึงแม้มั่นใจในความปลอดภัยพอ พี่ก็ยินดีให้แพเลือกทุกอย่าง จะเร้นหายไปอยู่ไกลๆด้วยกัน จะอยู่ที่เดิมอย่างเปิดเผย หรืออยากไล่พี่ไปให้พ้น ก็จะไม่ขัดเลย ทุกอย่างให้แพเลือกด้วยสิทธิ์เด็ดขาด สัญญาว่าถึงแพเลือกขอให้จากลี้หนีหาย พี่ก็จะรักและซื่อสัตย์กับแพคนเดียวอยู่อย่างนี้ พี่จะเข้าใจว่าแพก็ปรารถนามีชีวิตเพื่อหน้าที่ที่ตัวเองต้องการเหมือนกัน ไม่ใช่เอาแต่จมจ่อมกับพี่จนลืมสิ่งอื่นหมด”

หญิงสาวก้มหน้าคิด ในเมื่อเลือกอยู่กับเขาก็ต้องพร้อมจะรับทั้งเงามืดและเงาสว่างที่ตามติดตัวเขามาด้วย เห็นจากหางตาและสัมผัสด้วยใจ เขามีสติบริบูรณ์ที่ฉายบารมีแก่กล้า น่าอบอุ่นไร้กังวลพอจะบันดาลใจให้หล่อนกล่าวนิ่มๆ

“รู้คำตอบดีอยู่แล้วก็อย่าทำเป็นแกล้งลองใจเลย”

มติตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความชุ่มชื่นใจ อาบน้ำแต่งตัว อารมณ์แจ่มใสเป็นล้นพ้น เห็นอะไร ได้ยินอะไรดูน่าบันเทิงเริงรื่นไปหมด นับแต่เสียงนกร้อง สายน้ำจากฝักบัว หรือกระทั่งกิริยาเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงของตนเอง

เขาเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีเหลืองสดที่มักใช้ไปเที่ยวหรือออกงานเลี้ยงกับเพื่อนฝูง ยิ้มมุมปากให้เงาในกระจกขณะหวีผมอย่างบรรจง ตั้งใจเต็มที่ว่าวันนี้จะทำให้แพตรีหัวเราะเบิกบาน จะพาหล่อนไปนั่งดูขอบฟ้าจรดน้ำ เดินเล่นช่วยกันสร้างรอยเท้าบนผืนทรายสวย

ก้าวออกจากบ้านด้วยความยิ้มกริ่มมาดหมาย พลิกข้อมือดูนาฬิกา เห็นเข็มบอกเวลาเจ็ดโมงเป๊ะ

มายืนกดกริ่งและชะเง้อหาหล่อนที่ประตูหน้า เห็นเงาหล่อนไหวๆอยู่บนเรือนคล้ายติดธุระบางอย่างง่วนอยู่ แต่เพียงครู่หนึ่งก็เปิดประตูมุ้งลวดก้าวลงมาหา

แปลกใจที่เห็นหล่อนอยู่ในชุดเสื้อกระโปรงยาวลำลอง ท่าทางยังไม่เตรียมตัวแต่อย่างใด

“สงสัยตื่นสาย”

มติทักด้วยการทาย แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างประกาศว่าพร้อมจะรอสักกี่ชั่วโมงก็ได้

แพตรียิ้มรับทักซึมๆ มาถึงประตูและไขกุญแจเปิดกว้างให้น้องชาย

“นั่งก่อน มติ…”

แพตรีเชื้อเชิญเขามาที่โต๊ะหินใต้ร่มไม้ใหญ่ซึ่งใช้เป็นมุมสนทนาเสมอนับแต่อยู่ในวัยเยาว์ หญิงสาวก้มหน้าตลอดเวลา และไม่สบตาเขาแม้แต่แวบเดียว ทว่ามติเห็นสีหน้าเซียวซีดแล้วก็คิดเพียงว่านั่นคงเป็นเพราะหล่อนเพิ่งตื่น

“ผมรอได้ฮะพี่แพ อาบน้ำทานข้าวตามสบายนะ อย่ารีบ”

แพตรีผินหน้าไปแสนไกล ดูหล่อนเศร้า ไม่ชอบตอนจิตใจหล่อนมัวหมองเลย ราวกับเขาต้องร่วมรับผิดชอบแก้ไข แต่ก็ขาดกำลังที่เพียงพอ จะในอดีตหรือปัจจุบันก็ตาม

“มีอะไรหรือเปล่าฮะ?”

เด็กหนุ่มเอ่ยแผ่วอย่างเริ่มจับได้ถึงความไม่ชอบมาพากลอันมีผลกระทบมายังตน หญิงสาวนิ่งไปนาน ก่อนพยักหน้ารับ

“ใช่…มี”

แพตรียันศอกเท้าคาง อันเป็นลักษณาการเหม่อซึมที่ยากจะเกิดขึ้น สายตาของหล่อนยังทอดไปในทิศที่ไม่มีเขา มติกังขา จะเป็นอุปาทานไปเองหรือเปล่าที่รู้สึกว่าหล่อนกำลังสงสารเขา สงสารจนต้องหรี่ซ่อนแม้แต่แววในตา

ขณะแห่งความเงียบอันมึนซึม เดาทางยาก เงาร่างใครคนหนึ่งปรากฏใกล้ประตูบนเรือนมาต้องหางตาเขา มติเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ตกตะลึงจังงังค้างเมื่อพบร่างสูงเด่น แลผงาดเงื้อมหลอกตาในบัดนั้น

เกาทัณฑ์ยืนนิ่งกับที่ครู่ใหญ่ สบตากับมติเขม็งในระยะไกล ก่อนผละจากไปแบบเลิกแยแสสน ทิ้งความพิศวงงงงวยไว้กับผู้เห็นเบื้องล่างที่ยังค้างนิ่งในท่าเดิม

เป็นนานกว่าที่มติจะดึงหน้ากลับมามองแพตรีอย่างไม่เข้าใจอะไรเลย หรือเข้าใจแต่ก็เกินกว่าจะคิดเชื่อว่าเมื่อครู่มิได้ตาฝาด แพตรียังคงนั่งนิ่ง จับสายตา ณ จุดเดิมที่เลื่อนลอยไร้หลัก ทั้งรู้ว่าน้องชายเพิ่งเห็นใครไป รังสีทรงอำนาจจากจิตตานุภาพของเกาทัณฑ์ที่แผ่ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของครอบครองมายังหล่อนนั้น เข้มจัดเสียจนสัมผัสได้ราวกับใครเอาผ้านวมหนาหนักมาห่มหลัง

“พี่แพ…”

มติห่อปากครางเสียงสูง

“มติ…พี่ขอโทษ”

แพตรีหลุดคำออกมาผะแผ่ว เศร้าเพราะรู้ว่าสิ่งที่ปรากฏได้ทำความเจ็บให้กับน้องชายขนาดไหน

”ขอโทษจริงๆ”

เด็กหนุ่มยังจ้องตะลึงงันจับใบหน้าซีดขาวคล้ายคนเป็นไข้ของอีกฝ่าย

“เมื่อคืน…พี่อยู่กับเขาทั้งคืน?”

หญิงสาวกะพริบตาทีหนึ่ง ความคิดแรกอยากแก้ความเข้าใจของน้อง แต่แล้วก็เปลี่ยนเข็ม เพียงพยักหน้าทีหนึ่งแล้วนิ่งเป็นดุษณี ปล่อยให้มติสรุปเอาจากภาพที่ปรากฏตามครรลองโลก

มติรู้สึกคล้ายมีมือไร้ตนผลักหน้า พยายามยันให้ล้ม เขาได้แต่ขืนตัวต้าน จึงผงะแล้วคืนกลับ แต่ก็เหมือนจะผงะอีกทั้งที่อยู่ท่ามกลางความเงียบและอากาศเซาซึมระหว่างตนกับหญิงสาว มิได้มีสิ่งใดออกแรงผลักเขาเลย

หัวเราะออกมาทั้งถอนสะอื้น พยายามหักห้าม สะกดอารมณ์ตนเองจนสุดฤทธิ์ ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น

“ทำไมถึง…ถึงคืนดีกับเขาง่ายนักล่ะฮะ ทำไมถึงไม่จำว่าเจ็บมายังไง?”

พูดแล้วเท้าศอกยกมือยันหน้าตนเองไม่ให้คว่ำล้มลง

“เธอไม่เข้าใจหรอกมติ”

แพตรีหน้าม่อย พึมพำตอบเพียงเท่านั้น

“ใช่ฮะ! ผมไม่เข้าใจพี่แพเลย!!”

แผดเสียงตะโกนใส่หล่อนอย่างเหลืออด เลิกเกรงว่าใครบ้านไหนจะได้ยินบ้าง เผอิญมีเพื่อนร่วมซอยสองคนเดินผ่านหน้ารั้วและเข้าทางตาแพตรี ทั้งคู่เหลียวมาอย่างสนใจเหตุการณ์ผิดปกติของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องขึ้นเสียงระหองระแหงในเขตบ้านปู่ชนะที่สงบสุขมาช้านาน ดูมีความดึงดูดให้หันชมเป็นพิเศษ แพตรีต้องก้มหน้าหลบหน่อยๆเพราะอายเป็น แต่ก็อยากให้มติระบายความโกรธถึงที่สุด จะตบตีหล่อนก็ยอม เพราะรู้ตัวว่าเมื่อคืนให้ความหวังกับเขาไว้มาก เสร็จแล้วมากลับหัวเป็นก้อย กลับฝันเป็นตื่นในชั่วเวลาข้ามหนึ่งนิทราอย่างนี้

มติหูตาแดงก่ำ จุกอก หน้ามืดด้วยแรงอัดของโทสะ ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เห็นตนยอมโง่ให้ผู้หญิงหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักเข็ดเสียที

ที่สุดก็ลุกพรวดราวกับดีดขึ้นด้วยระเบิดไฟแห่งโทสะ แต่แล้วต้องแปลกใจตนเองที่จู่ๆไฟในอกมันมอดดับวูบหายไปเฉยๆ คล้ายเทน้ำทั้งกะละมังลงราด หรือทะลึ่งตัวโผล่ขึ้นพ้นบ่อตมสกปรก แม้ยังคงมีความขุ่นระคายเป็นสายกรุ่น ความคิดปั่นป่วนระส่ำระสายไม่เลิก ก็เห็นชัดว่าตัวโกรธมันจางจืดลง ขนาดที่รู