จากนางทาสีเป็นมเหสีพระราชา
posted on 30 Jan 2008 21:57 by bannpeeploy in buddhism
นางแก้วคู่บารมี
เรียบเรียง โดย อังคาร
ตอนที่ 11 ( ราชธิดาพระเจ้าโกศล /จากนางทาสีเป็นมเหสีพระราชา )
ในอดีตกาล พระนางพิมพาได้มาเกิดเป็นราชธิดาผู้เลอโฉมปานเทพธิดาของพระเจ้าปัสเสน แคว้นโกศล เมื่อเจริญวัยขึ้น พระนางก็ได้อภิเษกสมรสเป็นอัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัตแห่งกรุงพาราณสี
พระเจ้าพรหมทัตนั้นทรงอภิเษกสมรส พร้อมกับการราชาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติกรุงพาราณสีสืบต่อจากพระราชบิดาที่สวรรคต
ขณะที่พระองค์เสด็จขึ้นประทับนั่งบนราชบัลกังก์ พระองค์ทรงทอดพระเนตรดูเหล่าอำมาตย์ข้าราชบริพาร ดูพราหมณ์และคหบดี ดูเหล่าสนมนางฟ้อนนางรำ ๑๖,๐๐๐ นาง ทรงทอดพระเนตรดูปราสาทราชมณเฑียร และราชทรัพย์ทั้งมวล แล้วพระองค์ก็ทรงระลึกขึ้นได้ว่า อำนาจและราชสมบัติเหล่านี้ของพระองค์นั้น เกิดขึ้นเพราะการให้ทานขนมกุมมาสเพียง ๔ ก้อน ในชาติก่อน
พระองค์ทรงปิติในผลของทาน จึงได้ขับเป็นลำนำเพลงท่ามกลางชุมนุมชนนั้น พวกนางฟ้อนนางรำได้ยินพระราชาขับลำนำ ก็เข้าใจว่าเป็นเพลงโปรดพระราชา จึงจดจำนำไปร้องกันต่อไป
ฝ่ายพระมเหสีได้ยินคำร่ำลือเรื่องเพลงโปรดของพระราชาก็ใคร่รู้ แต่ไม่กล้าทูลถาม
วันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตตรัสให้พรแก่พระมเหสี ตอบแทนที่พระนางทำคุณความดีอย่างหนึ่ง พระมเหสีกราบทูลว่าพรใดๆ พระนางก็ไม่ประสงค์ พระนางต้องการเพียงฟังลำนำเพลงของพระองค์เท่านั้น
พระราชารับสั่งให้ขออย่างอื่น พระมเหสีก็ไม่ยอม พระราชาจึงตรัสว่าพระองค์จะให้พรนั้น แต่จะไม่บอกแก่พระมเหสีองค์เดียวในที่ลับ แต่จะประกาศให้ประชาชนทั้งหลายได้รับรู้ทั่วกันด้วย
แล้วพระราชาก็ให้ตีกลองป่าวร้องไปทั่วพระนคร
เมื่ออำมาตย์ข้าราชบริพารและมหาชนมาพร้อมเพรียงกัน พระราชาก็เสด็จประทับบนรัตนบัลลังก์ ทรงขับร้องเป็นลำนำ
พระเจ้าพรหมทัตทรงแสดงธรรม โดยตรัสเล่าบุรพกรรมของพระองค์ให้มหาชนฟังว่าชาติก่อนของพระองค์นั้นทรงเกิดเป็นคนรับใช้ที่ยากจนของเศรษฐีคนหนึ่ง อาศัยอยู่ในกรุงพาราณสีนี้เอง
วันหนึ่ง เขาได้ถือขนมกุมมาสราคาถูก ๔ ก้อนจากตลาดเพื่อนำมาเป็นอาหารเช้า ระหว่างทางได้พบพระปัจเจกพุทธเจ้า ๔ องค์มาบิณฑบาต เขาจึงได้ถวายขนมกุมมาสทั้ง ๔ ก้อนนั้นแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า อธิษฐานว่า ด้วยผลแห่งการถวายขนมกุมมาส ขอให้ข้าพเจ้าอย่าได้พบกับความยากจนอีกเลย และขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จพระโพธิญานด้วยเถิด
พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๔ องค์รับขนมกุมมาสแล้วก็นั่งลงฉัน ณ ที่นั้น ฉันเสร็จแล้วได้ให้อนุโมทนาแล้วเหาะกลับสู่เงื้อมเขานันทมูล
เมื่อถวายทานนี้แล้ว ชายยากจนก็เฝ้าระลึกถึงทานนี้อยู่เสมอ เมื่อสิ้นชีวิตจึงได้มาเกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากรุงพาราณสี
เมื่อพระมเหสีฟังลำนำเพลงของพระราชาแล้ว จึงกราบทูลว่า
"อันทศพิธราชธรรมของพระราชานั้นประกอบด้วย ทาน ศีล บริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความเที่ยงธรรม บัดนี้ พระองค์ทรงรำลึกรู้ถึงอานิสงส์ของผลทานแล้ว กาลต่อไป ก่อนที่พระองค์จะเสวย ก็ควรจะนำของเสวยนั้นแบ่งเป็นทานเสียก่อน"
พระเจ้าพรหมทัตฟังคำพระมเหสีแล้ว จึงดำรัสถามบ้างว่า
"ดูก่อนน้องนางผู้เจริญ เราบอกกุศลกรรมในภพก่อนแก่เธอแล้ว บัดนี้เราพิจารณาดูเธอในท่ามกลางหญิงเหล่านี้ เราไม่เห็นหญิงใดแม้แต่คนเดียวที่งามปานเทพอัปสรเช่นเธอ ทั้งรูปร่าง ผิวพรรณ การเยื้องกราย กิริยา และเสน่หาของหญิง เราอยากรู้ว่าเธอทำกุศลกรรมใดไว้ จึงได้รับสมบัตินี้"
พระมเหสีนั้นก็เป็นผู้ระลึกถึงอดีตชาติได้ จึงได้กราบทูลพระราชาว่า
"ชาติก่อนนั้นหม่อมฉันเกิดเป็นนางทาสี เป็นผู้สำรวมกายและใจ รักษาศีล ละเว้นบาปทั้งปวง วันหนึ่งหม่อมฉันได้รับอาหารส่วนของหม่อมฉัน จึงได้เดินออกมาหาที่รับประทาน หม่อมฉันได้พบพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงได้นำอาหารนั้นใส่บาตร ด้วยผลแห่งทานที่ถวายแก่ผู้ทรงศีลบริบูรณ์ หม่อมฉันจึงได้เกิดมาเป็นราชธิดาพระเจ้าโกศล"
ครั้นพระราชาและพระมเหสีได้เล่าบุรพกรรมของตนแล้ว ทั้งสองพระองค์ก็ช่วยกันทำบุญให้ทาน ทรงให้สร้างศาลาทาน ๖ แห่ง คือ ที่ประตูพระนคร ๔ แห่ง ที่กลางพระนคร ๑ แห่ง ที่ประตูพระราชวัง ๑ แห่ง ทรงรักษาศีล และรักษาอุโบสถตลอดพระชนม์ชีพของทั้งสองพระองค์
( โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ )
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
พระพุทธศาสนา
สมุดลงชื่อเยี่ยมบ้านพี่พลอย









