สนใจอ่าน เนื้อเรื่อง วิมุตติรัตนมาลี

ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ทั้งหมด คลิ๊กที่นี้ค่ะ

สนใจรับฟัง เสียงอ่าน วิมุตติรัตนมาลี

ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี ทั้งหมด คลิ๊กที่นี้ค่ะ

วิมุตติรัตนมาลี โดย พระพรหมโมลี

( วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9)

วิมุตติรัตนมาลี ตอน สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี

ตอนย่อย พระกาฬุทายีพรรณนาสถลวิถี

จะกล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าสิริสุทโธทนราชาธิบดี ซึ่งทรงเป็นพระพุทธบิดาตั้งแต่เจ้าชายบวรดนัยเสด็จออกสู่มหาภิเนษกรมณ์ ก็ทรงโศกเศร้าและคอยสดับข่าวอยู่เนืองๆ ครั้นทรงทราบว่าเจ้าฟ้าราชโอรสได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ สำเร็จเป็นเอกองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมศาสดาจารย์แล้ว ก็ทรงมีพระทัยผ่องแผ้วปรารถนาจักได้ทอดทัศนาองค์ปิโยรสแห่งตน ทรงใช้อำมาตย์ผู้ใหญ่ถึง 9 คนพร้อมกับบริวาร ให้ไปอาราธนาเพื่อเสด็จกลับมายังกรุงกบิลพัสดุ์ถึง 9 ครั้ง ก็เงียบหายไปไม่ได้ผล เพราะชนเหล่านั้นพากันออกบวชใน
สำนักแห่งองค์พระสัพพัญญูเจ้าเสียสิ้น ในที่สุด ทรงพิจารณาเห็นแต่อำมาตย์ผู้หนึ่ง ซึ่งมีนามว่า กาฬุทายีอำมาตย์ ว่าเจ้ากาฬุทายีผู้นี้เป็นสัพพัตถสาธกามาตย์ สำเร็จในสรรพราชกิจ แล้วก็เป็นผู้ที่ไว้ใจใช้ชิดสนิทเสน่หา เกิดร่วมวันทันเวลาประสูติแห่งปิโยรส ได้เป็นสหายเพื่อนเล่นฝุ่นทรายมาด้วยกันแต่ยังทรงพระเยาว์ เข้าใจว่าเจ้ากาฬุทายีผู้นี้เห็นทีจะใช้ได้เป็นมั่นคง จึงทรงให้เรียกมาสู่ที่เฝ้าแล้วตรัสว่า

"ดูกรพ่อกาฬุทายี เรานี้มีความปรารถนาจะได้เห็นปิโยรสแห่งเราผู้จากไปนาน เฝ้าใช้อำมาตย์ผู้ใหญ่ไปหลายคนแล้วก็ยังไม่ได้การและตัวเรานี้ก็แก่เฒ่าแล้วจะมีชีวิตอันตรายเมื่อใดก็มิรู้ได้ เมื่อมีชีวิตอยู่ ก็ใคร่ที่จะได้เห็นพักตร์โอรสรัก เจ้าจักอาสาไปทูลอาราธนาสมเด็จพระบรมศาสดาผู้เป็นปิโยรสแห่งเราให้เข้ามายังกรุงกบิลพัสดุ์นี้ เพื่อให้เราทัศนาสมประสงค์ จะได้หรือมิได้ประการใด"

กาฬุทายีอำมาตย์ผู้มีปรีชา ก็กราบบังคมทูลรับอาสาว่า

"ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นนฤบดี ข้าพระบาทนี้จักไปทูลเชิญเสด็จพระบรมสรรเพชญบวรดนัยของพระองค์ ให้มาสู่พระนครจงได้ดั่งพระราชประสงค์ แต่ขอจงทรงพระกรุณาโปรดอนุญาติให้ข้าพระบาทได้บรรพชาด้วยเถิด พระเจ้าข้า"

"เจ้าปรารถนาจะบรรพชาหรือไม่ประการใด ก็ตามแต่ชอบใจของเจ้าเถิด เรานี้มิได้ขัด แต่ขอให้ได้ทัศนาการพระปิยบุตรสมดุจกมลปรารถนาในคราวนี้ ก็เป็นที่ยินดีแห่งเรายิ่งนักแล้ว"

กาฬุทายีอำมาตย์ได้สดับพระราชดำรัสฉะนี้ ก็จำทูลพระราชสาส์นไปกับบุรุษบริวารพันหนึ่ง ถึงกรุงราชคฤห์แล้วเข้าสู่พระเวฬุวัน ทัศนาการเห็นพระพุทธองค์ตรัสพระสัทธรรมเทศนาจึงหยุดอยู่ ณ ที่สุดแห่งหมู่บริษัท ตั้งใจสวนาการพระสัทธรรมเทศนา ในไม่ช้าก็สามารถส่งกระแสใจไปตามพระพุทธฎีกา ยังวิปัสสนาญาณให้จำเริญวัฒนาการขึ้นตามลำดับจนได้บรรลุพระอรหัตผลญาณอันเป็นปฏิปัสสัทธิวิมุตติ จึงขอบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ก็ทรงมีพระพุทธฎีกาโปรด ประทานอุปสมบทให้ด้วยเอหิภิกขุบรรพชาแต่เพลาวันนั้น

ท่านพระกาฬุทายีอรหันต์ใหม่ พักอยู่ที่เวฬุวันเมืองราชคฤห์ได้ 7 วัน พิจารณาเห็นว่า กาลบัดนี้ เพิ่งจะย่างถึงฤดูร้อน มนุษยนิกรทั้งหลายก็เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว และมรรคาที่จะเสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์ก็ชุ่มชื่นดื่นดาษด้วยติณชาตินานาพรรณ พื้นพนสัณฑ์นั้นก็เรี่ยรายไปด้วยบุปผชาติอันหล่นลงเกลื่อนกลาดพสุธา สมควรที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาจักเสด็จพระพุทธดำเนินไปโปรดพระพุทธบิดร ณ มหานครกบิลพัสดุ์ และสงเคราะห์พระขัตติยวงศ์ศากยราชยิ่งนัก แล้วพระผู้เป็นเจ้าก็มีจิตผ่องแผ้วเข้าไปสู่สำนักสมเด็จพระชินสีหเจ้าในวันเพ็ญผคุณมาส ถวายอภิวาทแล้ว ก็กล่าวสรรเสริญสถลวิถีสดุดีคุณแห่งมรรคา เพื่อประโยชน์จะให้เสด็จพระพุทธลีลาไปสู่นครแห่งพระพุทธบิดา โดยนัยอันวิจิตรพิศดารว่า

"ข้าแต่สมเด็จพระสัพพัญญูเจ้าผู้ทรงศุภสวัสดิเจริญด้วยสิริโสภาคย์ กาลบัดนี้อรัญรุกขชาติทั้งหลายล้วนทรงไว้ซึ่งเรือนพุ่มอันงาม ผลัดเสียซึ่งใบแก่ออกใบอ่อนกอบด้วยช่ออรชร ผลิซึ่งผลโสภณไพโรจน์ไปทั้งป่า

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงมหาพิริยภาพ ในสมัยนี้สมควรที่องค์สมเด็จพระชินสีหเจ้า พระองค์ผู้มีพระฉวีพรรณโอภาสแผ่ออกจากพระสรีรกาย จะเสด็จพระพุทธลีลาไปโดยสถลพนัสนั้น

อนึ่ง รุกขชาติทั้งหลายวิจิตรไปด้วยยอดแดงออกใหม่ มีพรรณอันแดงประดับไปด้วยใบระบัดอ่อนทุกกิ่งก้าน ปานประหนึ่งว่ารัตนมณฑปปกป้องณ เบื้องบน สถลมารคทั้งสองข้างอรัญวิถี ก็มีพฤกษชาติหลายหลากล้วนทรงกุสุมชาติเบ่งบานหอมระรื่นรสสุคนธาควรเจริญใจ บ้างก็ทรงผลดิบห่ามสุกไสวอเนกประการ ล้วนเป็นผลาหารอันกอบด้วยโอชารสควรจะบริโภค บรรเทาเสียซึ่งความอยากระงับความกระวนกระวาย ในพฤกษชาติทั้งหลายล้วนมี
โอภาสอันเขียวครุวนาดุจกำหางแห่งนกยูง มีสาขารื่นรมณียสถาน ปานประหนึ่งว่าจะชักชวนชนที่เดินทางทั้งหลายให้หยุดพักพำนักให้เหือดหายกายที่เหน็ดเหนื่อยมา มีทั้งสุมทุมพุ่มลดาประดับด้วยบุษยมาลี และประหนึ่งมณฑปดูชัฏชื่นช่ออรชรอุดม ฟุ้งขจรเกสรกุสุมเสาวรสตลบละเวงไพร สรรพคณาวิหคน้อยใหญ่วิจิตรด้วยนานาพรรณ มีนิลวรรณเป็นต้นยลตระการตาต่างไขขานศัพท์โดยภาษาดุจประโลมด้วยมธุรสำเนียงเสนาะควรจะเปรมปรีดิ์ อีกทั้งสัตว์จตุบาทมฤคชาติก็มีพรรณพิไลต่างๆบ้างก็เชิดชูหางเหลือบเล็งเพ่งพิศดวงเนตรงามเจริญตา
บ้างก็แล่นถลาไปสู่ทิศานุทิศโดยรอบ

พื้นภูมิภาคทั้งปวงก็กอบด้วยหญ้าแพรกพรรณเขียวขจี ทั้งกุสุมมาลีก็หล่นลงเรี่ยราย อาเกียรณ์ไปด้วยทรายสะอาดสะอ้านปานประหนึ่งดาษด้วยแก้วมุกดา ดูผลพฤกษาก็สุกเหลืองรุ่งเรืองดุจสีทองไปทั่วทิศ ทั้งสกลแนวทางก็ราบรื่นดุจแสร้งสร้างประดิษฐ์ตกแต่งเสมอเป็นอันดี บริเวณพนาลีก็แสนสุขสนุกสำราญ ดุจทิพยนันทวันอุทยานสวนสวรรค์อันวิจิตรด้วยวิวิธนานาทุมชาติ ล้วนทรงกุสุมเสาวคนธ์สะอาดควรจะอภิรมย์ มีทั้งสระโบกขรณีอันอุดมเดียรดาษด้วยรุกขชาติปุณฑริกปทุมชุ่มช่อชูไสว กระแสสินธุ์ก็เย็นใสบริสุทธิ์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์มิได้บกพร่อง ละอองเกสรสุคนธขจรขจายมิหายหอม เป็นที่หรรษาปราโมทย์แก่หมู่มนุษยนิกรอมรบริษัทที่ได้ทอดทัศนา ฝูงสกุณปักษาก็ถลาร่อนลงจับอาศัยในอุบลบุปผชาติอันเบิกบานต่างไขขานศัพท์สารภิรมย์ ชมเชยคู่อยู่สะพรั่งเพรียกพร้องจำนรรจาอย่างเบิกบาน บ้างก็คาบเอาเกสรปทุมมาลย์แล้วบินโผไปโดยทิศต่างๆ พลางร้องแซ่สุนทรถ้อยแก่กันกลิ่นโกสุมบุปผชาตินั้นก็หอมเฟื่องฟุ้งไปในทศทิศาดล

อนึ่ง ในเถื่อนสถลทุรสถาน ก็มีทั้งคชสารซับมันสัญจรเที่ยวท่องข้ามท้องนทีคีรีห้วยละหานแลรกชัฏ เปล่งศัพท์โกญจนาทก้องสำเนียงเสียงพิลึก จะได้สดับทั้งเสียงสินธุธาราอันไหลหลั่งดังครั่นครึกอุโฆษควรจะพิศวง แล้วจะได้เห็นหมู่โมรคณามีแวววงอลงกตในกําหางอย่างแสร้งวาดดูวิจิตรโศภา มีโลมาเวียนวะวับประดับสอดสีขนเขียวขจีคืออินทนิล และมีบางหมู่มยุราบ้างก็ย่างย้ายรำแพนแผ่ฟ้อน พร้อมด้วยนิกรคณายูงยุรยาตรอยู่บนยอดมณีบรรพตอันสูง เปล่งมธุรสำเนียงแข่งขานกันต่างๆบางเหล่าคณานกอเนกนานาชาติก็พิลาสด้วยสีขนโสภณไพจิตร สถิตบนคีรีรายเรียงเปล่งศัพท์ซ้องเสียงเซ็งแซ่ สดับโสตเสนาะมโนภิรมย์ บนเนินสิงขรพนมก็อาเกียรณ์เดียรดาษด้วยบุปผชาติเบ่งบาน ล้วนทรงสุคนธหอมหวานเฟื่องฟุ้งรุ่งเจริญจิต พื้นภูมิภาคภูผาก็โสภาพรรณไพโรจน์รุ่งเรืองไปโดยรอบ กอบด้วยเหวละหานธารเซาะชำเราะรินสินธุฟองฝอยย้อยหยาดกระเซ็นซ่าน ปานประหนึ่งวัสโสทกตกแต่ทิฆัมพรากาศ เยือกเย็นเช่นหยาดทิพย์อุทกธาราสวรรค์ ในนันทโบกขรณีแห่งท้าวเทพ
โกสียสักกเทวราชก็ปานกัน

อนึ่ง ทั้งสองข้างอรัญมรรคา ก็เรียงรายระดับด้วยบึงบ่อท่อธารควรจะเบิกบานบันเทิงจิตแห่งพระโยคาวจรบรรพชิตที่บำเพ็ญเพียรเล่าเรียนเจริญธรรมคันถธุระสมถวิปัสสนา ตามระยะมรรคาก็มีคามนิคมอุดมด้วยอาหารภัตนานัปการ มิได้กันดารด้วยบิณฑบาต บรรดา อเนกนรชาติก็กอบด้วยศรัทธา ปรารถนาจะใคร่พบเห็นพระทศพล ล้วนแต่ขวนขวายในการกุศลสรรพสิ่งสุจริต

อนึ่ง พื้นพนสัณฑ์ก็วิจิตรไปด้วยโกสุมเรณูอันตกต้อง หมู่ภมรผึ้งภู่และหมู่แมลงทับทองลงดื่นดาษ คลึงเคล้าเอารสเรณูบุปผชาตินานา มีทั้งดงอ้อแฝกคาสองข้างทางทุรพนัส ร่มแสงสุริยาครุวนาดุจกางกั้นด้วยฉัตรไปตลอดหนทาง ในที่ระหว่างทางระยะละโยชน์ ก็มีบ้านตำบลหนึ่งไปโดยลำดับมรรคาวิถี เป็นหนทางที่หยุดพักสำนักมิได้ลำบาก มีทั้งศาลาและโรงใหญ่กว้างดีมาก อีกบึงบ่อพออาศัยเป็นสุขไปทุกถิ่นสถาน ทั้งสระสวนสนุกสำราญอารมณ์รำงับร้อน วายุรำเพยพัดอ่อนพาเย็นสบาย กาลนี้พื้นนภากาศก็กระจ่างขจายขจัดจากเมฆ พลาหกมิได้ปกปิดกำบัง ทั้งทิพากรรังสีก็อ่อนแสงมิได้จำรัสแรงร้อนกล้า เป็นสมัยที่สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าสมควรจะเสด็จพระพุทธดำเนินไป โดยอรัญมรรคาในกาลครั้งนี้เถิด พระเจ้าข้า

อนึ่ง อันว่าราชธานีซึ่งมีนามบัญญติว่ากรุงกบิลพัสดุ์มหานครก็อลังกรณ์ด้วยอเนกนานาบริโภคภิรมย์สำราญปานประดุจเทพธานี มิฉะนั้นเปรียบประดุจบุรีในอุตรกุรุทวีปวิจิตรไปด้วยเชิงเทินและปราการซุ้มทวารป้อมค่าย ภายนอกก็มีคูแวดล้อมโดยรอบ กอบด้วยห้องแห่งสินธุธารา ดาดาษล้วนเบญจโกมลกุมุทชาตินานาทั้งถ่องแถวสถลมรรคาอันพิจิตรพิศเพียงสุทัศนเทพนคร เป็นที่สโมสรสถิตสำนักแห่งอัครบรมขัตติยศากยโอรสราชกุมาร ผู้ทรงซึ่งโสภณวิภูษนอลังการ ปานประหนึ่งเทพบุตรบริสุทธิ์สุภาภรณ์ในอมรเทวโลก ทั้งองค์สมเด็จพระสิริสุทโธทนมหาราชาธิบดีก็มีพระกมลอาโภคเพื่อจะทัศนาการซึ่งพระบรมศาสดาจารย์อัครปิยบุตรเป็นหนักหนาแม้ว่ามิได้เห็นองค์พระพุทธชินวงศ์แลมิได้ทรงสดับพระพุทธฎีกาก็คงจะมีพระกมลอุราแสนโศกาครอบงำ ซ้ำทวีเทวษบ่มิวายพระหฤทัยโทมนัส ข้าพระบาทปรารถนาจะให้พระพุทธองค์เสด็จไปเล้าโลมพระทัยบรมกษัตริย์ ให้เสื่อมสร่างโศกาดูรเทวษเมื่อสมเด็จบรมนรินทร์ผู้เป็นปิ่นประชาได้ทอดทัศนาพระพุทธศาสดา ก็จะมีพระกมลปรีดาปราโมทย์มโนภิรมย์ คงจะบรรเทาเสียซึ่งความเกรียมตรมทุกข์บำราศอันมีมานาน

ข้าแต่องค์พระบรมศาสดาจารย์ปิ่นปราชญ์ประเสริฐด้วยญาณวิมุตติ กาลบัดนี้สมควรที่พระองค์ผู้ทรงเป็นมกุฎเกสนิกรประชาเทพามนุษย์ จักเสด็จพระพุทธดำเนินไปสู่สำนักพระเจ้าสิริสุทโธทนาพระราชบิดา ประชาชนที่มีประโยชน์ด้วยการกระทำนาก็ไถหว่านซึ