ลวงพระสวามีด้วยผมหงอก

posted on 30 Jan 2008 21:57 by bannpeeploy  in buddhism

   

นางแก้วคู่บารมี

เรียบเรียง โดย อังคาร

 ตอนที่  9  (  จอมนางแห่งพารณสี  / ลวงพระสวามีด้วยผมหงอก )

ในอดีตกาล พระนางพิมพาได้เกิดมาเป็นยอดสตรี ทรงเป็นมเหสีของพระเจ้ากรุงพาราณสี พระนางทรงมีพระโอรสองค์หนึ่งนามว่า พรหมทัตราชกุมาร

พรหมทัตราชกุมารมีพระสหายสนิทนามว่า สุสีมกุมาร บุตรชายของราชปุโรหิตผู้ซึ่งเกิดวันเดียวกัน

เมื่อพรหมทัตกุมารและสุสีมกุมารเจริญวัยขึ้น ต่างก็ได้ไปเล่าเรียนศิลปะศาสตร์ที่เมืองตักกสิลาด้วยกัน สำเร็จแล้วก็กลับมารับราชการในกรุงพาราณสี

เมื่อพระเจ้าพาราณสีสิ้นพระชนม์ พระราชบุตรก็ขึ้นครองเมืองเป็นพระเจ้าพรหมทัต และตั้งให้สุสีมะเป็นราชปุโรหิต

วันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตทรงเสด็จประทักษิณพระนคร โดยมีสุสีมะปุโรหิตนั่งบนหลังช้างไปด้วย

ฝ่ายพระราชชนนีประทับดูพระเจ้าพรหมทัตอยู่ที่ช่องพระแกล เมื่อทอดพระเนตรเห็นสุสีมะปุโรหิตก็ทรงมีพระทัยปฏิพัทธ์ จึงเสด็จเข้าห้องบรรทม ทรงงดพระกระยาหาร ตรอมพระทัยด้วยความเสน่หาในราชปุโรหิต

พระเจ้าพรหมทัตทรงสดับว่าพระราชมารดาประชวรจึงเสด็จไปเยี่ยม แต่เมื่อตรัสถามอาการ พระราชมารดาก็ไม่ทรงตอบเพราะความละอาย พระเจ้าพรหมทัตจึงให้มเหสีของพระองค์เป็นผู้ทูลถามพระอาการ

มเหสีพระเจ้าพรหมทัตไปเอาใจซักถามอาการพระราชมารดา ในที่สุดพระราชมารดาก็เปิดเผยเรื่องที่ทรงมีพระทัยปฏิพัทธ์สุสิมะปุโรหิตให้ฟัง

เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงทราบ พระองค์จึงมาเข้าเฝ้าพระราชมารดา กราบทูลว่าไม่ต้องกังวลพระทัย พระองค์จะตั้งสุสิมะปุโรหิตให้ครองเมือง และตั้งพระราชมารดาให้เป็นพระมเหสี

แล้วพระเจ้าพรหมทัตก็เสด็จไปเกลี้ยกล่อมให้สุสิมะปุโรหิตรับเป็นพระราชา ให้พระราชมารดาเป็นมเหสี ส่วนพระองค์ทรงเป็นอุปราช

สุสิมะปุโรหิตจึงได้อภิเษกสมรสกับพระราชชนนี และขึ้นครองกรุงพาราณสีเป็นสุสีมะราชา

เมื่อกาลเวลาผ่านไปนานวันเข้า สุสีมะราชาก็ทรงเบื่อทรงหน่ายการครองเรือน ทรงละกามทั้งหลาย ทรงมีพระทัยน้อมไปในการบรรพชา ไม่ทรงอาลัยไยดีด้วยอำนาจกิเลส ประทับยืน ประทับนั่ง และเสด็จบรรทมแต่ลำพังพระองค์เดียว

ฝ่ายพระมเหสีก็ทรงดำริว่า พระราชาไม่ร่วมอภิรมย์กับเรา ประทับยืน ประทับนั่ง และทรงบรรทมแต่ลำพังพระองค์เดียว คงเป็นเพราะพระราชายังหนุ่มอยู่ แต่เรานั้นมีเกศาหงอกแล้ว หากพระราชามีผมหงอกเช่นเดียวกับเรา พระราชาคงร่วมอภิรมย์กับเราเหมือนเดิม

วันหนึ่ง พระมเหสีจึงทรงทำทีเป็นหาเหาบนพระเศียรของพระราชา แกล้งถอนพระเกศาพระราชาออกมาเส้นหนึ่งทิ้งไป แล้วถอนเกศาหงอกเส้นหนึ่งของพระนางเองให้พระราชาทอดพระเนตร เพ็ดทูลว่าพระเกศาของพระองค์หงอกแล้ว

สุสิมะราชาทอดพระเนตรเห็นผมหงอกก็ตกพระทัย รำพึงว่าชราและมรณะมาถึงพระองค์แล้ว ถึงกาลที่พระองค์จะต้องออกบรรพชา

ฝ่ายพระมเหสีก็ทรงตกพระทัยเช่นกัน เพราะพระนางตั้งใจจะลวงพระราชาเพื่อผูกมัดพระทัยพระองค์ไว้ แต่กลายเป็นว่าสุสิมะราชากลับอยากเสด็จออกผนวช พระนางจึงทูลความจริงให้ทรงทราบว่าผมหงอกนั้นเป็นของพระนางเอง ขอพระองค์อย่าได้ออกบวชเลย

แต่สุสีมะราชาไม่เปลี่ยนพระทัย ทรงตรัสแสดงโทษของของรูปสมบัติ และแสดงคุณของการบรรพชาให้พระมเหสีฟัง จากนั้นก็มอบราชสมบัติคืนให้แก่พระเจ้าพรหมทัต ทรงทอดทิ้งราชสมบัติแล้วออกบวชเป็นดาบส เจริญอภิญญาและสมาบัติให้เกิดขึ้น เมื่อสิ้นชีวิตแล้วจึงได้ไปอุบัติในพรหมโลก

 

พระเจ้าพรหมทัต มาเกิดเป็น พระอานนท์

สุสีมะราชา มาเกิดเป็น พระพุทธเจ้า

พระมเหสี มาเกิดเป็น พระนางพิมพา 

 ( โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ )

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Recommend