คุณปู่คางคก
posted on 25 Feb 2008 23:14 by bannpeeploy in unlimited
สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนบล็อกบ้านพี่พลอย ตอนแรกพลอยจ๋าว่าจะอัพเอนทรี่เที่ยวอินเดียต่อให้จบ แต่เบื่อโหลดรูปมัน เพราะมีเยอะซะเหลือเกินเลยขอติดรีวิวท่องเที่ยวไว้ก่อนนะคะ นอนแอ้งแม้งคอยพลอยจ๋าเป็นขบวนๆ เลย ทั้งอินเดีย รัสเซีย สิกขิม อียิปต์.. ต้องหยุดเที่ยวเคลียร์รีวิวให้เสร็จก่อนค่อยเปิดศักราชเที่ยวใหม่เอาแบบนั้นท่าจะดีนะคะ จะได้ไม่พอกหางอู๊ดๆ (ตอนนี้พอกบัตรน้องหมาประชาสุนัขไว้จะครบ 20 ตัวแล้วคะ ยังไม่ได้ทำส่งคุณอี๊ดเลย ฮื่อๆ "เมื่อไหร่จะทำจ๊ะเนี่ย ?" ..รู้สึกผิดเล็กๆ แล้วพลอยจ๋าจะรีบจัดการให้นะคะ แหะๆ ..ผลัดอีกแล้ว)
ข่าวฝาก แบบสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บบล็อก คลิ๊กไปทำกันหรือยังค่ะ ในฐานะคนทำเขียนบล็อกสละเวลาไปให้ข้อมูลสักนิดค่ะ แค่คลิ๊กๆให้ข้อมูลเอง ช่วยน้องนักศึกษาเพื่อนสมาชิกเอ็กซ์ทีนหน่อยนะค่ะ สนใจคลิ๊กได้ที่นี้ค่ะ
ช่วงนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกมากๆ เจอแต่น้องๆ ขอให้ช่วยทำการบ้านให้ 5555 ใครอยากให้พี่พลอยช่วยงานอีกขอให้ คลิ๊กไปฟังเพลงนี้ก่อนนะค่ะ แต่ตอนนี้ขอปิดรับงานนอกก่อนนะค่ะ พี่กำลังยุ่งหัวฟูค่ะ น้องๆช่วยตัวเองกันไปก่อนนะคะ ไม่ต้องเอาการบ้านมาให้พี่ทำแว้วววว..พี่ขอร้อง พลีสสส
เมื่อหลายวันก่อนเข้าไปตรวจการบ้านบล็อกพี่นุช (http://b613.exteen.com) เจอบทกลอนคุ้นตา เอะ..เจ้ากบขี้เกียจออกจากกะลาตัวนี้มันคุ้นๆ เคยผ่านตาที่ไหนน้า.. พอกวาดตาลงไปเจอคำว่า "กูไม่สู้ กูไม่หนี กูจะอยู่ข้างในไร้เสรี.." เออ! ใช่เลย กลอนนี้ เจ้ากบตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่เคยเตะใจพลอยจ๋าเมื่อ 2-3 ปีก่อนแน่นอน ชัวร์ป้าด ค่อนข้างมั่นใจว่าพี่นุชแต่งเองเพราะไม่มีการขอบคุณแหล่งที่มา แต่เพื่อความชัวร์ของถามอีกครั้ง และแล้วก็ได้ผลว่า "เป็นเธอ..จริงๆ" ไม่อยากเชื่อเลย โลกมันกลมโดยประหลาด ให้เพื่อนไปหาให้หน่อยว่ากลอนกบในกะลานี้ลงของ สยามรัฐ หรือ มติชน 24 ชม.ให้หลังสายข่าวรายงานมาว่าลงของสยามรัฐ ในคอลัมม์หลั่งถ้อยร้อยคำ พลอยจ๋าเจอคน 3 คน จากไม่กี่บทกลอนที่เตะใจในหนังสือพิมพ์การเมืองรายสัปดาห์ทั้ง 3 คนนี้แต่กลอนเปรียบเทียบตัวเองกับสัตว์ ทั้ง 3 คนนี้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนตอนแต่งกลอน แต่ตอนนี้น่าจะเคยได้รับรู้เรื่องราวของกันและกันมาบ้างแล้วอ่ะนะคะ.. เอนทรี่นี้ขอเซอร์ไพรสพี่นุชซะหน่อยค่ะ เอาผลงานพี่ๆ มาประจาน เอ๊ย..มาเผยแพร่อีกครั้ง เรามาทำความรู้จักเจ้าของบทกวีกันก่อนค่ะ
คนแรกคุณ.. ปู่คางคก
คนที่สอง.. พี่กบในกะลา
คนที่สาม.. ลุงม้ากลางศึก
วันนี้เราลองมาอ่านบทกวีของพี่ทั้ง 3 คนนี้ด้วยกันนะคะ ทั้ง 3 บทกวีนี้เคยได้ลงตีพิมพ์ในมติชนรายสัปดาห์ -สยามรัฐรายสัปดาห์ ปีพศ. 2547 (โอ๊ย 4 ปีผ่านมาค่ะ ไม่ใช่ 2 ปีอย่างที่เดาในตอนแรก) มหัศจรรย์จริงๆ ค่ะ พลอยจ๋าขอเรียบเรียงไว้ดังนี้นะคะ
ปล. เพลงไม่เข้าเท่าไร แต่อยากจะบอกเป็นนัยๆ ว่า มันเก่าและแก่พอๆ กับบทกวีในปีสี่เจ็ดเลยค่ะ แหะๆ.. เพิ่งรู้ว่าคนแก่ๆ ที่เป็นกิ๊กกันเข้าชอบส่งกลอนไปหนังสือการบ้านการเมือง 55555 ถามจริงๆ พี่เป็นอะไรกันมาก่อนหรือเปล่าค่ะเนี้ยอะไรจะบังเอิญขนาดนี้
จากคุณปู่คางคก..ถึงพี่กบในกะลา แด่ลุงม้ากลางศึก
คุณปู่ค้างคก..จิ้งจกรุ่นหลาน เราต่างร่วมวิมานสถานสถิต
แล้วยังนกผู้ร้องชีวิต-ชีวิต แมวผู้เป็นเหมือนมิตรอันชิดเชื้อ
คือกระท่อมไม้ไผ่มุงไพหญ้า พร้อมบินผ่านเข้ามาฝูงผีเสื้อ
ข้ากินข้าวซาวน้ำโรยเม็ดเกลือ เจ้าบินมากินเหงื่อแทนโป่งดิน
ที่จิ้งหรีดกรัดปีกไปถึงดาว ที่กระยางสีขาวลงชุมถิ่น
ที่ลมล่องเมฆไหลที่น้ำบิน ที่กรวดหินดินทรายต่างร่ายรำ
ที่เรไรไม้หอมกล่อมหอห้วง ที่ดวงดาวบางดวงเผลอร่วงต่ำ
ที่แสงจันทร์วิจิตรจุมพิตน้ำ แสงตะวันอบร่ำในห้องใจ
นั้นคุณปู่คางคก นกชีวิต นี้กระท่อมสถิตมิตรสมัย
ข้าผ่าฟืนเพียงพอไว้ก่อไฟ ข้าตำข้าวหอมใหม่ไว้เพียงพอ
นั่งตกปลาปิ้งไว้ให้มิตรแมว จิบรุ้งในหยาดแก้วให้ฉาดเกลี้ยง
ดึกนี้มีความหวังมานั่งเคียง เฝ้าฟังเสียงผ่องผาดระนาดน้ำค้าง
ข้าควรมีชีวิตชนิดใด แห่งสมัยตื้นเขิลล้วนเมินหมาง
กวีนิพนธ์หล่นหายไปแล้งร้าง ข้าควรมีวิถีทางอย่างไรกัน
ฉันรู้ว่าเหนือกะลามีฟ้ากว้าง แต่ต้องแลกอะไรบ้างฉันไม่รู้
หากต้องถีบตัวออกไปมองดู คงต้องมองผ่านลู่ รูกะลา
ฉันลองแอบแนบตามองฟ้ากว้าง ฉันเห็นความอ้างว้าง หว่างหน้าผา
ฉันสัมผัสความเหน็บหนาวผ่านราวตา ฉันสัมผัสความอ่อนล้าแห่งการทวน
ฉันมองผ่านข้างในสู่ข้างนอก ตากลิ้งกลอก มองข้างในแล้วไห้หวน
เท้ายังถูกตรึงกระชับกับโซ่ตรวน ปากยังครวญร้องเรียกเพรียกเสรี
ใจหนึ่งอยากถีบกะลาให้อ้าออก ใจหนึ่งบอก กูไม่สู้ กูไม่หนี
กูจะอยู่ข้างในไร้เสรี คงจะดี.. กว่าออกไปไม่รู้ทาง
ต้องเปลี่ยนม้ากลางศึกอีกกี่ม้า ท่านแม่ทัพผู้กล้า ศรีสมัย
เพียงออกศึกรบพุ่งไม่ทันไร ต้องเปลี่ยนม้าตัวใหม่ ไม่ดีพอ
เกิดเป็นม้าของท่านคงขุ่นเครียด อาจถูกเจียดตัดทิ้งหากอ่อนข้อ
ฝีเท้าดีบางทีน้ำตาคลอ หากขัดต่อคำสั่ง ไม่ทำตาม
กลัวแต่ต้องเสียม้าสังเวยศึก เพราะแม่ทัพท่านนึกเร็วผลีผลาม
หวังสร้างชื่อมีชัยจากสงคราม ไม่ครั่นคร้ามคำนึงอย่างแยบคาย
ต้องเปลี่ยนม้ากลางศึกอีกกี่ม้า ศึกขนาบตามมา ศัตรูหมาย
พิชัตทัพของท่านให้วอดวาย แล้วที่นี้ท่านจะตายไปพร้อมม้า
สารบัญบล็อก





แต่ที่ไม่เคยคิดไปถึงเลยคือ จะมีคนได้อ่าน และยังจดจำได้อีกด้วย








#1 By indy : ★ heineken on 2008-02-26 06:41