ต้อยตีวิด..เรื่องผีในดวงใจ
posted on 17 Apr 2008 21:06 by bannpeeploy in unlimited
สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนบล็อกบ้านพี่พลอย อ่ะก็ลัลล้า เฮฮาปาจิงโกะ กันอยู่นานสองนานกว่าจะหาที่เหมาะๆ มาเสียบสายอินเตอร์เน็ตได้ พอเจอแล้วก็จะมัวช้าอยู่ทำใย ขอส่ง 2 เอนทรี่นี้มากระชากความคิดถึงเพื่อนพ้องน้องพี่สมาชิกเอ็กซ์ทีนกันหน่อยจ้า..
เอนทรี่แรก "มหัศจรรย์แห่งใบไม้" แอบส่งเพลงหวานๆ ให้น้องสาวน่าหมวยตัวเล็กๆ แต่เอนทรี่นี้ขอเตือนค่ะ มันโหด และสยองกึ๊ยมากมาย ถ้านายไม่แจ๋วจริงอย่าอ่านนะ เดี๋ยวลำบากตอนขึ้นลิฟท์เปล่าๆ เอิ๊กส..
ขออารภบท เกริ่นเรื่องก่อนนะคะ "เอ็นทรี่ผีในดวงใจ" นี้เกิดขึ้นได้ เนื่องมาจากเมื่อ 3 วันก่อนพลอยจ๋านั่งคุยกับพี่ที่สนิทและญาติอีกคนเรื่องสมัยตอนที่เรายังเด็กๆ กันน่ะคะ พลอยจ๋าเป็นคนที่นอนคนเดียวมาตั้งแต่ 2 ขวบมั้งค่ะ จำไม่ได้ค่ะ คือยังเด็กมากๆ คุณพ่อคุณแม่ก็จับแยกห้องเลย มันมีเหตุว่าพลอยจ๋าดันเกิด "ดวงตาเห็นผี" ในห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่ไงค่ะ ท่านเลยจับย้ายห้องซะเลย ก่อเรื่องดีนัก ไปๆ แกไปนอนคนเดียวเลย 55555 ( เรื่องจริงนะคะ แต่ขอข้ามเรื่องผีที่เห็นในห้องนอนไปก่อน ไว้ใครอยากฟังวันหลังมาทวงนะคะ จะเล่าให้ฟังค่ะ)
ที่นี้ด้วยความที่มานอนคนเดียวตั้งแต่เด็กๆ ใช่ไหมค่ะ ก็จะเหงาจะเปิดวิทยุ คลอเป็นเพื่อนไปตลอดจนหลับ หลับก็ไม่ปิดวิทยุ (จะปิดได้ไงอ่ะคะก็หลับไปแล้วนี่เนาะ) เปิดทิ้งไว้จนเช้าซะงั้นแหละ แล้วที่นี้คลื่นวิทยุสมัยก่อนก็จะมีแบบพวกที่จัดรายกาย 24 ชม. ไม่มากใช่ไหมค่ะ ปกติเที่ยงคืนเขาก็จะปิดสถานนีกันไปหมดแล้ว (พลอยจ๋าเกิดปี 1980 คำนวณช่วงเวลาโบราณของอายุกันได้ตามศรัทธานะเคอะ เอิ๊กสๆๆ)
คลื่นที่ฟังประจำก็จะมีอยู่ไม่กี่คลื่น เช่นตอนหัวค่ำหลังข่าวทีวีจบ คุณพ่อคุณแม่ก็จะขับไส่ไล่ส่งให้ลูกไปนอน ไปๆชิ้วๆ ไปนอน ( 55555 บ้านเราทำไมไล่ลูกไปนอนเถื่อนจังเนี่ย กิกิ) พลอยจ๋าก็จะเดินกอดหมอนดินสอไปนอน แต่จริงๆแล้ว กิกิ ไม่ได้นอนหรอกค่ะ ไปเปิดวิทยุแล้วก็ฟัง "พี่ศิริชัย" ---> "รายการเพลงไทยคุณขอมา" ต่อ.. กิกิ ใครจำได้บ้างอ่ะคะ พี่ศิริชัย ที่เป็นดีเจ เปิดเพลงไปตอบจดหมายไป แล้วจะมีเสียงกระดาษจดหมาย ก็อบแก็บๆ เป็นซาวด์แทรค ก๊ากๆๆๆ.. ได้อารมณ์มากๆ ไม่อยากจะบอกตอนนั้นนะคะ รายการนี้ฮิตมากๆ ใครเขียนจดหมายไปรายการพี่ศิริชัยแล้วได้ตอบออกอากาศนะ พรุ่งนี้จะดังทั้งโรงเรียนเลย 55555 แนวการเขียนก็จะประมาณนี้นะคะ..
ตัวอย่างจดหมายขอเพลงค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ศิริชัย..
น้องชื่อพลอยจ๋าจะคะ ชอบรายการของพี่มากๆค่ะ ติดตามฟังทุกวันเลย
วันนี้น้องอยากขอเพลง ขอรูปไว้คั่นหนังสือ ของวงขวดโหล ค่ะ
ให้พี่แว่น ประธานนักเรียนสุดหล่อ ขอบคุณพี่ศิริชัยมากๆนะคะ
จาก.. น้องพลอยจ๋า โรงเรียน X£@*&$฿ ห้อง ม. 1 /8
พอพี่ศิริชัยอ่านจดหมายจบ กรี๊ดสลบไป 18 ตลบ อายมากๆ เขียนชื่อเพลงผิด กิกิ ประมาณว่าเพลงมันชื่อ ขอภาพไว้คั่นตำรา หรืออะไรๆ ประมาณนี้อ่ะคะ พลอยจ๋าไปแปลงชื่อเพลงให้เขาใหม่ซะเรียบร้อยโรงเรียนพลอยจ๋าไปเลย เอิ๊กสๆ แล้วก็ดังสมใจอยากคนฟังกันทั้งโรงเรียน 555555
แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ.. มันไม่จบแค่ "รายการเพลงไทยคุณขอมา" หลังจากพี่ศิริชัยจัดรายการเสร็จพลอยจ๋าก็จะเปลี่ยนไปฟังคลื่น "สไมล์เรดิโอ" หลังจากนั้นก็จะนอนค่ะ แต่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนเที่ยงคืน กิกิ เพื่อตื่นขึ้นมาฟังรายการ "สไมล์ช็อค" จัดรายการโดย "พี่ป๋อง กพล ทองพลับ" โอ้ว..คนนี้พลอยจ๋าชอบมากๆ ติดตามมาโดยตลอด 5555 ใครเป็นสาวกพี่ป๋องมั้งค่ะ พลอยจ๋านี้ทุกคืนๆ ต้องตื่นมาฟังเค้าเล่าเรื่องผีกัน มือซ้ายถือกระบอกไฟฉายอยู่ในผ้าห่ม ท่าฟังก็มีอยู่ท่าเดียวเบสิค คือ นั่งคุกเข่าหมอบตัวลงเอาแขนคู้อยู่บนที่นอน 5555 ข้างบนหลังก็จะมีผ้าห่มคลุมอยู่แล้วฟังพี่ป๋องจัดรายการผี
ก็จะมีผู้ชมจากทางบ้านโทรเข้าไปเล่าเรื่องผี วันหนึ่งๆ มีประมาณ 3 เรื่องค่ะ แล้วพี่ป๋องแกจะเปิดเพลงผีๆ ประมาณว่า ห้องหุ่น / แม่นาค / ปอปผีฟ้า / ห้องสุดท้าย / ตุ๊กตาผี / ซ่อนกลิ่น อะไรๆ ทำนองนี้อ่ะคะ เพลงที่พลอยจ๋าหลอนมากที่สุดก็ คือ เพลง ปอปผีฟ้า ตอนที่เจ๊แกตะโกน "เลือด" .. เลือด ข้าอยากได้เลือดๆ อ่ะคะ โอ้วแม่เจ้าอะไร มันจะเกิดพลังเสียงได้สยองขนาดนั้น หู้ยๆๆๆ อย่าให้บอกพอเพลงมาถึงตอนนี้นะพลอยจ๋าอุดหูเลย ไม่อยากฟังเสียงเจ๊แกตะโกน มันสยองขนแขนแตนอัพมากๆ ค่ะ
พอฟังรายกายพี่ป๋องจบถึงได้นอน วันรุ่งขึ้นก็ไปเล่าเรื่องผีให้เพื่อนๆ ฟังกันเมามันส์ ฟังกันทั้งห้อง ฟังกันทั้งโรงเรียน ใครไม่ฟังนี้เชยแหลกลาน...
แล้วตั้งแต่พลอยจ๋าฟังมาก็จะมี "เรื่องผีในดวงใจ" อยู่เรื่องหนึ่งค่ะ ชื่อเรื่องว่า "ต้อยตีวิด" เรื่องนี้นับว่าน่ากลัวที่สุดตั้งแต่พลอยจ๋าฟังรายการสไมล์ช็อคมาเลยนะคะ จำได้ว่าตอนนั้นคนที่เล่าเป็นผู้ชายวัยกลางคนโทรมาเล่า เขาบอกว่าเป็นเรื่องผีที่เกิดขึ้นในตึกที่แบ่งให้เช่าเป็นสำนึกงาน แถวๆ รัชดา
เขาเล่าว่าเขาทำงานอยู่ที่ตึกนี้ และสังเกตว่าที่ตึกนี้จะมีลิฟท์อยู่ 3 ตัว แต่ลิฟท์ตัวที่สาม สุดท้ายทางซ้ายมือนั้นไม่เปิดให้ใช้ เขาก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร ทำไมลิฟท์ตัวนั้นถึงใช้งานไม่ได้ ทั้งๆที่ตอนเช้าใกล้ๆเวลาเข้างานคนเยอะมากน่าจะเปิดลิฟท์ให้ใช้ทั้ง 3 ตัว แต่เขาก็คิดไปว่าบางทีอาจจะเป็นลิฟท์ของผู้บริหาร หรือลิฟท์ขนของอะไรแบบนั้นหรือเปล่า เรื่องลิฟท์นี้ก็จบไป เค้าไม่คิดติดค้างอะไรอีก..
มาถึงสิ่งที่สองในตึกนี้ คือในตึกนี้มีชั้นที่ 13 แล้วในลิฟท์ก็มีบอกชั้นที่ 13 แต่ชั้นที่ 13 นี้ถูกปิดตาย ตอนแรกเขาไม่ได้คิดอะไร เข้าใจว่าคงจะเชื่อเรื่องเลข 13 ตามแบบฝรั่ง เพราะเขาเองก็เคยเห็นหลายๆ ตึกที่ข้ามเลขชั้นที่ 13 ไปกลายเป็นชั้นที่ 14 เลยก็มี แต่แล้ววันหนึ่งที่เขาต้องไปเยี่ยมป้าเป็นเพื่อนคุณแม่ ป้าป่วยแต่กลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้านแล้ว ป้าเขาชื่อป้าภาวนา
ป้าภาวนาพูดคุยกับเขาและแม่อย่างดี และยังชมเขากับแม่ว่าได้ลูกชายดี น่ารักรู้จักทำมาหากิน และยังช่วยเหลือแม่กับป้าอยู่เสมอๆ ป้าภาวนาถามเขาว่า "ทำงานอยู่ที่ไหนล่ะตาหนู" เขาได้ตอบชื่อตึกที่ทำงานไป ป้าภาวนามีอาการตกตะลึง และชะงักอยู่พักใหญ่ จนเขาและแม่ต้องเขย่าตัวถามป้าภาวนาว่าเป็นอะไรไปหรือเปล่า กลัวอาการป่วยของป้าจะกำเริบ เมื่อป้าภาวนาหายจากการตกใจ ป้าจึงค่อยๆ สอบถามเขาว่าตึกที่ว่าอยู่ที่ถนนรัชดาใช่ไหม มีทั้งหมด ...ชั้นใช่หรือเปล่า (พลอยจ๋าขออภัยนะคะ จำชั้นทั้งหมดไม่ได้ค่ะ) แล้วตึกนี้มีลิฟท์ 3 ตัวใช่ไหม ลิฟท์ตัวที่ 3 เค้าปิดตายไม่ให้ใช้ใช่หรือเปล่า
หลานชายรู้สึกงงๆ แต่ก็รับคำป้าไปว่า ครับๆ ใช่ทั้งหมด "มีอะไร หรือครับป้า" ป้าภาวนาตอบว่า "มีซิ" ป้าจะเล่าให้ฟังนะ จะได้ระวังกันไว้..
ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วสมัยที่ตึกนี้ยังเริ่มสร้างใหม่ๆ ชั้น 13 นั้น มีคนมาเช่าเปิดเป็นผับและอาบอบนวด ตอนนั้นป้าทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดของตึก ตามแต่บริษัทไหน ชั้นไหนเขาจะระบุให้ทำตอนเวลาไหน และบ่อยครั้งที่ป้าได้อยู่กะกลางคืน เพื่อทำความสะอาดผับชั้น 13 นี้
ตอนนั้นมีสาวสวยที่ได้เป็นดาวของผับคนหนึ่ง ชื่อ "ต้อยตีวิด" เป็นสาวเหนือ ผิวขาว เพิ่งมาเริ่มทำงานได้ไม่นาน ด้วยอุปนิสัยอ่อนโยนและพูดจาไพเราะ มาทำงานได้ไม่ถึงอาทิตย์ต้อยตีวิดก็ได้ลูกค้ากระเป๋าหนักๆ ของผับไปทั้งหมด ทำให้สาวๆ คนอื่นในผับไม่พอใจ ที่ต้อยตีวิดมาแย่งลูกค้าของตนเองไป ต้อยตีวิดมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงานหลายครั้ง และยังมีปัญหากับเสี่ยๆ อีกหลายคนที่แย่งชิงตัวเธอกัน เรียกได้ว่าต้อยตีวิดมีศัตรูหลายด้านเลยล่ะ
บ่อยครั้งที่ป้าภาวนาเห็นต้อยตีวิดร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องพัก ป้าภาวนาสงสารเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวง ป้าได้พูดคุยกับต้อยตีวิดบ่อยขึ้นจนรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีจิตใจดี มุ่งมั่นจะมาทำงานเพื่อหาเงินไปไถ่ที่นาให้กับพ่อแม่ และตอนนี้เธอได้เก็บเงินไว้จำนวนหนึ่งแล้วกำลังจะขอลางานเพื่อกลับบ้านเอาเงินไปให้พ่อกับแม่เพื่อจะได้ที่นากลับมาทำมาหากิน ป้าภาวนารู้สึกเห็นใจต้อยตีวิดมากๆที่ต้องอดทนเอาตัวเขาแลกกับเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวแบบนี้
และวันนี้คือวันสุดท้ายที่ต้อยตีวิดจะทำงาน ก่อนที่จะลากลับบ้าน 7 วัน และจะกลับมาทำงานต่อ ต้อยตีวิดได้บอกลาแขกเหรื่อและเสี่ยผู้มีอุปการะคุณกับเธอทั้งหมด ก่อนกลับบ้านเธอได้มีปากเสียงกับแขก 2 คน ที่เข้าใจว่าเธอลางาน 7 วันเพื่อจะไปเที่ยวกับเสี่ยใหม่ที่กระเป๋าหนักกว่า แขกคนนั้นขู่อาฆาตเธอว่าถ้าเขาไม่ได้ตัวเธอก็อย่าหวังว่าใครจะได้ จนผู้จัดการผับต้องเข้ามาเคลียร์สถานการณ์
ต้อยตีวิดเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อกลับบ้านในห้องพัก เธอได้ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานในห้องพักอีก เพื่อนร่วมงานหาว่าเธอเอาเรื่องกลับบ้านมาอ้อนเสี่ยๆ เพื่อที่จะได้ทริบเป็นเงินค่ารถกลับบ้านมากๆ ด่าท้อตบตีกันพอหอมปากหอมคอต้อยตีวิดก็หนีลงลิฟท์กลับบ้านไป
วันรุ่งขึ้น ป้าภาวนาก็มาทำงานเก็บกวาดที่ผับตามปกติ แต่ได้พบต้อยตีวิดร้องไหยู่ในห้องพัก เธอบอกว่าเงินที่เก็บไว้เอาไปให้พ่อแม่นั้นถูกขโมยไปหมดแล้ว เลยไม่ได้กลับบ้าน ป้าภาวนาบอกว่าให้ใจเย็นๆ จะช่วยหา และถามว่าต้อยตีวิดเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหน ระหว่างนั้นป้าภาวนาสังเกตว่าต้อยตีวิดเนื้อตัวสกปรกมอมแมมมาก ป้าสงสัยว่าคงจะทะเลาะตบตีกับใครมาอีกตามเคย ตอนที่กำลังคิดๆ อยู่นั้นป้าภาวนาได้กลิ่นเหม็นของซากหนูตายมากๆ คิดว่าคงมีหนูมาตายในห้องนี้แน่ๆ กำลังมองหาหนูที่ตายอยู่ ต้อยตีวิดก็หายไป ป้าภาวนาคิดว่าต้อยตีวิดไปรับแขกก็ไม่ได้เอะใจอะไร
สักครู่มีเสียงชายคนหนึ่งวิ่งร้องตะโกนช่วยด้วยๆ เข้ามาในผับ เขาเล่าว่าเขาเจอต้อยตีวิดในลิฟท์ ตอนที่ขึ้นมานั้นพูดคุยไปสักพักต้อยตีวิดก็จากหน้าตาสวยๆ ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นช้ำเลือดช้ำหนอง ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง ยิ้มยิงฟันถามเขาว่า "มึงจำกูได้ไหม มึงชอบกูไหม กูเป็นแบบนี้มึงยังจะอยากได้กูไหม" ...แล้วต้อยตีวิด ก็กระชากหัวตัวเองออกจากคอ หัวห้อยโตงเตงเลือดสาดเต็มลิฟท์เลย มันน่ากลัวมากๆ...
ป้าภาวนาฟังชายคนนั้นเล่าแล้วงงงวย ก็เมื่อสักครู่เธอเพิ่งได้คุยกับต้อยตีวิดอยู่ในห้อง ต้อยตีวิดจะไปเป็นผีหลอกคนในลิฟท์ได้ยังไง ผู้จัดการผับมีทีท่าอึกอักๆ ก่อนจะบอกกับทุกคนว่าเมื่อคืนนี้ต้อยตีวิดเสียชีวิต เนื่องจากถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ เอามีดปาดคอเกือบขาด แต่เสียเลือดมาก นอนตายอยู่ในลิฟท์ตัวที่ 3 เจ้าหน้าที่เพิ่งมาพบศพตอนเช้าและได้ปิดข่าวเรื่องนี้ไว้เพราะไม่อยากให้แขกตกใจ..
ป้าภาวนารู้ดีว่า ต้อยตีวิดที่เธอพบเมื่อกี้ก็คงเป็นวิญญาณที่ยังอาลัย อาวรณ์เงินที่หายไปมาบอกให้เธอรู้แน่ๆ เรื่องราวของต้อยตีวิดไม่จบเพียงเท่านี้ เนื่องจากเธอตายอย่างทรมานและดวงวิญญาณห่วงเงินที่หายไป เธอจึงเที่ยวหลอกคนที่มาเที่ยวผับทุกคนที่ขึ้นลิฟท์ตัวที่ 3 นั้น จะต้องเจอผีต้อยตีวิดกระชากหัวเลือดสาดทุกคน จนผับต้องปิดตัวลง และลิฟท์ตัวที่ 3 นั้นก็ต้องถูกปิดตายตราบจนถึงทุกวันนี้...
ที่เรื่อง "ต้อยตีวิด" นี้น่ากลัว เพราะตอนนั้นทุกคนที่ทำงานบนถนนรัชดา ต่างพากันคิดว่าตึกที่มีลิฟท์ 3 ตัวและลิฟท์ตัวที่สาม ซ้ายสุดปิด นั้นคือ ตึกที่ทำงานของตน และคุณล่ะคะ ฟังเรื่อง "ต้อยตีวิด" นี้จบแล้ว กลัวการขึ้น-ลงลิฟท์คนเดียวหรือเปล่า ..ไม่ต้องกลัวนะคะ เพราะบางทีคุณอาจจะไม่ได้อยู่ในลิฟท์คนเดียว แต่อาจจะมีต้อยตีวิดอยู่ข้างๆด้วยก็เป็นไปได้
เหอะๆๆๆๆ... "ต้อยตีวิด ผีกระชากหัวในลิฟท์"
จบเรื่องราวผีๆ ตอนที่หนึ่งวันนี้ลากันไปก่อน ขอให้นอนหลับฝันสยองกันทุกคนนะคะ สวัสดีค่ะ..
ขอแถมก่อนนอน รวมภาพผีๆ สยองขวัญชุดที่หนึ่งค่ะ
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
สารบัญบล็อก





อ่านเรื่องต้อยตีวิดในลิฟท์ตัวที่3 จบแล้วด้วย เพลงก็สยอง จะอ่านโดยไม่เปิดเพลงก็ไม่ได้อารมณ์ กว่าจะอ่านจบ โอ้ย ๆ เล่าได้เห็นภาพมาก
ไม่ใช่ในตึกของเฮียชูวี๊ดนะ
ดีนะที่มีลิฟท์แค่ 2 ตัว ถ้าหาตัวที่ 3 เจอล่ะก็








#1 By b613 on 2008-04-17 22:59