นางแก้วคู่บารมี
เรียบเรียง โดย อังคาร
ตอนที่ 16 ( สุภัททาเทวี /นางแก้ว )
พระบรมจักรพรรดิ คือ พระราชาผู้มีบุญญาธิการและบุญฤทธิ์สูงสุดประมาณ ทรงเป็นพระราชายิ่งกว่าพระราชา จัดเป็น ๑ ใน ๔ บุคลควรบูชาอันหาได้ยากยิ่งในโลก คือ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ และพระบรมจักรพรรดิ
คำว่าพระบรมจักรพรรดินั้น บางครั้งก็เรียกว่า พระเจ้าจักรพรรดิ พระบรมจักร หรือ พระเจ้าธรรมิกราช
การที่จะได้เป็นพระบรมจักรพรรดินั้น ไม่ใช่ได้มาด้วยตระกูล ไม่ได้มาด้วยอำนาจ และไม่ได้มาด้วยกำลัง แต่ได้มาด้วยบุญบารมีที่สร้างสมไว้อย่างเพียงพอในอดีต รักษาทศพิธราชธรรมในปัจจุบัน และสามารถรักษาจักรวรรดิวัตรอันเป็นวัตรปฏิบัติสำหรับพระบรมจักรพรรดิโดยเฉพาะได้สมบูรณ์
พระบรมจักรพรรดิทุกพระองค์ จะทรงอุบัติขึ้นในชมพูทวีปเท่านั้น และทรงอุบัติในช่วงที่อายุขัยของชาวชมพูทวีปยืนยาวระหว่าง ๘๐,๐๐๐ ปี ขึ้นไปถึงอสงไขยปี
เนื่องจากพระบรมจักรพรรดิไม่ได้อุบัติโดยตระกูล ดังนั้น พระบรมจักรพรรดิทุกพระองค์จึงเริ่มจากการเป็นพระราชาธรรมดาก่อน เมื่อรักษาทศพิธราชธรรมและรักษาจักรวรรดิวัตรได้สมบูรณ์แล้ว รัตนะ ๗ ประการคู่บุญบารมีก็จะบังเกิดขึ้น คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คหบดีแก้ว และขุนพลแก้ว
จักรแก้ว เป็นยานพิเศษสำหรับพระบรมจักรพรรดิ สามารถนำพาพระบรมจักรพรรดิเสด็จดำเนินไปได้ในนภากาศ และสามารถเสด็จราชดำเนินไปยังทวีปใหญ่ทั้งสี่ และทวีปน้อยสองพันได้โดยง่ายดาย
ช้างแก้ว เป็นช้างมงคลอันประเสริฐ สีขาวสะอาด มีอิทธิฤทธิ์พาพระบรมจักรพรรดิเหาะไปได้
ม้าแก้ว เป็นม้ามงคล ลักษณะงดงาม มีอิทธิฤทธิ์พาพระบรมจักรพรรดิเหาะไปได้
แก้วมณี เป็นดวงแก้วขนาดโต ๔ ศอก แวดล้อมด้วยดวงแก้วเล็กๆ ๘๔,๐๐๐ ดวง มีรัศมีส่องสว่างดุจกลางวัน มีอิทธิฤทธิ์ช่วยบันดาลให้มหาชนสำเร็จสมความปรารถนา
นางแก้ว เป็นสตรีคู่บารมีของพระบรมจักรพรรดิ
คหบดีแก้ว หรือขุนคลังแก้ว เป็นผู้มีตาทิพย์ สามารถมองเห็นขุมทรัพย์ได้ชัดเจนทั้งในดินและในน้ำ
ขุนพลแก้ว เป็นบัณฑิต มีปัญญาเฉลียวฉลาดเกินคนทั้งหลาย เป็นผู้มีเจโตปริยญาน เป็นผู้รู้ใจของมหาชนในขอบเขต ๑๒ โยชน์ได้อย่างชัดเจน
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพระราชาในกุสาวดีนคร ทรงพระนามว่า พระเจ้ามหาสุทัสสนะ
เมื่อพระเจ้ามหาสุทัสสนะขึ้นครองราชสมบัตินั้น พราหมณ์ปุโรหิตก็แนะนำให้พระองค์ทรงรักษาจักรวรรดิวัตร เพื่อจะได้สำเร็จเป็นพระเจ้าบรมจักรพรรดิ
เมื่อพระเจ้ามหาสุทัสสนะบำเพ็ญจักรวรรดิวัตรได้ครบถ้วนสมบูรณ์ รัตนะทั้ง ๗ ประการก็บังเกิดแก่พระองค์
เริ่มจากการอุบัติของจักรแก้วที่ลอยล่องมาจากนภากาศ ตามด้วยช้างแก้ว ม้าแก้ว และแก้วมณี
เมื่อพระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงมีจักรแก้วแล้ว พระองค์ก็เสด็จไปยังทวีปใหญ่ทั้งสี่ คือ ปุพพวิเทหทวีป ชมพูทวีป อปรโคยานทวีป และอุตตรกุรุทวีป ซึ่งพระราชาในแดนต่างๆ ในทวีปทั้งสี่นั้นต่างก็ยอมสามิภักดิ์ในบุญญาธิการของพระองค์
ในครั้งนั้น พระนางพิมพาได้เกิดมาเป็นราชธิดาตระกูลมัททราช ในอุตรกุรุทวีป และได้มาเป็นนางแก้วแห่งพระมหาสุทัสสนะบรมจักรพรรดิ
พระนางสุภัททาเทวี เป็นผู้มีพระสิริโฉมงดงาม ทรวดทรงสมบูรณ์ ไม่สูงเกินไม่ต่ำเกิน ไม่ผอมเกินไม่อ้วนเกิน ไม่ดำเกินไม่ขาวเกิน เป็นหญิงงาม น่ารัก น่าชม ใครเห็นต้องถูกตาติดใจ ใครเห็นจะต้องเลื่อมใส
ผิวพรรณวรรณะของพระนางนั้นนุ่มเนียนดุจปุยนุ่น ผิวกายมีไออุ่นยามเมื่อพระบรมจักรพรรดิเย็น และผิวกายจะเย็นในยามที่พระบรมจักรพรรดิร้อน และมีรังสีสว่างกระจ่างนวลประมาณ ๑๒ ศอก
ผิวกายของพระนางมีกลิ่นหอมระเหยออกมาตลอดเวลา กลิ่นหอมนั้นเหมือนกลิ่นหอมแห่งดอกนิลุบลที่บานแย้ม
วาจาของพระนาง เป็นวาจาที่นุ่มนวลอ่อนหวาน และมีกลิ่นหอมพุ่งออกจากปากในเวลาไอหรือพูด
เวลาต่อมา ก็บังเกิดคหบดีแก้วและขุนพลแก้ว ทำให้พระเจ้ามหาสุทัสสนะเป็นพระบรมจักรพรรดิโดยสมบูรณ์
อำนาจของพระเจ้ามหาสุทัสสนะนั้นยิ่งใหญ่มาก เพียงพระองค์ทรงดำริสิ่งใด สิ่งนั้นก็สำเร็จสมบูรณ์ ทำให้กุสาวดีนครในสมัยของพระองค์บริบูรณ์ไปด้วยทรัพย์ต่างๆ สำหรับบำรุงมหาชน
พระเจ้ามหาสุทัสสนะบรมจักรพรรดิ ทรงปกครองกุสาวดีและทวีปทั้งสี่อยู่นานแสนนานกว่า ๘๐,๐๐๐ ปี วันหนึ่ง พระองค์ก็ทรงเสด็จทรงจากสุธัมมาปราสาทไปประทับในป่าตาล
พระนางสุภัททาเทวี ทอดพระเนตรเห็นพระอาการจึงตามเสด็จ กราบทูลให้พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงพระสำราญและพอพระทัยในราชสมบัติ แต่พระเจ้ามหาสุทัสสนะดำรัสตอบว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ในวันนี้
พระนางสุภัททาเทวีทรงกรรแสงร่ำไห้ เหล่าสตรีแปดหมื่นสี่พันนางก็พากันร้องไห้ร่ำไร แม้หมู่อำมาตย์ทั้งปวงก็ไม่มีแม้คนเดียวที่อดกลั้นความโศกไว้ได้ ต่างร้องไห้ระงมทั่วกัน
พระเจ้ามหาสุทัสสนะบรมจักรพรรดิ จึงทรงสั่งสอนพระเทวีและอำมาตย์ทั้งหลายว่า
"พวกเธอทั้งหลายอย่าได้ส่งเสียงคร่ำครวญไปเลย เพราะสังขารทั้งหลายนี้ ไม่เที่ยง มีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป
ดูก่อนสุภัททาเทวีผู้เจริญ มีพระนิพพานอย่างเดียวเท่านั้นที่ระงับวัฏฏะนี้ได้ และได้ชื่อว่าเป็นสุขอย่างแท้จริง อื่นๆ ที่จะชื่อว่าเป็นสุขกว่านิพพานนั้นไม่มีเลย
พวกเธอทั้งหลายจงให้ทาน จงรักษาศีล จงกระทำอุโบสถกรรม ดังนี้แล้ว ได้เป็นผู้มีเทวโลก เป็นที่ไปในเบื้องหน้า"
เมื่อพระเจ้ามหาสุทัสสนะบรมจักรพรรดิทรงสิ้นพระชนม์แล้ว รัตนะ ๗ ประการ ก็เสื่อมไป คือ จักรแก้วและแก้วมณีได้อันตรธานไป คุณของช้างแก้วและม้าแก้วก็เสื่อมไป คุณสมบัติของนางแก้วก็เสื่อมไป ตาทิพย์ของคหบดีแก้วก็เสื่อมไป และเจโตปริยญาณของขุนพลแก้วก็เสื่อมไป
( โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ )
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
พระพุทธศาสนา
สำนวนไทย สุภาษิต คำพังเพย
สมุดลงชื่อเยี่ยมบ้านพี่พลอย









