พระนางมัทรี

posted on 28 Jan 2008 15:10 by bannpeeploy in buddhism

สนใจอ่าน เนื้อเรื่อง วิมุตติรัตนมาลี

ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ทั้งหมด คลิ๊กที่นี้ค่ะ

สนใจรับฟัง เสียงอ่าน วิมุตติรัตนมาลี

ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ทั้งหมด คลิ๊กที่นี้ค่ะ

วิมุตติรัตนมาลี โดย พระพรหมโมลี

( วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9)

วิมุตติรัตนมาลี ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี

ตอนย่อย  พระนางมัทรี

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งแห่งสัตวโลกทั้งหลาย! ในอดีตชาติล่วงแล้วแต่หนหลัง ครั้งสุดท้ายเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่พระองค์ทรงเป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญพระพุทธบารมีใกล้จักสมบูรณ์เต็มที่ เสวยพระชาติเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ทรงพระนามว่าพระเวสสันดรทรงบุญราสี ฝ่ายพิมพาข้าพระบาทนี้ก็ได้เป็นพระอัครมเหสีนามว่า พระนางมัทรียอดเยาวมาลย์ กาลนั้น เราทั้งสองได้ครองกรุงอดุลยเดชในเชตุดรธานีบุรีเมศร์ มีพระปิโยรสอัครเรศสองพระองค์ ทรงนามว่า เจ้าชาลีและกัณหา

กาลครั้งนั้น พระองค์ซึ่งทรงเป็นพระเวสสันดร ทรงพระราชศรัทธาใคร่บริจาคทาน จึงทรงพระราชทานกุญชรชาติเผือกผู้เป็นทานแก่พราหมณ์เมืองกลิงครัฐ ชาวพระนครพากันยกขึ้นเป็นอธิกรณ์แล้วขับให้ออกไปจากเมือง พระองค์จึงทรงพาพระนางมัทรีและเจ้าชาลีกัณหาออกไปทรงพรต ณ เขาวงกตแห่งห้องหิมเวศ

แล้วยังมีพราหมณ์ธชีเชษฐ์ชื่อว่าชูชก ตามออกไปทูลขอสองดรุณทารก เพื่อเอามาเป็นทาสีทาสา พระองค์ก็ทรงพระราชศรัทธาบริจาค พรากพระลูกรักทั้งสองให้เป็นทานหวังจักแลกเอาพระโพธิญาณในอนาคตกาลเบื้องหน้า ธชีชราก็พาสองโอรสเร่งรีบหนีกลัวนางพระยามัทรีจะมาทันแลขัดขวางไม่ให้สมปรารถนา

เพลาวันนั้นพระนางมัทรีเข้าไปสู่หิมวันต์ไพรสณฑ์เพื่อแสวงหาผลาผล ครั้นย่ำค่ำสิ้นแสงพระสุริยน ก็จรดลกลับมายังบรรณศาลา มิได้ทัศนาเห็นสองปิโยรสก็ให้ระทดพระทัยจะทูลถามพระราชสวามี สักเท่าใด พระองค์ก็มิได้ตรัสให้แจ้งคดี นางพระยามัทรีก็ยิ่งมีความโศกเศร้าโศกา อุตส่าห์เที่ยวตามหาสองกุมารพร้อมกับทรงพระกรรแสงสะอึกสะอื้นในคืนนั้นเหลือกำลัง ตั้งตาสอดส่ายลัดเลี้ยวเที่ยวหาสิ้นมรรคาถึง๑๕ โยชน์ จนพระสุริยารุ่งโรจน์รวิวรรณ ก็กลับมาถึง บรรณศาลาและสิ้นกำลังจึงถึงซึ่งวิสัญญีภาพสลบไป ณ ใกล้พระคันธกุฎี พระเวสสันดรราชฤๅษีทอดพระเนตรเห็นเหตุร้ายนั้น ก็ให้ทรงตะลึงันมิอาจที่จะกำหนดว่าตนเป็นดาบสบรรพชิต วิ่งเข้ามาด้วยกำลังพระกุรณาสงสาร ยกพระเศียรเกล้าของเจ้ามัทรีขึ้นวางเหนือพระเพลา แล้วทรงเอาอุทกวารีมาสรงพระพักตร์ให้เย็นชื่น เมื่อเจ้ามัทรีฟื้นคืนสมปฤดีรู้สึกกายละอายแก่บาป จึงค่อยถอยถดลดพระองค์ลงมาถวายบังคม แล้วก็ทูลถามถึงความเป็นไปของเจ้าชาลีกัณหา พระดาบสราชสวามีก็แจ้งว่าทรงบริจาคให้เป็นทานแก่ธชีชูชกพราหมณ์ชรา เพื่อผลพระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณในอนาคตกาลภายภาคหน้า นางพระยามัทรีทรงทราบเหตุผลฉะนี้ ก็ทรงมีพระทัยเกษมศรีภิรมย์ กระทำอนุโมทนาชื่นชมซึ่งปิยปุตตทานบารมียิ่งหนักหนา

ข้าแต่พระองค์ผู้เคยทรงเป็นสวามี! โทษผิดแห่งพิมพาข้าพระบาทนี้ หากจักพึงมีในชาตินั้น โดยเป็นเหตุให้พระองค์ทรงพระกรุณาสงสาร จนตะลึงงันมิอาจที่จะกำหนดว่าเป็นดาบสบรรพชิต รีบวิ่งเข้ามายกเศียรเกล้าของข้าพระบาทซึ่งเป็นสตรีวางไว้เหนือพระเพลา ทำให้พรหมจรรย์ของพระองค์เศร้าหมองไปชั่วขณะหนึ่งแล้วไซร้ ขอองค์สมเด็จพระจอมไตรโลกนาถ จงทรงพระกรุณาอดโทษให้แก่ข้าพระบาท ชื่อว่าพิมพา ซึ่งจักขอถวายบังคมลาเข้าสู่นิพพานในวันนี้เสียเถิด พระเจ้าข้า

(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)

 

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

Comment

Comment:

Tweet

Recommend