สนใจอ่าน เนื้อเรื่อง วิมุตติรัตนมาลี

ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ทั้งหมด คลิ๊กที่นี้ค่ะ

สนใจรับฟัง เสียงอ่าน วิมุตติรัตนมาลี

ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ทั้งหมด คลิ๊กที่นี้ค่ะ

วิมุตติรัตนมาลี โดย พระพรหมโมลี

( วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9)

วิมุตติรัตนมาลี ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี  

ตอนย่อย  สมเด็จพระพิมพาทูลลานิพพาน

ครั้นสมเด็จพระพิมพาภิกษุณี ได้สำเร็จเป็นพระอรหันตมหาขีณาสวเจ้า ทรงคุณวิเศษในพระพุทธศาสนาขั้นสูงสุด เสวยวิมุตติธรรมอยู่พอควรแก่กาลแล้ว วันหนึ่ง พระเถรีมีจิตผ่องแผ้วอธิษฐานเข้าฌานสมาบัติเป็นผาสุกวิหาร ออกจากฌานแล้วจึงอาวัชนาการพิจารณาดูอายุสังขารแห่งตน ก็เห็นแจ้งประจักษ์ชัดด้วยอำนาจญาณวิเศษว่า อายุสังขารนั้นจะพลันสิ้นเสียแล้ว จึงอุฏฐาการลุกขึ้นโดยพลัน ชวนพระภิกษุณีที่เป็นบริวาร คมนาการไปสู่สำนักสมเด็จพระจอมจักรสัมมาสัมพุทธเจ้า ประณตน้อมถวายวันทาด้วยเบญจางคประดิษฐ์ สถิตนั่งอยู่ ณ ที่อันควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วทอดพระเนตรเล็งแลดูพระพักตร์มณฑลแห่งองค์สมเด็จพระบรมทศพล ซึ่งงามพร้อมด้วยพระพุทธลักษณา ปานประหนึ่งว่าปริมณฑลแห่งพระจันทร์อันงามยิ่ง เฝ้าเล็งแลดูนิ่งนานเป็นที่ผิดสังเกตไม่เหมือนทุกวันแต่กาลก่อน

สมเด็จพระชินวรสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ผู้ทรงไว้ซึ่งสัพพัญญุตญาณทรงทัศนาเห็นพระพิมพาภิกษุณีอรหันต์มีอาการผิดแปลกเช่นนั้น ก็ทรงพิจารณาเห็นอย่างแจ่มแจ้งในญาณแห่งพระสัพพัญญูว่า พระพิมพาภิกษุณีนี้ ถึงกาลสิ้นชนมายุสังขาร จะมาลาตถาคตดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพาน ในกาลวันนี้ ควรที่ตถาคตจักสำแดงปฏิหาริย์ให้ปรากฏแก่เจ้าพิมพาในวาระสุดท้ายนี้โดยยิ่ง สมเด็จพระมิ่งมงกุฎบรมศาสดาทรงอาวัชนาการฉะนี้แล้วก็ทรงเปล่งพระรัศมีแห่งพระวรกายให้เป็นไปโดยงดงามหลายสิ่งหลายอย่าง อาทิ บางรัศมีที่ปรากฏออกจากพระวรกายในขณะนั้น ปรากฏดุจรัศมีแห่งพระอาทิตย์เมื่อแรกอุทัย บางรัศมีปรากฏดุจสายรุ้งและดอกอุบลแดง มีพรรณรายเลื่อมระยับแสงแล่นวนเวียนห้อมล้อมพระองค์แลดูรุ่งเรืองโอภาสงดงามสุดประมาณ
สมเด็จพระพิมพาเถรีอรหันต์ ทอดทัศนาพระวรกายแห่งสมเด็จพระไตรโลกนาถซึ่งโอภาสรุ่งเรืองไปด้วยพระรัศมีงามต่างๆ ดั่งนั้น ก็พลันบังเกิดธรรมสังเวชในพระทัยแล้วจึงตัดสินใจกราบทูลพระกรุณาขึ้นว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระภาคอันงามและประดับไปด้วยพระรัศมี พระองค์ได้ทรงพระอุตสาหะสั่งสมอบรมพระพุทธบารมี มาแต่อดีตชาติหลายอสงไขยโน้นก็ดี พระองค์ก็ได้ทรงเป็นสวามีแห่งพิมพาข้าพระบาทนี้นับพระชาติไม่ถ้วนตลอดมา ตราบเท่าได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณในกาลบัดนี้ก็ดี ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระพุทธบารมี จำเดิมแต่นี้ไป อันตัวพิมพาข้าพระบาทนี้ จักมีโอกาสได้ทอดทัศนาพระองค์ผู้เคยทรงเป็นพระภัสดาก็หามิได้อีกแล้ว จะได้วิสาสะคุ้นเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระองค์อีกเหมือนกาลก่อนนั้นก็หามิได้อีกแล้ว ขอพระองค์จงทรงพระกรุณารับทราบไว้เถิดว่า พิมพาข้าพระบาทนี้ จะมีโอกาสได้เห็นพระรูปโฉมพระสิริวิลาสเสาวภาคลักษณะของพระองค์ก็คงครั้งนี้เป็นปัจฉิมที่สุดแล้ว จะได้ถวายนมัสการยินดีต่อองค์พระประทีปแก้ว ก็คงครั้งนี้เป็นปัจฉิมที่สุดอยู่แล้ว จะได้ กระทำสัจจะคารวะพระองค์ผู้เคยทรงเป็นสวามีสุดที่รัก ก็คงจักครั้งนี้เป็นปัจฉิมที่สุด ด้วยว่าข้าพระบาทพิมพามีวาสนาสิ้นสุด จักขอพระบรมพุทธานุญาตทูลลาดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน เพราะสิ้นชนมายุสังขารในวันนี้แล้ว พระเจ้าข้า"

ได้ทรงสดับคำกราบบังคมลาเข้าสู่นิพพานของสมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ซึ่งเคยเป็นคู่สร้างพระบารมีฉะนี้ สมเด็จพระชินสีหพุทธเจ้าก็ทรงบังเกิดธรรมสังเวชในความเป็นไปแห่งอายุสังขาร จึงได้ประทานอนุญาตด้วยพระพุทธฎีกาว่า

"ดูกรเจ้าพิมพาที่เคยมีคุณแก่ตถาคตเอ๋ย หากเจ้ากำหนดกาลอันควรแล้ว ก็จงเคลื่อนแคล้วดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานอันเป็นอมตสุขไปตามอัธยาศัยของเจ้าเถิด เราตถาคตอนุญาต"

เมื่อได้รับพระบรมพุทธานุญาตด้วยพระพุทธฎีกาดั่งนี้ พระพิมพาภิกษุณีเถรีเจ้าที่จะเข้าสู่นิพพาน ก็นิสัชนาการนิ่งนึกตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกราบบังคมทูลขึ้นว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระภาคอันงาม กาลเมื่อพระองค์ทรงสร้างพระพุทธบารมีเพื่อพระโพธิญาณ ท่องเที่ยวอยู่ในกระแสวัฏสงสารกับพิมพาข้าพระบาทนี้ด้วยกันมา ตั้งแต่ครั้งศาสนาสมเด็จทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า จนตราบเท่าจวบถึงกาลปัจฉิมชาตินี้ จะได้ขาดไมตรีจิตวิสาสะคุ้นเคยกันนั้นก็หาไม่ พระองค์เสวยพระชาติเป็นอะไร พิมพาข้าพระบาทนี้ก็เสวยชาติเป็นเช่นนั้นด้วย เป็นอย่างนี้เกือบทุกชาติมา ในกาลครั้งนี้แล พิมพาข้าพระบาทจักขาดจากไมตรีวิสาสะคุ้นเคยกันกับสมเด็จพระองค์เจ้า ด้วยว่า วันนี้เข้าถึงวันอุโบสถเพ็ญเดือน ๔ ข้าพระบาทที่ชื่อว่าพิมพาเถรีภิกษุณี จะขอถวายนมัสการฝ่าพระบาทยุคลทั้งคู่ ของสมเด็จพระสรรเพชญพุทธสัพพัญญูเจ้าเข้าสู่ปรินิพพานแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเป็นการสมควรที่พิมพาข้าพระบาท จักขอถือโอกาสขมาโทษานุโทษต่อพระองค์เสียในครั้งนี้ เพราะสืบไปเบื้องหน้าจะได้มีโอกาสกราบทูลพระกรุณาขอขมาโทษานุโทษก็หาไม่อีกแล้ว ขอองค์สมเด็จพระประทีปแก้ว จงทรงพระกรุณารับขอขมาโทษ อันพิมพาข้าพระบาทนี้ ได้เคยมีความผิดต่อพระองค์มาแต่ปุพพชาติที่แล้วมาด้วยเถิดพระเจ้าข้า"

กราบบังคมทูลเพื่อให้ทรงรับคำขอขมาโทษฉะนี้แล้ว สมเด็จพระพิมพาภิกษุณีอรหันต์ทรงฌานอภิญญาแก่กล้า ก็รำลึกถึงชาติหนหลังด้วยพระปุพเพนิวาสานุสติญาณ นำมากราบทูลพระกรุณาองค์สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์ ประมาณได้หลายภพหลายชาติหนักหนาโดยมีใจความเป็นตัวอย่างบางภพบางชาติ ซึ่งเป็นอดีตประวัติที่ออกมาจากพระโอษฐ์องค์สมเด็จพระพิมพาเถรี ดังต่อไปนี้

(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)

 

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

Comment

Comment:

Tweet

Recommend