ทดสอบ คุณภาพเสื้อเกราะฯ
posted on 17 Aug 2008 21:43 by bannpeeploy
เสื้อเกราะกันกระสุนพระเจ้าตาก รุ่นคุณพระช่วย
สวัสดีค่ะเพื่อนสมาชิกทุกๆ ท่าน
วันนี้พลอยจ๋านำความคืบหน้าเรื่องโครงการไทยช่วยสันติสุข ครั้งที่ 2 ในการร่วมสมทบทุนซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน อุปกรณ์ช่วยรบ(ตามรายการการจัดหา) ยาเวชภัณฑ์และสิ่งของอื่นๆ มอบให้แก่ทหาร-ตำรวจชั้นระดับปฎิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตามที่ได้เคยเกริ่นเพื่อนๆ สมาชิกทุกท่านทราบเอาไว้แล้วนะคะ และพลอยจ๋าได้รับอาสาประสานงาน พร้อมทั้งหาข้อมูลด้านเสื้อเกราะฯ มานำเสนอเพื่อนๆ สมาชิกทุกท่านทราบนั้น
คณะกรรมการเฉพาะกิจในเบื้องต้นได้สรุปแล้วว่า จะดำเนินการสั่งซื้อเสื้อเกราะพระเจ้าตาก รุ่นคุณพระช่วย ของทางสำนักนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ ซึ่งท่านรอง ผกก.วิทยาการภูธรจังหวัดตาก พ.ต.ท.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ เป็นผู้ริเริ่มวิจัยสร้างร่วมกับทางกลุ่มนักวิจัยหุ่นยนต์และเทคโนโลยี จังหวัดตากนั้น
ในราคาเสื้อเกราะฯ ตัวล่ะ 5,000 บาทถ้วน ในขั้นแรกนั้นเราตั้งเป้าหมายไว้ที่เสื้อเกราะฯ จำนวน 20 ตัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 100,000 บาทค่ะ ซึ่งทางเราจะจัดทำโดยการขอสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกและประชาชนผู้สนใจทั่วไป จัดตั้งเป็นคณะกรรมการสายค่ะ โดยแต่ละสายจะต้องรับผิดชอบบริจาคเสื้อเกราะฯ ขั้นต่ำ 1 ตัว ( การที่เราต้องกำหนดเช่นนี้ เพื่อเป็นการประเมินโครงการได้อย่างชัดเจนว่าอย่างน้อยที่สุดเราจะได้เสื้อเกราะฯ เป็นจำนวน 20 ตัวแน่นอนค่ะ แต่ถ้ามีผู้สนใจให้การสนับสนุนมากกว่านี้ ยอดจำนวนเสื้อเกราะที่จะร่วมบริจาคก็จะมากขึ้นตามลำดับนะคะ )
คลิ๊กที่นี้ เพื่ออ่านประวัติ ผลงาน และความเป็นมาของโครงการไทยช่วยสันติสุขค่ะ
คลิ๊กที่นี้ เพื่อตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการสาย ที่ลงชื่อรับอนุเคราะห์เสื้อเกราะฯ แล้ว
นอกจากคณะกรรมการสายแล้ว เรายังเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจบริจาคทั่วไปด้วยนะคะ จะเป็นจำนวนเงิน 20 บาท 50 บาท 100 บาท หรือจำนวนเงินเท่าไรก็ได้ ตามแต่ท่านจะกรุณาค่ะ เรายินดีน้อมรับทุกความศรัทธาของทุกๆ ท่านนะคะ
ซึ่งในขณะนี้ โครงการอยู่ในระหว่างการติดต่อดำเนินการเรื่องหนังสือขออนุญาตจากหน่วยงานราชการ เมื่อได้รับเอกสารการอนุญาตและหนังสือขอรับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานแล้ว เราจะเปิดรับบริจาค พร้อมแจ้งหมายเลขบัญชีการรับบริจาค ของโครงการไทยช่วยสันติสุข ครั้งที่ 2 ทันที่ค่ะ ( คาดว่าเอกสารจะเสร็จเรียบร้อยและพร้อมเปิดรับบริจาค ภายในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ค่ะ )
เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันว่าเสื้อเกราะพระเจ้าตาก รุ่นคุณพระช่วย มีคุณภาพเหมาะสมกับการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พลอยจ๋าอยากให้ทุกท่านได้อ่านรายละเอียดในการวิจัยสร้างและขั้นตอนการพัฒนาเสื้อเกราะฯของท่าน พ.ต.ท.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ ดังที่จะเรียนให้ทราบตามนี้นะคะ
คลิปวีดีโอ ทดสอบการยิงเสื้อเกราะกันกระสุนพระเจ้าตาก รุ่นคุณพระช่วย
จากวีดีโอภาพด้านบนเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของเสื้อเกราะพระเจ้าตาก ที่สนามยิงปืน จังหวัดทหารบกตาก พล.ต.วิสุทธิ์ เที่ยงตรง ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกตาก ร่วมกับ พ.ต.ท.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ รอง ผกก.วิทยาการภูธรจังหวัดตาก โดยการใช้อาวุธปืนขนาดต่างๆ ประกอบด้วย .38 ,9 มม.,11 มม.,.357 ,.44 และอาวุธปืน เอ็ม 16 ซึ่งไม่สามารถทะลุแผ่นกันกระสุนได้ เสื้อเกราะดังกล่าวได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ของ NIJ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลรองรับระดับความป้องกัน ซึ่งในขณะนี้เสื้อเกราะพระเจ้าตากได้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการจดสิทธิบัตรอยู่นะคะ
ท่านรองฯ กฤษฎากร ผู้ริเริ่มค้นคว้าวิจัยสร้างเสื้อเกราะพระเจ้าตาก ค่ะ
เสื้อเกราะกันกระสุน
เสื้อเกราะกันกระสุน มีความจำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ครู ในสามจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน แต่การจะทำเสื้อเกราะขึ้นมาใช้งานนั้น จำเป็นต้องทำการวิจัยและพัฒนาให้มีความสามารถในการใช้งาน มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ราคาถูก โดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก
ที่มาของการวิจัยเสื้อเกราะพระเจ้าตาก
จากเหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ครู แพทย์ ซึ่งในหลายคนนั้น คือเพื่อนรักและผู้ร่วมงาน จากความสูญเสีย จึงได้คิดค้นหาวัสดุเพื่อสร้างเสื้อเกราะขึ้น แต่วัสดุที่ใช้ทำเสื้อเกราะส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ มีราคาแพง และไม่สามารถนำเข้าได้ ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่าง วันหนึ่ง พ.ต.ท กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ ผู้วิจัย ได้ฝันเห็นพระเจ้าตากสิน เคลื่อนทัพหนีพม่า จากกรุงศีรอยุธยา จนมาถึงแม่น้ำแห่งหนึ่ง แต่ทหารพม่าตามมาใกล้ มีทหารกลุ่มหนึ่งได้อาสารังท้ายสกัดทหารข้าศึก เพื่อให้พระองค์ทรงถอยหนีข้ามแม่น้ำได้สำเร็จ ซึ่งทหารกลุ่มนี้ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนน้อยกว่ามากแต่ก็สามารถที่จะสกัดได้อยู่นาน ทำให้พระองค์ทรงรอดพ้นจากภัย ทหารเหล่านั้นฟัน แทงไม่เข้า ศาตราวุธไม่สามารถที่จะทำอะไรทหารเหล่านั้นได้เลยแม้แต่น้อย จึงได้ถามพระองค์ว่าทำไมทหารเหล่านั้นถึงฟันแทงไม่เข้า พระองค์จึงตอบว่า เพราะพวกเขาเหล่านั้นมียันต์เกราะเพชรป้องกันตัว จึงถามว่าแล้วยันต์นั้นทำมาจากอะไร พระองค์ก็ตอบมาว่า "ใช้เงาคน" กลุ่มนักวิจัยก็ได้นำฟิล์มเอกซ์เรย์ มาทดสอบ ผลเป็นที่น่าพอใจอยู่ในระดับหนึ่งและมีความเป็นไปได้ในการนำมาทำเสื้อเกราะ จึงได้ทำการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาต่อจนประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ
วิธีการดำเนินการวิจัย และสถานที่ทำการทดลอง/เก็บข้อมูล
1. ศึกษาทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ ภาควิชาฟิสิกส์ สาขาวิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2. ศึกษาถึงคุณสมบัติของวัสดุที่จะนำมาใช้เป็นเกราะกันกระสุน ที่ ภาควิชาฟิสิกส์ สาขาวิชาวัสดุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. ออกแบบจัดทำเสื้อเกราะกันกระสุน ที่วิทยาการจังหวัดตาก
4. ทดสอบการใช้งาน ตามมาตรฐาน NIJ Standrad-0101.04 ที่โรงงานวัตถุระเบิดทหาร จังหวัดนครสวรรค์ เป็นการทดสอบเพื่อการศึกษาวิจัย
5. ปรับปรุงเสื้อเกราะกันกระสุน ที่วิทยาการจังหวัดตาก
ทฤษฎีลูกปืน
เมื่อกระสุนวิ่งออกจากปากกระบอกปืน ด้วยความเร็วจำนวนหนึ่งยิ่งความเร็วมากก็จะมีแรงปะทะมากเช่นกัน ซึ่งลูกปืนจะหมุนด้วยความเร็วสูงมาก เพิ่มอำนาจทะลุทะลวงมากขึ้น (เหมือนสว่าน) จนเกิดเป็นพลังงานความร้อน
ทฤษฎีเกราะกันกระสุน
เกราะคือวัสดุเป็นเป้ามีความสามารถในการต่อต้าน พลังงานและแรงดันของกระสุนปืนไม่ให้ผ่านทะลุเกราะได้ เมื่อกระสุนปืนกระทบเป้าจะมีการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างกระสุนกับเป้า ถ้าวัสดุที่เป็นเป้ามีแรงยึดเหนี่ยวโมเลกุล ความเหนี่ยวรั้งคืนสภาพเป้าหรือ สามารถดูดซับและถ่ายเทพลังงานจากกระสุน เมื่อกระสุนหมดพลังงาน กระสุนจะไม่สามารถผ่านทะลุเป้าได้
มาตรฐานการทดสอบ NIJ Standard 0101.04 (National Institute of Justice)
เมื่อกระสุนมากระทบกับเสื้อเกราะ พลังงานจากกระสุนจะถูกดูดซับและแพร่กระจาย จนท้ายที่สุดก็คือร่างกาย การกระแทกร่างกาย เรียกว่า "บลันท์ ทรอมา" (Blunt Trauma) หมายถึง อาการฟกช้ำ ซึ่งอาการดังกล่าวจะต้องอยู่ใน ระดับที่ไม่ปรากฏอาการออกมาให้เห็น ร่างกายของคนเราจะสามารถทนทานต่ออาการ บลันท์ ทรอมา ได้ปริมาณหนึ่ง ซึ่งเราสามารถทดสอบ และคิดค่าออกมาได้เรียกว่า "Back Face Signature" มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร มาตรฐาน NIJ.0101.04 มาตรฐานนี้ กำหนดค่า Back Face Signature เท่ากับ 44 มิลลิเมตร ถือได้ว่ามาตรฐาน NIJ. เป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุด ทั้งในสหรัฐ ฯ ออสเตรเลีย เอเชีย ตะวันออกกลาง และประเทศในยุโรปบางประเทศ เช่น ฟินแลนด์ และ อังกฤษ เป็นต้น
มาตรฐาน NIJ. กำหนดค่าระดับการป้องกัน ออกเป็น 6 ระดับ เริ่มจากระดับ 1 สำหรับกระสุนขนาด .38รีวอลเวอร์ ไปจนถึงระดับ 4 สำหรับกระสุนเจาะเกราะไรเฟิล ขนาด .30 - 06 Classification
ระดับการป้องกัน ตามมาตรฐาน NIJ
ระดับที่ 1 เสื้อเกราะรุ่นแรก เป็นเสื้อเกราะที่ทำจากเส้นใยกันกระสุนรุ่นแรก มีขนาดใหญ่และเทอะทะ สามารถกันได้ แต่สะเก็ดระเบิด และกระสุนความเร็วต่ำ
ระดับที่ 2A เป็นเสื้อเกราะที่ถูกออกแบบให้สามารถกันกระสุนที่ถูกยิงจากปืนลำกล้องสั้น และปืนรีวอลเวอร์ ที่มีขนาดยาว 2 - 4 นิ้ว แต่ถ้าต้องเผชิญกับการคุกคามหนักๆจะทำให้เกิด บลันท์ ทรอมา การฟกช้ำ ได้มากกว่าระดับ 2 หรือ 3 A
ระดับที่ 2 เสื้อเกราะแบบมาตรฐานใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก เป็นเสื้อเกราะมาตรฐาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐ ฯ กันกระสุนได้เกือบทุกชนิด ยกเว้นกระสุนปืนพกที่มีอำนาจการ ทะลุทะลวงสูง
ระดับที่ 3A เสื้อเกราะแบบป้องกันการเสียบแทง เป็นเสื้อเกราะที่ออกแบบขึ้นโดยการ รวมคุณสมบัติการป้องกันกระสุน และป้องกันการเสียบแทงด้วยวัตถุมีคมเข้าด้วยกัน สามารถป้องกันวัตถุมีคมได้ทุกชนิด ที่มีแรงไม่เกิน 81.2 ฟุต/ปอนด์
ระดับที่ 3 เสื้อเกราะชนิดพิเศษ เป็นเสื้อเกราะที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันกระสุนปืน 44 แมกนั่ม รีวอลเวอร์ ซึ่งโดย ปกติกระสุนชนิดนี้ สามารถทะลุทะลวงผ่านเสื้อเกราะคุณภาพต่ำได้ นอกจากนี้ยังสามารถ กันกระสุนความเร็วสูงจำพวกกระสุนปืนพก และปืนกลเบาขนาด 9 มิลลิเมตรได้ดี
ระดับที่ 4 เพลท เสื้อเกราะชนิดนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อกันกระสุนเจาะเกราะขนาด 30 - 40 และที่รุนแรง น้อยกว่าทั้งหมด ทำจากเซรามิก มีแผ่นรับแรงกระแทกเป็นเส้นใยเคปลา ปกติเพลทจะมี ขนาด 10 x 12 นิ้ว นอกจากนั้น ยังมีเสื้อเกราะชนิดพิเศษอื่นๆ อีก เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ ต่าง ๆ กัน
การนำฟิล์มเอกซ์เรย์มาใช้เป็นส่วนประกอบ
ฟิล์มเอกซ์เรย์ , แกนฟิล์มและแผ่นฟิล์ม ( Film Base ) ทำจากโพลีเอสเตอร์ ซึ่งมีความเหนียว ยืดหยุ่น ทนไฟและโปร่งใสเป็นพิเศษ เจือสีฟ้าอ่อน แผ่นฟิล์มฉาบด้วยอิมัลชั่น ( Emulsion ) ชนิดเกลือเงิน ( AgBr) ทั้งสองด้าน และมีสารเคลือบทั้งสองด้านป้องกันรอยขูด ขีด และ Static Mark
ฟิล์มเอกซ์เรย์เมื่อผ่านการใช้งานแล้ว ก็ยังคงสภาพเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก และเนื่องจากเป็นวัสดุเหลือใช้จึงมีราคาถูก อีกทั้งยังหาได้ในประเทศอีกด้วย จากคุณสมบัติของฟิล์มเอกซ์เรย์ที่มีความหนียว ยืดหยุ่น ทนไฟ นี้เอง ฟิล์มเอกซ์เรย์จึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาพัฒนาเป็นเสื้อเกราะ เราจึงเริ่มต้นที่จะใช้ฟิล์มเอกซ์เรย์ในการวิจัย แต่เนื่องจากฟิล์มเอกซ์เรย์เป็นโพลีเมอร์ จึงไม่ทนต่อความร้อนที่สูง ซึ่งกระสุนปืนเมื่อยิงออกมาแล้ว เกิดพลังงานจลน์ จากการหมุนของกระสุนปืนจนเป็นพลังงานความร้อน ทำให้ฟิล์มเอกซ์เรย์ละลาย นักวิจัยจึงได้ค้นหาวิธีการปรับปรุงคุณภาพของฟิล์มเอกซ์เรย์ ให้มีความคงทน โดยการเคลือบ ethyleneoxideร ทำให้ฟิล์มมีความเหนียวขึ้น
หลักการเสื้อเกราะพระเจ้าตาก ประกอบด้วย ๓ ส่วนหลัก ได้แก่
1. ช่วงชั้นแรกของ เกราะ จะทำหน้าที่ในการรับแรงกระแทกและกระจายแรงรวมทั้งทำลายหัวลูกปืน โดยการนำโพลีเมอร์ที่มีความเหนียว แบ็ง วางซ้อนสลับกับฟิล์มเอกซ์เรย์ จำนวนหนึ่ง ในช่วงชั้นนี้เมื่อลูกกระสุนมากระทบกับเกราะลูกระสุน จะมีการถ่ายทอดพลังงาน ไปยังเกราะตามแนวแรงที่กระทบแต่ละแผ่น อีกทำให้หัวกระสุน เสียสภาพลักษณะไปในที่สุด และเพิ่มพื้นที่ในการกระทบกับเกราะ ทำให้ความเร็วของหัวกระสุน ลดลงไป
2. ช่วงชั้นที่สองของเกราะ จะทำหน้าที่ในการเหนี่ยวรั้งหัวกระสุนปืนให้หยุดเคลื่อนที่ โดยการนำโพลีเมอร์ ที่มีความเหนียว บาง หยืดหยุ่นสูง วางสลับกับฟิล์มเอกซ์เรย์จำนวนหนึ่ง ในช่วงชั้นนี้หัวลูกระสุนปืนเเมื่อมีพื้นที่สัมผัสเพิ่มขึ้นในการกระทบกับแผ่นฟิล์มนั้น แผ่นฟิล์มร่วมกับโฟลีเมอร์จะทำการหน่วงความเร็วของกระสุนปืนจนหยุด ในชั้นเกราะนี้
3. ช่วงชั้นที่สามของเกราะ จะทำหน้าที่ซับความร้อนที่เกิดจากพลังงานจลน์จากการหมุนของลูกปืน
และนำทั้งสามส่วนมาเรียงต่อกัน
ผลของการวิจัย
เสื้อเกราะพระเจ้าตากอยู่ในขั้นตอนการวิจัย ขั้นต้นได้ทดสอบอยู่ในระดับ 2A ตามมาตรฐานการทดสอบ NIJ Standard 0101.04 (National Institute of Justice) สามารถป้องกันปืนพกได้ทุกชนิดซึ่งใช้เหมาะสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปราม สำหรับปืนเล็กยาวนั้น ต้องเสริมแผ่นโลหะเข้าไป ซึ่งผลการทดสอบสามารถหยุดลูกกระสุนปืน M16 A1 ได้ โดยการเสริมแผ่นอะลูมิเนียมด้านหน้าเกราะเพื่อลดแรงปะทะและดูดซับพลังงาน และผ่านเกราะกันกระสุน และเสริมแผ่นสแตนเลสด้านหลังเกราะเพื่อรับแรงและเศษสะเก็ดโลหะที่หลอมละลายกับหัวลูกกระสุนปืนไว้ ได้
บทสรุป เสื้อเกราะพระเจ้าตาก
เสื้อเกราะพระเจ้าตาก ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาโดยใช้ฟิล์มเอกซ์เรย์เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้มีความเหนียว และคงทนเพิ่มขึ้น โดยจะมีการนำวัสดุอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติต่างกันมาประกอบและเรียงซ้อนกันสลับกับฟิล์มเอกซ์เรย์ และเชื่อมติดกันเพื่อทำให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งจะไม่มีโลหะประกอบ แล้วปิดผนึกด้วยเทปกาว แล้วบรรจุลงในถุงผ้าในลอน
ซึ่งผลการทดสอบนั้น สามารถป้องกันกระสุนปืนพกได้ดังนี้ค่ะ
ปืนพก ขนาด 38 สเปเชี่ยว
ปืนพก ขนาด 9 มม.
ปืนพก ขนาด 11 มม.
ปืนพก ขนาด 357 แมกนั่ม , 357 เจาะเกราะ
ปืนพก ขนาด 38 ซุปเปอร์
ปืนพก ขนาด 44 แมกนั่ม
ปืนเล็กยาว M16 A1 ซึ่งจะต้องใส่แผ่นอะลูมิเนียมด้านหน้าเกราะกันกระสุน และใส่แผ่นสแตนเลส ด้านหลังเกราะกันกระสุน
ต้องการรับบริจาคฟิล์มเอ็กซ์เรย์ จำนวนมาก เพื่อใช้ทำเสื้อเกราะพระเจ้าตาก
( ขอความช่วยเหลือ เพื่อนๆ สมาชิกทุกท่านช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยนะคะ )
กลุ่มนักวิจัยหุ่นยนต์และเทคโนโลยีร่วมกับวิทยาการตาก สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ มีความยินดีรับบริจาคแผ่นฟิล์มเอกซ์เรย์ จากทุกท่าน ทั้งในหน่วยงานของรัฐ บริษัท ห้างร้าน โรงพยาบาล และบุคคลทั่วไป เพื่อนำมาสร้างเสื้อเกราะพระเจ้าตากให้กับทหาร ตำรวจวิทยาการ ตำรวจภูธร เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ครู และบุคคลากรทางการแพทย์ ที่ปฎิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ท่านที่สนใจบริจาคฟิลม์ฯ กรุณาส่งฟิลม์เอ็กซ์เรย์ทางไปรษณีย์ไปยังที่อยู่ด้านล่างนี้นะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ส่งฟิลม์เอ็กซเรย์เข้าร่วมบริจาคทางไปรษณีย์ได้ที่..



พ.ต.ท.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์
วิทยาการตาก ถ. มหาดไทยบำรุง อ.เมือง จ.ตาก รหัสไปรษณีย์ 63000
หรือ
นายสันทัศน์ ตันยา
กลุ่มนักวิจัยหุ่นยนต์และเทคโนโลยี 590 ถ.ตากสิน ต.ระแหง อ.เมือง จ.ตาก 63000
กรุณาวงเล็บ บนกล่องพัสดุว่า ( โครงการไทยช่วยสันติสุข ครั้งที่ 2 ) นะคะ



ขอขอบพระคุณความช่วยเหลือด้านข้อมูลเสื้อเกราะและไฟล์วีดีโอจาก..
ท่านรองฯ พ.ต.ท.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ สำหรับข้อมูลประกอบเสื้อเกราะฯทั้งหมด
คุณสันทัศน์ ตันยา (นักวิจัยประจำกลุ่มหุ่นยนต์และเทคโนโลยี)
เอื้อเฟื้อข้อมูลและส่งไฟล์ทดสอบ
เว็บไซค์จับฉ่าย เอื้อเฟื้อข้อมูล ภาพและไฟล์การทดสอบ
เว็บมาสเตอร์แชมป์ Exteen Blog และเพื่อนสมาชิกเอ็กซ์ทีนทุกท่าน ที่ร่วมประสานงาน
และนำไฟล์ VDO ทดสอบเสื้อเกราะลงให้บ้านพี่พลอยค่ะ






ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า
สารบัญบล็อก













#1 By อย่าตั้งชื่อลูกว่า สมชาย จำลอง สนธิ ทักษิณ สุริยะใส ฯลฯ เพราะมันขึด!!! on 2008-08-17 21:50