โหวต..เปิดคอลัมม์ใหม่
posted on 10 Jul 2008 10:53 by bannpeeploy
สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนบล็อกบ้านพี่พลอย
อาทิตย์นี้มีหลายคนแซว "เอะ..บ้านธรรมะ ทำไมกลิ่นมันเปลี่ยนไป" มีกลิ่นไอของสนามรบและการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง อ่ะ..แหม๊.. ถามแบบนี้แสดงว่ายังไม่เคยคลิ๊กเข้าไปอ่านหลายๆ คอลัมม์ในบ้านพี่พลอยใช่ไหมค่ะ ความจริงบ้านพี่พลอยนี้ก็ไม่ใช่บ้านธรรมะ 100% น่ะนะคะ แต่เป็นบ้านน้อยวาไรตี้สรรสาระบ้าง..ไร้สาระบ้าง น่าจะเหมาะสุดมากกว่า เพียงแต่พลอยจ๋าจะนำหัวข้อธรรมะ ขึ้น recommend มากหน่อยนะคะ เพื่อนๆ เลยจะคุ้นตากับเรื่องราวของศาสนาใช่ไหมคะ พอพลอยจ๋านำเสนอเรื่องอื่นๆ ที่มีหัวข้อยู่แล้วในบ้านพี่พลอย หลายๆคนเลยออกอาการแปลกใจ ยัง confirm ค่ะ บ้านพี่พลอย ยังเหมือนเดิม.. ไม่ต้องตกใจนะคะ
ว่าแต่ว่าตอนนี้มีอีเมลเข้ามามากผิดปกติ ใครยังไม่ได้รับการตอบกลับอดทนรอซักนิดนะคะ พลอยจ๋าพยายามตอบกลับให้หมดทุกฉบับ แต่วันๆหนึ่งตอบได้เพียง 10 ฉบับเท่านั้นค่ะ ช้าหน่อยแต่ตอบกลับหมดทุกฉบับค่ะ..
อีเมลจากหน่วยงานอื่นๆ ขอให้แจ้งสังกัดที่ชัดเจนในกรณีส่งถึงพลอยจ๋าด้วยนะคะ แต่ถ้าต้องการด่วน และมี connection กันจริงๆ ขอให้ส่งเข้าอีเมลส่วนตัว (ที่ขึ้นต้นด้วยนามสกุลพลอยจ๋าน่ะคะ) รับรองจะลงประกาศ หรือตอบกลับภายใน 24 ชม. แน่นอนค่ะ ยินดีมอบพื้นที่เล็กๆ ช่วยเหลือราชการ หากว่าจะมีประโยชน์ในการเผยแพร่เรื่องราวใดที่เป็นประโยชน์ต่อคนกลุ่มมากค่ะ ..
ประกาศบ้านพี่พลอย
เรื่องที่ 1 ประกาศจับ 50 มือปืนทั่วราชอาณาจักรไทย จากกองปราบปราม
ข่าวฝากประกาศค่ะ ช่วยๆ เข้าไปดูประกาศจับมือปืน จากกองปราบหน่อยนะคะ มีดาว์นโหลดหมายจับ รูปหน้า ใครทราบเบาะแส หรือเคยเห็นโฉมหน้าในประกาศ รบกวนติดต่อ csd หรือโทร 1195 เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจค่ะ
ดูประกาศจับ คลิ๊กที่นี้ ค่ะ
เรื่องที่ 2เรื่องการฉายหนังสั้น "คนรักที่คุณไม่รู้จัก" รอบ 2
ขอให้สมาชิกที่พลาดการชมในรอบแรก และสนใจจะชมอีกครั้งหนึ่งนั้น ไปลงรายชื่อพร้อมอีเมลติดต่อกลับไว้ ที่กล่องคอมเม้นท์ คลิ๊กที่นี้ นะคะ พลอยจ๋าจะส่งอีเมลไปบอกล่วงหน้าก่อนการฉาย (รอบ 2 ) ประมาณ 2 วัน แล้วค่อยกลับมาชมนะคะ ตอนนี้ยังหาวันฉายซ้ำไปได้ค่ะ ขอดูเสียงส่วนใหญ่ก่อน แล้วพลอยจ๋าจะติดต่อกลับไปนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ให้ความสนใจค่ะ ขอคุณแทนเจ้าหน้าที่ ทหาร-ตำรวจ ทุกท่านที่กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
เรื่องที่ 3 ขอรับโหวตเพิ่มคอลัมม์ของชายในเครื่องแบบ
( เครื่องแบบอะไร รปภ. แน่ๆ เลย)
อ่ะ..เย๊ยยย เนื่องจากอะไรก็ไม่รู้ 55555 ตอนนี้มีกลุ่มชายไทยในเครื่องแบบ ผู้ไม่ประสงค์จะออกตังค์ เย๊ยย.. ออกนาม ต้องการขอพื้นที่หนึ่งแมวดิ้นตายในบ้านพี่พลอย ลงบทความของกลุ่มฯ ( กลุ่มเดียวกับพี่น่ารัก เจ้าของบทประพันธ์ คนรักที่คุณไม่รู้จัก น่ะนะคะ พี่น่ารักนี้ก็โชกโทรม เย๊ยย.. โชกโชนอยู่ในบรอด์ "เรื่องลาว..จากชายแดน" เหมือนกัน โดยพี่เขาต้องการให้พลอยจ๋าเปิดคอลัมม์เล็กๆ ไว้ให้ โดยตั้งชื่อไว้ให้ด้วย พลอยจ๋าไม่แน่ใจว่าในที่นี้ มีสมาชิกต้องการบริโภคข่าวสารของพี่ๆ เขาไหม ถ้าต้องการก็ลงชื่อโลดค่ะ ครบ 30 เสียง ยินยอมแบ่งคอลัมม์ให้ทันทีคะ แต่ถ้าไม่ครบพี่ๆ ก็รอไปก่อนนะคะ เดี๋ยวแฟนคลับพลอยจ๋าด่าเอา 55555..
ใครจะโหวตเปิดคอลัมม์ใหม่ ให้พิมพ์ "ผู้ชายลายพราง" ในคอมเม้นท์ของเอนที่นี้นะคะ ถึง 30 ลายพรางเมื่อไหร่ เป็นเอกฉันท์เพื่อนๆ สมาชิกก็คงได้อ่านบทความจากพวกพี่ๆ เขาอีก ซึ่งขอบอกว่าเขาเขียนได้ดีมาก มีทั้งสุข เศร้า เคล้าน้ำตา วันนี้พลอยจ๋าคัดมาให้อ่านหนึ่งบทความ ลองตลาดก่อนนะคะ..
วันนี้พลอยจ๋าขอฝากข้อความไว้เท่านี้ค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุขตามอัตภาพ ไม่ป่วย ไม่ไข้ มีเงินใช้ สุขสบาย ธรรมะรักษา สวัสดีค่ะ
" ผู้กองครับ.. พาผมกลับบ้านที ! "
เขียนโดย independent-infantry ขอบคุณมากค่ะ
เรื่องนี้ผมย่อมาจากบทเขียนเรื่องเล่าชีวิตส่วนตัวของ พล.ต ผู้ช่วยฑูตทหารไทยประจำต่างประเทศท่านหนึ่งในหนังสือศิทย์เก่าของเวสพอยท์ภาคเอเชียแปซิฟิค ที่รวมเล่มอยู่ในหนังสือประจำปีของ ฟอร์ทลีเวนเวิร์ธ อ่านแล้วก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนนะครับ ผมเห็นว่ามันแปลกดีก็เลยเอามาถ่ายทอดให้อ่านกัน ที่ไม่เขียนชื่อท่านเจ้าของเรื่องนั้นเพราะ ด้วยหน้าที่และฐานะที่ท่านดำรงอยู่นั้นไม่เหมาะที่จะแพร่ไปในแง่นี้* ***เริ่มเลยละกันนะ
เมื่อห้าปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ไปประเทศเวียดนาม จากคำเชิญของนายทหารระดับสูงของเวียดนามการไปครั้งนี้เป็นการไปแบบส่วนตัวเป็นการตอบแทนที่ครั้งนายทหารเวียดนามผู้นั้นมาประเทศไทยและผมก็คอยอำนวยความสะดวกให ้กับเขา เขาเลยอยากชวนผมไปเที่ยวบ้านเขาบ้าง
เมื่อไปถึงนั้น เขาพาผมเที่ยมชมสถานที่ต่างๆในหลายๆเมือง โดยเฉพาะเมืองที่ทหารไทยเคยมารบในสมัยสงครามเวียดนาม เช่น ลองถั่น โนนทรัค ฟุคโถ ฯลฯ รวมทั้งพาชมมิวเซี่ยมทางทหารต่างๆสถาพหมู่บ้าน อำเภอ ที่ทหารไทยเคยมาอยู่ ท่านนายพลท่านนั้นบอกกับผมว่า ยังคงสภาพเหมือนสมัยสงครามแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย เมื่อมาชมแล้วก็พาให้นึกถึงฉากการรบต่างๆที่ทหารรุ่นหลังอย่างผมได้เพียงแค่อ่า นจากตำราและหนังสือต่างๆ ในใจคิดไปว่า ทหารไทยไม่น่าจะต้องมาตายที่นี่ ทั้งนายทหาร ทั้งนายสิบ ก็หลายร้อยคนอยู่ เกิดเมืองไทยแต่ต้องมาตายเพื่อบ้านอื่นเมืองอื่นแท้ๆ น่าสงสารจริงๆ ป่านนี้ดวงวิญญาณจะอยู่ที่ไหนหนอ ไทยหรือเวียดนามพอคิดได้เท่านี้ก็เกิดลมพัดเย็นซู่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ท่านนายพลหันมามองหน้าผมแล้วบอกว่า วิญญาณทหารไทยคงดีใจที่มีทหารไทยเหมือนกันมาเยี่ยมพวกเขา
คืนนั้นเป็นคืนสุดท้ายก่อนที่พรุ่งนี้ผมจะกลับเมืองไทยผมพักที่บ้านรับรอง ที่ทางท่านนายพลจัดเตรียมไว้ให้ อยู่ในอำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า ไม่ไกลจากสมรภูมิเดือดฟุคโถ เท่าไรนัก(ห่างประมาณ ๑๕-๒๕ กม.)คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับ จึงออกมายืนบริเวณนอกชานบ้านพักชั้นสอง เวลาประมาณ ตี ๑ กว่าๆได้มั้ง จู่ๆอากาศที่เย็นสบายกลับมีลมแรงเหมือนฝนจะตก ผมรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างประหลาด หันหลังกลับจะเดินเข้าห้อง พลันในหูแว่วได้ยินเสียงปืน เหมือนมีการยิงกันแว่วๆอยู่ไกล เสียงปืนดังเป็นชุดๆสลับด้วยเสียงวี๊ดของลูกระเบิด นาทีนั้นผมขาแข็ง ตัวชา ใจอยากเดินกลับเข้าห้อง แต่ขามันไม่ยอมเดิน แล้วสายตาที่มองเข้าไปในบ้านก็มองเห็นภาพสะท้อนจากกระจกเงาบานใหญ่ในห้อง ภาพทหารในชุดสนามสีเขียวจางๆนับได้ ๖ คนยืนถือปืนทำท่าวันทยาวุธหน้ากระดานเรียงหกมองมาทางผม ทั้งหกยืนอยู่บนเนินสนามหญ้าหน้าบ้านพัก ผมหันหลังขวับหันไปมองทันที ไม่มี ไม่มีอะไรเลย มีแต่เนินสนามหญ้าว่างเปล่า ลมก็สงบบรรยากาศเงียบสนิท ไม่มีเสียงแมลงกลางคืน ไม่มีหมาหอน เงียบจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น
คืนนั้นผมสับสน ใจคิดถึงแต่เรื่องภาพที่เห็นในกระจก คิดไป เราเครียดรึเปล่า เราคิดถึงแต่เรื่องสงครามในอดีตมากไปรึเปล่า ตาเลยฝาด แต่บอกตรงๆว่าภาพมันชัดเจน ชัดมากจนเห็นสีหน้าของทหารทั้ง ๖ คนนั้นได้ทั้งที่ระยะไกลประมาณนั้น และยังสะท้อนจากกระจกอีก สีหน้าทุกคนเศร้าหมอง แต่ทุกคนท่าทางเข้มแข็ง ที่สำคัญคือ ทหารเวียดนามไม่ได้ใช้ปืนเอ็ม ๑๖ ผมนอนคิดพิจารณาจนหลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ แล้วก็ฝัน ในความฝันนั้น ผมรู้สึกว่ามันชัดเจนจนเหมือนตื่นอยู่ ในฝันนั้นผมแต่งชุดสนามเขียวสะพายปืนเฉียง ยืนอยู่ใต้ต้นตาล มีทหาร ๖ คนยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ตรงหน้าผม คนหัวแถวพูดกับผมว่า "..ผู้กองครับ พาพวกเรากลับบ้านที.. พวกเราอยู่ที่นี่มานานเหลือเกิน พวกเราหิวโหย ต้องต่อสู้กับพวกอื่นเพื่อรักษาฐานไว้ พวกเราต้องสู้กับมันทุกวันทุกคืน พวกเราไม่ยอมแพ้ แต่พวกเราอยากกลับบ้าน ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรา เรารอผู้กองมานานแล้ว.. ผู้กองเคยบอกพวกเราว่าผู้กองจะไม่ทิ้งพวกเรา.." จากนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้อีก ในฝันนั้นผมน้ำตาไหลรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า เมื่อรู้สึกตัวตื่นมา น้ำตายังเปียกหน้าอยู่เลย
ตื่นมา ๗ โมงกว่า นั่งทบทวนความฝันเมื่อคืน ยิ่งสับสนหนัก เพราะสงสัยทำไมในฝันทหารพวกนั้นเรียกผมว่าผู้กอง ทั้งที่ตอนนั้นผมเป็นพันเอก แต่ก็เริ่มเอ่ะใจ รู่สึกไม่ชอบมาพากลบางอย่าง จนกระทั่งท่านนายพลมารับเพื่อเลี้ยงอาหารเช้าและเพื่อไปส่งผมกลับที่สนามบิน ผมบอกท่านว่า เมื่อคืนผมนอนไม่ค่อยหลับ ฝันก็แปลก ท่านนายพลตอบผมว่า ผมเตรียมทุกอย่างไว้ให้คุณพาพวกเขากลับบ้านแล้ว ผมงี้ตกใจแทบตกเก้าอี้ ท่านพูดต่อว่า นายทหารที่นี่โดนกันจนไม่มีใครกล้ามาพัก ผมเองก็เคย เขามาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า เขาอยากกลับบ้าน ผมเลยคิดว่าถ้าคุณมาเวียดนาม ผมจะให้คุณมาพักที่นี่ เพื่อให้คุณซึ่งเป็นทหารไทยเหมือนพวกเขาได้สัมผัสและช่วยเหลือพวกเขา เราลองมาแล้วทุกวิธีก่อนที่คุณจะมา แต่พวกเขาก็ไปไม่ได้ ซินแสอาจารย์ของผมท่านบอกว่า ดวงวิญญาณทหารไทยเหล่านี้จิตยึดติดอยู่กับสัญญา ต้องให้พวกพ้องเขาเท่านั้นที่จะปลดปล่อยเขาได้
สิ่งที่ท่านนายพลเตรียมไว้ให้คือ ธูปเทียน และรูปของทหารไทยทุกคนในหนังสือที่มาประจำที่ฐานนี้ โดยให้ผมตั้งจิตและเอ่ยเรียกชื่อทหารทุกคนในหนังสือ(เพราะเราไม่รู้ว่าคนไหน)ซึ่่งมีรายชื่อทหารทั้งหมด ๑๐๕ คน แต่ผมคัดเพราะผมจำได้จากในฝันว่า เป็นเป็นจ่าสิบเอก ๑ คน(คนนี้แหล่ะที่พูดกับผมในฝัน)สิบเอก ๒คน พลทหาร๓ คน ก็เลยเอ่ยแต่ชื่อ จ่าสิบเอก สิบเอก พลทหาร ซึ่งก็น้อยลงไปแยะ ระหว่างตั้งจิตอฐิษฐานอยู่นั้น ลมแบบเมื่อคืนมาอีกแล้วพัดเหมือนฝนจะตก สักพักก็สงบ ผมเห็นสีหน้าท่านนายพล และนายทหารเวียดนามท่านอื่นพออกพอใจกันถ้วนหน้า แล้วสิ่งที่เหมือนปาฎิหารย์ก็เกิดจนได้ อฐิษฐานเสร็จ ปักธูปลงบนดินปุ๊บ พอผมวางหนังสือ(เล่มขนาดสมุดโทรศัพท์)ลงบนโต๊ะ ลมพัดกรรโชกอย่างแรง หนังสือเปิดพรึบๆๆๆ พอลมสงบ ปรากฎว่าหน้าที่ลมพัดเปิดค้างอยู่นั้น คือหน้าที่บรรยายการรบในคืนที่ทั้ง๖เสียชีวิตไว้เป็นภาษาเวียดนามว่า *เวลา ๗ โมงเช้า กำลังทหารไทย-อเมริกัน เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณปะทะ พบศพทหารไทย ๖ นาย เป็นเป็นจ่าสิบเอก ๑ นาย สิบเอก ๒ นายพลทหาร ๓ นาย บาดเจ็บสาหัส ๙ คน ศพเวียดกง ๙๕ ศพ และได้ทำการเคลื่อนย้ายศพทหารไทยทั้ง ๖ นาย มายังจุดบราโว่ ๑(ที่ๆผมยืนอยู่นี่เอง โอ้ว แทบช๊อคตอนนั้น) เพื่อเตรียมส่งขึ้น ฮ.ชีนุค ของอเมริกันกลับฐานแบร์แคท
เมื่อกลับเมืองไทยวันแรก ผมรีบค้นคว้าเรื่องการรบที่ฟุคโถอย่างละเอียด ผลคือ ใน ๙ คนที่บาดเจ็บสาหัสในการรบมาราธอนกว่า ๘ ชั่วโมงนั้น(เวียดกงประมาณ ๖๐๐ คนเข้าโจมตีฐานทหารไทยซึ่งมีกำลังเพียง ๘๕ นายตั้งแต่ ๔ ทุ่ม จนถึงตี ๕ ครึ่งจึงล่าถอยไป)มาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก ๑ คนคือ ผบ.ร้อย ซึ่งมียศเป็นร้อยเอก และยิ่งค้นลงไปลึกๆแล้ว การนำศพทหารไทยทั้ง ๖ ออกจากเวียดนามนั้น ทำโดยทหารอเมริกันเพราะอเมริกันมอบเหรียญเชิดชูให้เป็นพิเศษเพราะเขายกย่องและทึ่งในความกล้าหาญ เลยตอบแทนด้วยการจัดส่งให้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งต่างจากทหารไทยทำเองเพราะจะมีพิธีเชิญดวงวิญญาณกลับประเทศด้วยพระสงฆ์ แต่อเมริกันหวังดีเลยไม่ได้ทำ กรรมแท้ๆ นี่แหล่ะคงเป็นสาเหตุให้ดวง วิญญาณทหารหาญทั้ง ๖ ต้องทนทุกข์ติดอยู่ในสมรภูมิรบนานหลายสิบปี ตัวร้อยเอก ผบ.ร้อยนั้น มาตายทีหลังจึงได้ทำพิธีเชิญวิญญาณโดยพระสงฆ์ไทย ส่วนจะเกี่ยวข้องยังไงกับผมนั้น ผมคงไม่อยากคิดแล้ว คิดแค่ได้มารับเพื่อนกลับบ้านก็รู้สึกเป็นเกียรติเป็นสุขในใจเป็นล้นพ้นแล้ว
จบแล้วค่ะ..
โปรดใช้วิจารณาณในการอ่านนะคะ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ค่ะ
ถ้าชอบ ก็โหวตได้เลยค่ะ พิมพ์ ผู้ชายลายพราง นะคะ
เพลงประกอบเอนที่นี้ ชื่อ " เพื่อผืนดินไทย "
คำร้อง สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์
ทำนอง แมนรัตน์ ศรีกรานนท์
*เพื่อนตาย ชายชาญ ทหารกล้า แดนไกล
พวกเรา ร้อนใจ ห่วงใยทุกครา
กอดปืน ทรมาน แม้ใครรุกราน มรณา
ปกป้อง พสุธา คุ้มครองผองไทย
เราซึ้ง ทรวงดี ว่าเพื่อนยอมพลี เพื่อใคร
เราซึ้ง ซาบใจ เฝ้าห่วงเฝ้าใย วันคืน
สวดมนต์ อวยชัย เพื่อนจงปลอดภัย ยงยืน
เกิดมาใช่อื่น เพื่อผืนดินไทย
ดนตรี...ซ้ำทั้งหมด
เพื่อผืนดินไทย
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
เพื่อความเป็นธรรม และเป็นกลาง ขออนุญาตซ่อนคอมเม้นท์นะคะ เผื่อมีคนอยากโหวต แต่อาย 5555 ใครอายบอกชื่อด้วยนะคะ ตอนนับคะแนนจะได้ censor ชื่อคนโหวต
สารบัญบล็อก












