ภัททิยเศรษฐี

posted on 28 Jan 2008 15:11 by bannpeeploy in buddhism

สนใจอ่าน เนื้อเรื่อง วิมุตติรัตนมาลี

ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ทั้งหมด คลิ๊กที่นี้ค่ะ

สนใจรับฟัง เสียงอ่าน วิมุตติรัตนมาลี

ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ทั้งหมด คลิ๊กที่นี้ค่ะ

วิมุตติรัตนมาลี โดย พระพรหมโมลี

( วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9)

วิมุตติรัตนมาลี ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี

ตอนย่อย  ภัททิยเศรษณี

อดีตชาติล่วงแล้วหนหลัง ครั้งศาสนาแห่งสมเด็จพระปทุมุตรสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เราตถาคตได้เกิดเป็นเศรษฐีมีนามว่าภัททิยเศรษฐีมีอาชีพเป็นนายพาณิชพ่อค้าสำเภา ส่วนเจ้าพิมพานี้เกิดเป็นกุมารีงามโสภา นามว่า ปติครุกา ภายหลังต่อมาได้เป็นบาทบริจาริกาแห่งภัททิยเศรษฐีนั้น

กาลวันหนึ่ง ภัททิยเศรษฐีมีกิจจะต้องเดินทางโดยสำเภาไปค้าขายยังเมืองสุวรรณภูมิ เป็นเวลาช้านานจะประมาณวันเดือนปีมิได้ดังนั้น ก่อนที่จะออกเดินทางจึงสั่งนางปติครุกาไว้ว่า เจ้าอยู่ข้างหลังจงตั้งใจอย่าได้ประมาท เร่งระวังรักษาตัวเจ้าและทรัพย์สมบัติไว้ให้ดี ครั้นสามีออกเดินทางไปแล้ว นางปติครุกาก็กระทำตามคำสั่งสามีทุกสิ่งทุกประการ

สมัยนั้น สมเด็จพระปทุมุตรสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จพุทธดำเนินโปรดสัตว์มาจนถึงเมืองพาราณสี อันเป็นเมืองของภัททิยเศรษฐี นางปติครุกาภริยาแห่งภัททิยเศรษฐีเจ้ามีศรัทธา ทูลอาราธนาสมเด็จพระพุทธเจ้าพร้อมกับพระอริยสงฆ์องค์บริวารให้เข้าไปรับอาหารบิณฑบาตที่คฤหาสน์ของนาง ครั้นเสร็จภัตกิจแล้ว สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์ก็ทรงประทานพระธรรมเทศนาภัตตานุโมทนา แสดงผลานิสงส์แห่งบิณฑบาตทาน นางปติครุกาได้สดับพระธรรมเทศนาจบลงแล้ว ก็มีจิตผ่องแผ้วกอปรด้วยศรัทธากล้าหาญปสันนาการเลื่อมใส จึงกราบทูลอาราธนาพระองค์ไว้มิให้เสด็จไปสู่นครอื่น แล้วได้บริจาคทรัพย์สมบัติมากมายออกจำหน่ายจ่ายสร้างพระวิหาร วันฉลองพระวิหารก็ได้ถวายไตรจีวรเย็บย้อมเป็นอันดี ในขณะที่สมเด็จพระพุทธองค์กับทั้งพระสงฆ์สาวกบริวารเสด็จมารับมหาทานในพิธีการฉลองพระวิหารนั้น นางก็หลั่งทักษิโณทก ให้ตกลงเหนือฝ่าพระหัตถ์แห่งสมเด็จพระพุทธองค์เจ้าแล้ว จึงตั้งปณิธานความปรารถนาว่า

"ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนผลานิสงส์นี้ ส่งไปให้สามีของข้าพเจ้าผู้ชื่อภัททิยเศรษฐี เดชะผลทานนี้ ขอให้สามีของข้าพเจ้าประกอบไปด้วยสิริสวัสดี นิราศปราศจากภัยอันตรายในมหาสมุทร"

สมเด็จพระพุทธองค์เจ้าจึงทรงอนุโมทนาว่า ขอความปรารถนาของเจ้าจงสำเร็จดั่งมโนรถเถิด แล้วก็ประทับอยู่ในพระวิหารตามคำอาราธนาของนาง ข้างทางภัททิยเศรษฐีหลังจากที่ฟันฝ่าอุปสรรคอันตรายในท่ามกลางมหาสมุทรใหญ่ เดินทางไปค้าขายยังสุวรรณภูมินคร ครบกำหนดนานถึง ๓ ปี แล้วจึงได้กลับมาถึงคฤหาสน์แห่งตนที่เมืองพาราณสีโดยปลอดภัย แต่พอมาถึงและนั่งลงแล้ว นางปติครุกาภริยาก็แจ้งความตามที่นางได้บำเพ็ญกองการกุศลต่างๆ แล้วพาสามีไปสู่พระวิหารที่ตนสร้างไว้ในพระบวรพุทธศาสนา เพื่อให้สามีได้ชื่นชมโสมนัสในมหากุศล ชวนกันเข้าไปถวายอภิวาทแทบพระยุคลแห่งองค์สมเด็จพระทศพลปทุมุตรสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งยังประทับอยู่ที่พระวิหารนั้น ครั้นภัททิยเศรษฐีเพ่งพิศพินิจดูสมเด็จพระสัพพัญญูเจ้าก็ยิ่งบังเกิดความศรัทธาออกวาจาสรรเสริญสดุดีว่า สมเด็จพระบรมศาสดาเป็นผู้ทรงพระเดชพระคุณอันล้ำเลิศประเสริฐกว่าสรรพสัตว์ในไตรภพ ทรงรบชนะซึ่งปัญจวิธมารได้อย่างจริงแท้แน่นอนโดยมิต้องสงสัย สดุดีฉะนี้แล้ว ก็มีสกลกายและดวงหฤทัยเต็มตื้นไปด้วยกำลังปีติโสมนัสยิ่ง แล้วจึงมีสุนทรวาจากล่าวกับภริยาว่า

"ดูกรเจ้าซึ่งมีพักตร์อันเจริญ! เจ้านี่เป็นคนดีหนักหนา มีจิตศรัทธากอปรด้วยปัญญาสร้างมหากุศลไว้ในพระบวรพุทธศาสนาเห็นปานฉะนี้ คราวนี้ นับว่าเป็นบุญลาภของเราทั้งสองแล้ว ด้วยว่าเราจักได้สำเร็จพระโพธิญาณก็เพราะการกุศลนี้"

ภัททิยเศรษฐีผู้มีศรัทธา ปลงปัญญาให้เห็นตามความเป็นจริงดั่งนี้แล้ว ก็มีจิตผ่องแผ้วน้อมกายถวายนมัสการสมเด็จพระปทุมุตรสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วจึงออกโอษฐ์ตั้งความปรารถนาเอาพระพุทธภูมิโพธิญาณ เฉพาะพระพักตร์สมเด็จพระปทุมุตรบรม- ศาสดาจารย์ ด้วยประการฉะนี้

สมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงนำเอาเรื่องในอดีตชาติมาตรัสเล่า ณ ท่ามกลางมหาสังฆสันนิบาตจบลงแล้ว จึงทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสแก่สมเด็จพระพิมพาภิกษุณีอีกว่า

"ดูกรเจ้าพิมพา อันตัวเจ้านี้มีคุณแก่เราตถาคตมาแต่กาลก่อน เราตถาคตจักได้สำเร็จแก่พระบวรสัมโพธิญาณ ก็เพราะอาศัยเจ้าเป็นส่วนสำคัญ ตลอดเวลาที่ยังต้องท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสาร เราทั้งสองนี้เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เราเคยกระทำบุญให้ทานการกุศล ร่วมกันมา ตั้งแต่นี้ต่อไปเบื้องหน้า เราทั้งสองนี้จะขาดจากวิสาสะกันแล้ว การที่ว่าจะได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอีกต่อไปก็หามิได้ ด้วยว่าเจ้าจะดับขันธ์เข้าสู่อมตมหานฤพานไป นับวันแต่จะไกลกันแล้ว จะได้มีโอกาสช่วยเราตถาคตเพิ่มบารมีอีกก็หามิได้ โทษผิดอันใดที่เจ้าเคยมีต่อเราตถาคตแต่ปางก่อน วันนี้เป็นวันที่เราตถาคตอดโทษให้แก่เจ้าจนหมดสิ้น อนึ่ง โทษานุโทษอันใด ที่เราตถาคตได้เคยประมาทล่วงเกินเจ้า ด้วยความพลาดพลั้งทั้งลับหลังและต่อหน้าตลอดเวลาที่ยังต้องท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร ขอเจ้าจงอดโทษานุโทษนั้น ให้แก่เราตถาคตเสียให้สิ้น แล้วจงดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุขไปก่อนเถิดนะ เจ้าพิมพา"

สมเด็จพระบรมศาสดาทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสฉะนี้แล้ว ก็ทรงนิ่งเฉยมิได้ตรัสประการใดอีก ด้วยทรงเห็นว่าเวลายังเหลือน้อยแล้วขณะนั้น สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณีจึงมีวาจาทูลลาเป็นครั้งสุดท้ายว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระสวัสดิภาคเป็นอันงาม พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งแห่งปวงประชาสัตว์ในโลก พระเจ้าข้า ในอเนกบุรพชาติแต่ก่อนมา ข้าพระบาทพิมพานี้ได้เคยร่วมสร้างบารมีกับด้วยพระองค์เป็นอันมากกว่ามาก ตั้งแต่นี้ไปพิมพาข้าพระบาทนี้ก็จะไม่ได้ร่วมบารมี กับด้วยพระองค์อีกแล้ว อนึ่ง แต่บุรพชาติล่วงแล้วมา เมื่อยังต้องท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสาร พิมพาข้าพระบาทจะได้ขาดวิสาสะคุ้นเคยกับพระองค์ก็หามิได้ ด้วยเป็นที่สบอัธยาศัยพอใจร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา พิมพาได้ทุกข์พระองค์ก็พลอยทุกข์ด้วย พิมพาได้สุขพระองค์ก็พ