สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนบล็อกบ้านพี่พลอย  ผ่านอะไรๆ กันมาสักระยะแล้วนะคะ  ความรู้สึกวิ่งขึ้นวิ่งลง  ต้องตามดูจิตตลอด  หลับตาบ่อยมากๆ เพราะอยากสำรวจความรู้สึกตัวเองสักหน่อยว่ากำลังคิดอะไรอยู่นะ ?  สุขภาพขา (เอ็นบริเวณหัวเข่า) ของพลอยจ๋าก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม  คาดว่าจะต้องหักดิบไม่ประคบประหงมถึงจะหายดีเป็นปกติ  ต้องขอบคุณมากๆ นะคะสำหรับทุกๆ กำลังใจ ทุกๆ ความห่วงใยที่มีให้กัน  ..ขอบคุณจริงๆ ค่ะ และขอให้ความรู้สึกดีๆ กำลังใจและความห่วงใยกลับไปถึงทุกๆ คนเช่นกันนะคะ

มีอีเมลหลายฉบับส่งมาถึงพลอยจ๋าพูดถึงเรื่อง 3 จว.ชายแดนใต้ มีข้อคิดดีๆ เยอะเลยนะคะ อยากนำมาลงให้หลายๆ คนได้อ่านบ้าง แต่คาดว่าจะเป็น "เอนทรี่ล่อตรีน"  ทั้งรูป รส กลิ่นเสียงเลยขอล่ะไว้ในฐานโดนสั่งแบน (ถ้าสั่งกลมล่ะเมาแย่เลยนะคะเนี้ย.. เอิ่มมม  )  ขอบคุณเจ้าของความคิดเห็นที่ 35 และ 36 "คุณครอบครัวทหารไทย จ. ตาก"  เอนทรี่ไว้อาลัยน้องตี้นะคะ  ขอให้ติดตามพลอยจ๋าไปเป็นระยะนะคะ  พลอยจ๋าสัญญาว่าจะเอาบรรยากาศการทำงานในพื้นที่มาให้ชมกันค่ะ  แต่อาจลงได้ 24 หรือ 48 ชม. ก่อนที่เอนทรี่นั้นจะทำลายตัวเอง(อีกครั้ง) 55555  โอ้ว..จอร์ช มันเป็นความลับมากน่ะนั้น

ด้วยความที่ใจวิ่งขึ้นวิ่งลงตามอารมณ์มาก  พลอยจ๋าตั้งใจอ่านหนังสือธรรมะดีๆ สักเล่ม  เพื่อจัดระเบียบความคิดของตัวเองสักหน่อย  ได้เจอบทความบทหนึ่งในหนังสือ "ทุกข์เพราะคิดผิด"  ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก  เรื่อง คำสอนของหลวงพ่อพระโพธิญาณเถร หรือ หลวงปู่ชา สุภัทโท นั้นเองน่ะคะ  ซึ่งพระอาจารย์มิตซูโอะ  นั้นท่านเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ต่างชาติของหลวงปู่ชานะคะ..

เป็นบทความเกี่ยวกับเรื่อง  "การชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น"

พลอยจ๋าเห็นว่ามีประโยชน์และทรงคุณค่าต่อจิตใจที่กำลังล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัวของผู้อื่นเป็นอย่างมาก  อีกทั้งยังสามารถช่วยเตือนสติให้เห็นคุณเห็นโทษ และวิธีปรับแก้พฤติกรรมนั้นให้เข้าสู่ครรลองครองธรรมเพื่อความสุข ความสงบต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติอีกด้วยนะคะ 

จึงนำมาแบ่งปันให้เพื่อนสมาชิกด้วย ขอฝากไว้ให้อ่านในวันที่อ่อนล้านิดๆ เพื่อชีวิตที่รู้จักตัวเองได้ดีขึ้นนะคะ  ธรรมะรักษา.. สวัสดีค่ะ

 

หลวงปู่ชา สุภัทโท สอนคนที่ชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่นว่า ..

 

อย่ายุ่งกับเรื่องของคนอื่น

ภาวนามากๆ  ดูตัวเองมากๆ

หลวงปู่บอกว่า ..

"ธรรมดาเราดูแต่คนอื่น 90%  ดูตัวเองแค่ 10%"

คือ  คอยดูแต่ความผิดของคนอื่น  เพ่งโทษคนอื่น

คิดแต่จะแก้ไขคนอื่น

 

กลับเสียใหม่นะ

ดูคนอื่นเหลือไว้ 10%

ดูเพื่อศึกษาว่า  เมื่อเขาทำอย่างนั้น

คนอื่นจะรู้สึกอย่างไร

เพื่อเอามาสอนตัวเองนั้นแหละ

ดูตัวเอง  พิจารณาตัวเอง 90%

จึงเรียกว่าปฎิบัติธรรมอยู่

 

ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง

โบราณพูดว่า  เรามักจะเห็น  ความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา

ความผิดของตนเองเท่ารูเข็ม

มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย

เราต้องระวังความรูสึกนึกคิดของตัวเองให้มากๆ

 

เห็นความผิดของคนอื่น  ให้หารด้วย 10

เห็นความผิดของตนเอง  ให้คูณด้วย 10

จึงจะใกล้เคียงกับความจริงและยุติธรรม

เพราะเหตุนี้เราจะต้องพยายามมองแง่ดีของคนอื่นมากๆ

และตำหนิติเตียนตัวเองมากๆ

แต่ถึงอย่างไรๆ เราก็ยังเข้าข้างตัวเองนั้นแหละ

 

พยายามอย่าสนใจการกระทำ  การปฎิบัติของคนอื่น

ดูตัวเอง  สนใจแก้ไขตัวเองนั้นแหละมากๆ

เช่น  เข้าครัวเห็นเด็กทำอะไรไม่ถูกใจ

แล้วเกิดอารมณ์ร้อนใจ ..

 

ยังไม่ต้องบอกเขาให้แก้ไขอะไรหรอก

รีบแก้ไข  ระงับอารมณ์ร้อนใจของตัวเองเสียก่อน

เห็นอะไร  คิดอะไร  รู้สึกอย่างไร  ก็สักแต่ว่าใจเย็นๆ ไว้ก่อน

ความเห็น  ความคิด  ความรู้สึกก็ไม่แน่ใจ..

ไม่แน่..อาจจะถูกก็ได้  อาจจะผิดก็ได้

เราอาจจะเปลี่ยนความเห็นก็ได้

สักแต่ว่า..  สักแต่ว่า.. ใจเย็นๆ ไว้ก่อน ยังไม่ต้องพูด

 

ดูใจเราก่อน  สอนใจเราก่อน  หัดปล่อยวางก่อน

เมื่อจิตสงบแล้ว  เมื่อจิตปกติแล้ว

จึงค่อยพูด  จึงค่อยออกความคิดเห็น

พูดด้วยเหตุ  ด้วยผล  ประกอบด้วยจิตเมตตากรุณา

ขณะมีอารมณ์อย่าเพิ่งพูด..

ทำให้เสียความรู้สึกของผู้อื่น

ทำให้เสียความรู้สึกของตนเอง

ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร

มักจะเสียประโยชน์ด้วยซ้ำไป

 

เพราะฉะนั้น  อยู่ที่ไหน  อยู่ที่วัด  อยู่ที่บ้าน

ก็สงบๆ ๆ  ไม่ต้องดูคนอื่นว่าเขาทำผิดๆ ๆ

ดูแต่ตัวเรา  ระวังความรูสึก  ระวังอารมณ์ของเรามากๆ

พยายามแก้ไข  พัฒนาตัวเรา.. นั้นแหละ

 

เห็นอะไรชอบ  ไม่ชอบ  ปล่อยไว้ก่อน

เรื่องของคนอื่น  พยายามอย่าให้เข้ามาที่จิตใจเรา

ถ้าไม่ระวัง  ก็จะยุ่งแต่เรื่องของคนอื่นไปเรื่อยๆ

หาเรื่องอยู่อย่างนั้น

เอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเป็นเรื่องของเราไปหมด

มีแต่ยินดี  ยินร้าย  พอใจ  ไม่พอใจ  ทั้งวัน

อารมณ์มาก  จิตไม่ปกติ  ไม่สบาย  ทั้งวันๆ ก็หมดแรง

 

ระวังนะ

พยายามตามดูจิตของเรา

รักษาจิตของเราให้ปกติให้มาก

ใครจะเป็นอะไร  ใครจะทำอะไร  ดีหรือไม่ดี  เรื่องของเขา

แม้เขาจะทำกับเรา  ว่าเรา..  ก็เป็นเรื่องของเขา

อย่าเอามาเป็นอารมณ์

อย่าเอามาเป็นเรื่องของเรา

 

ดูใจเรานั้นแหละ

พัฒนาตัวเองนั้นแหละ

ทำใจเราให้ปกติ  สบายๆ มากๆ

หัด-ฝึก  ปล่อยวาง นั้นเอง

ไม่มีอะไรหรอก

ไม่มีอะไรสำคัญกว่ากการตามรักษาจิตของเรา

คิดดี  พูดดี  ทำดี  มีความสุข..

(จบแล้วค่ะ)

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

 

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีค๊าา พี่พลอยย แวะเข้ามาทักทายค๊าอิอิ พี่พลอยสบายดีนะคะ  ^^

#47 By Princess Dragon on 2012-09-22 18:53

ขอบคุณมากค่ะ ที่ช่วยเตือนสติ อนุโมทนาด้วยนะคะ

#46 By pik (110.171.26.229) on 2011-04-28 20:54

ว้าวๆๆๆตอนออกพรรษาผมมีโอกาสด้ายไปปฎิบัตินสายของหลวงปู่ชาด้วยครับ สงบมากเรย...sad smile

#45 By อาร์ตจัง on 2011-04-20 01:35

ขอบคุณพี่พลอยที่นำเรื่องดีๆมาเสนอค่ะ

#44 By yaa (61.19.67.116) on 2010-09-14 23:06

ขอบคุณสำหรับธรรมมะดีๆทำให้คิดได้ว่าไม่รูจะด่าว่ากันไปทำไมเพิ่งทะเลาะกับแฟนมาอยากจะเลิก มัวแต่โทษกันไปกันมาหาข้อยุติไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จิตไม่ปกติอย่างที่หลวงปู่กล่าวขอบคุณท่านมากๆ

#43 By อ้น (125.27.86.109) on 2009-05-30 13:16

อนุโมธนา สาธุค่ะ

#42 By โรตี (117.47.104.135) on 2009-05-16 15:41

ขอบคุณค่ะ จะนำไปปฏิบัติ จะได้เลิกยุ่งเรื่องของชาวบ้านค่ะ และก็เพิ่มความเข้มงวดกับตัวเองให้ได้ 90 /100sad smile

#41 By ชีวิตเกือบไร้ค่า... (114.128.54.28) on 2009-05-08 22:11

อ่านแล้วได้คิดเยอะเลยค่ะ สงสัยว่าคงต้องมาพึ่งธรรมะใน blog คุณพลอยบ่อยๆซะแล้ว

ว่าแต่มีธรรมะที่ช่วยให้น้ำตาไม่ไหลเวลาโดนดุมั้ยคะ (จะเอาไปบอกคนใกล้ชิดซะหน่อย) double wink

#40 By Pout on 2009-04-09 13:00

ขอบคุณค่ะ ที่นำสิ่งดีๆ แบ่งให้อ่าน และขอให้สิ่งดีๆ นี้กลับไปหาพี่พลอยนะคะ พี่พลอย อายุเท่าไหร่คะ

#39 By ยุพาพร (117.47.147.251) on 2009-03-25 01:15


^
^
^

ขอบคุณ คุณสุภาภรณ์ และพี่นันท์ มากๆ ค่ะ

^^

big smile big smile big smile

#38 By พี่พลอยจ๋า on 2009-03-16 10:12

กำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่พอดี surprised smile

เมื่อวันพุธได้มีโอกาสไปฟังบรรยายธรรม จากหลวงปู่พุทธะอิสระ ก็มีบางเรื่องให้ฉุกคิดได้เหมือนกัน

#37 By ~ N ~ on 2009-03-15 14:04

ขอบพระคุณหลวงพ่อค่ะหาเกี่ยวกะประวัติของท่านเลยมาเจอบล๊อกนี้เข้าขออนุญาติทำความรู้จักนะคะเป